อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
ai

ผู้จัดการ Anthropic เลิกสอบเขียนโค้ดในทีมตัวเอง เพราะ Claude ทำโจทย์ได้เก่งกว่าแล้ว

ผู้จัดการ Anthropic เลิกสอบเขียนโค้ดในทีมตัวเอง เพราะ Claude ทำโจทย์ได้ดีกว่า เขาดูพอร์ตต้นแบบแทน แต่เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่นโยบายบริษัท

ภาพประกอบ: แล็ปท็อปที่มีโค้ดเต็มจอ ใบข้อสอบเขียนโค้ดถูกกากบาท และชิป AI ข้าง ๆ
ภาพประกอบโดย ReadEval
สารบัญ (11 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. เขาเขียนว่าอะไรกันแน่
  3. นี่คือนโยบายของ Anthropic ทั้งบริษัทหรือเปล่า
  4. ทำไมเขาบอกว่าคนใหม่ได้เปรียบ
  5. คำแนะนำ 5 ข้อสำหรับคนเพิ่งเริ่มงาน
  6. บริษัทอื่นสัมภาษณ์วิศวกรอย่างไรในยุค AI
  7. ใครยังกังวลหรือเห็นต่าง
  8. เกี่ยวกับข่าว Anthropic จ้างจูเนียร์น้อยลงอย่างไร
  9. คนไทยควรอ่านข่าวนี้อย่างไร
  10. สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน
  11. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

"เดือนนี้ผมส่งการสัมภาษณ์เขียนโค้ดแบบดั้งเดิมลงหลุมไปแล้ว" Felix Rieseberg ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมของ Anthropic บริษัทผู้สร้าง AI ชื่อ Claude เขียนไว้ในบล็อกส่วนตัว เขาเลิกให้ผู้สมัครเข้าทีมของเขาทำโจทย์เขียนโค้ดแล้ว เพราะ Claude ทำโจทย์แบบนี้ได้เก่งกว่า นี่คือวิธีของผู้จัดการคนหนึ่งกับทีมตัวเอง ไม่ใช่นโยบายของทั้งบริษัท

การสอบเขียนโค้ด (coding interview) คือรอบที่ผู้สมัครแก้โจทย์สั้น ๆ ให้ผู้สัมภาษณ์ดู Rieseberg บอกว่ามันเคยช่วยทำนายได้ "แม้จะอ่อน แต่มีประโยชน์" แต่วันนี้คนที่สร้างผลงานได้มากที่สุดในทีมเขาไม่ได้เป็นคนที่ทำข้อสอบนี้เก่งเสมอไป เหมือนสอบคัดลายมือนักเขียนในยุคที่ทุกคนพิมพ์ ต่างกันตรงที่การพิมพ์ไม่ทำให้เนื้อเรื่องผิด แต่โค้ดที่ AI เขียนผิดได้ จึงยังต้องมีคนอ่านโค้ดออก สิ่งที่เขาดูแทนคือพอร์ตผลงานที่มีต้นแบบ (prototype) เล็ก ๆ ซึ่งแสดง "รสนิยม ความเข้าใจผู้ใช้ และการคิดอย่างมีหลักการ"

ข่าวช่วงนี้มักบอกว่า AI ทำให้คนเพิ่งเริ่มงานหางานยากขึ้น แต่ Rieseberg มองว่า "ความกระหายชนะอายุงาน" เขาเห็นวิศวกรหน้าใหม่แซงคนที่อยู่มานานกว่า ตัวอย่างคือวิศวกรค่อนข้างใหม่ 2 คนใน Anthropic ทำต้นแบบหน้าจอกราฟิกให้ Claude Code เสร็จในสุดสัปดาห์เดียว และเวอร์ชันแรกที่เปิดให้คนทั่วไปใช้ก็ออกตามมาราว 8 วันหลังจากนั้น

ปัญหาคือวงการยังไม่ไปทางเดียวกัน หน้าแนะนำผู้สมัครของ Anthropic เองยังเขียนว่าการสัมภาษณ์สด "เป็นตัวคุณล้วน ๆ" ไม่ใช้ AI เว้นแต่บริษัทบอก Google กับ Canva ให้ผู้สมัครใช้ AI ได้แต่ยังวัดการอ่านโค้ด ส่วนผู้สมัครที่ CNN คุยด้วยยังเจอข้อสอบแบบเดิม บางแห่งให้แชร์หน้าจอพิสูจน์ว่าไม่ได้แอบใช้ AI

ถ้าคุณเป็นนักศึกษาหรือเพิ่งเริ่มงาน คำแนะนำของเขาใช้ได้กับทุกที่ ดูว่าหัวหน้าของหัวหน้ากำลังไล่ตามเป้าอะไร เลือกไอเดียกล้า ๆ ที่ช่วยเป้านั้น ทำต้นแบบให้ใช้ได้จริงในสุดสัปดาห์ และโฟกัสไอเดียเดียว แต่อย่าเพิ่งเลิกฝึกเขียนโค้ด เพราะหลายบริษัทยังสอบอยู่ คำแนะนำครบ 5 ข้อ วิธีสัมภาษณ์ของบริษัทอื่น และเสียงที่ยังกังวลอยู่ด้านล่าง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ใครพูด: Felix Rieseberg ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรม (engineering manager) ของ Anthropic ที่ดูแลงานวิศวกรรมของ Claude.ai, Cowork และ Claude Code Desktop เขียนบล็อก "Hunger beats tenure: Advice for junior engineers" เมื่อ 27 ต.ค. 2026 และโพสต์บน X วันเดียวกัน
  • เปลี่ยนอะไร: เขาเอารอบสอบเขียนโค้ดออกจากขั้นตอนสัมภาษณ์ "อย่างน้อยก็สำหรับทีมของผมที่ Anthropic" ตั้งแต่เดือนนี้ เพราะ Claude ทำโจทย์แบบนี้ได้ดีกว่า และคะแนนสอบไม่ได้บอกแล้วว่าใครจะสร้างผลงานได้
  • ไม่ใช่นโยบายบริษัท: หน้าแนะนำผู้สมัครอย่างเป็นทางการของ Anthropic (อัปเดต 10 ก.ค. 2025) ยังให้สัมภาษณ์สดและทำแบบทดสอบโดยไม่ใช้ AI เว้นแต่บริษัทอนุญาต และรายงานของ Business Insider ไม่มีความเห็นจาก Anthropic ในฐานะบริษัท
  • วงการยังแตกเป็นหลายทาง: Google และ Canva ให้ผู้สมัครใช้ AI ระหว่างสัมภาษณ์แต่ยังวัดการอ่านและเข้าใจโค้ด ขณะที่ผู้สมัครหลายคนยังเจอข้อสอบแบบเดิมที่ห้ามใช้ AI

เขาเขียนว่าอะไรกันแน่

ประโยคเปิดบล็อกของ Rieseberg (แปลโดย ReadEval) คือ

เดือนนี้ผมส่งการสัมภาษณ์เขียนโค้ดแบบดั้งเดิมลงหลุมไปแล้ว ในฐานะผู้จัดการที่รับคนเข้าทีมที่ Anthropic ผมเลิกให้ผู้สมัครทำมันแล้ว มันเคยทำหน้าที่ได้ดี ความสามารถในการนิยามปัญหาได้เร็วและหาทางแก้ที่สวยงาม เคยเป็นตัวทำนายที่อ่อนแต่มีประโยชน์ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในทีมของผมแค่ไหน

แล้วเขาก็ให้เหตุผลว่า "ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว การให้คุณทำโจทย์ React เล็ก ๆ ไม่มีประโยชน์ไปกว่าการถามเรื่องภาษา assembly อีกต่อไป เพราะตอนนี้ Claude ทำได้ดีกว่าทั้งสองอย่าง คนที่สร้างผลงานได้มากที่สุดของเราประสบความสำเร็จได้ไม่ว่าจะทำข้อสอบพวกนี้ได้ดีแค่ไหน" (React คือไลบรารีสร้างหน้าเว็บที่นิยมใช้ ส่วน assembly คือภาษาระดับต่ำที่ใกล้กับคำสั่งของชิป)

ในโพสต์บน X ที่ Business Insider ยกมา เขาจำกัดขอบเขตไว้ชัดกว่าในบล็อก: "การสัมภาษณ์เขียนโค้ดตายแล้ว อย่างน้อยก็สำหรับทีมของผมที่ Anthropic ผมเห็นมามากพอจะรู้ว่ามันไม่ให้สัญญาณอะไรแล้ว ผมเอามันออกจากรอบสัมภาษณ์เดือนนี้"

เขายังบอกว่าคำว่า "จูเนียร์" ไม่ค่อยตรงนัก บทความนี้ "เขียนให้วิศวกรที่ไม่มีต้นทุนทางสังคม สถานะ หรืออำนาจ" คือคนที่ยังไม่มีเสียงในองค์กร ไม่ว่าจะอายุงานเท่าไร

นี่คือนโยบายของ Anthropic ทั้งบริษัทหรือเปล่า

ไม่ใช่ ทั้งบล็อกและโพสต์บน X พูดถึงทีมที่ Rieseberg รับคนเข้าเอง และ Business Insider ก็รายงานว่าเป็นการเปลี่ยน "ขั้นตอนการจ้างของทีมเขา" โดยไม่มีแถลงการณ์จาก Anthropic ประกอบ

หน้า "How to collaborate with Claude during our hiring process" ซึ่งเป็นแนวทางทางการของ Anthropic สำหรับผู้สมัคร (อัปเดตล่าสุด 10 ก.ค. 2025) เขียนไว้ดังนี้ (แปลโดย ReadEval)

ขั้นตอนแนวทางของ Anthropic
เขียนใบสมัครและเรซูเมเขียนร่างแรกเอง แล้วใช้ Claude ช่วยขัดเกลา ห้ามให้ Claude แต่งประสบการณ์ที่ไม่ได้ทำจริง
แบบทดสอบทำที่บ้าน (take-home)ทำโดยไม่ใช้ Claude เว้นแต่บริษัทบอกว่าใช้ได้ เช่น "ใช้ Claude ทำโจทย์เขียนโค้ดนี้ได้"
เตรียมตัวสัมภาษณ์ใช้ Claude หาข้อมูลบริษัท ซ้อมตอบ และเตรียมคำถามได้
สัมภาษณ์สด"เป็นตัวคุณล้วน ๆ" ไม่ใช้ AI เว้นแต่บริษัทบอก เพราะ "อยากเห็นว่าคุณคิดแก้ปัญหาแบบสด ๆ อย่างไร"

หน้านี้ไม่ได้บอกว่าแต่ละตำแหน่งมีรอบสอบเขียนโค้ดหรือไม่ จึงไม่ได้ขัดกับการตัดสินใจของ Rieseberg โดยตรง แต่ก็แสดงว่าแนวทางระดับบริษัทที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังให้ความสำคัญกับการเห็นผู้สมัครคิดเองโดยไม่มี AI ช่วย หน้าเดียวกันระบุว่าจะ "ทบทวนและอัปเดตเป็นระยะ" ReadEval ยืนยันไม่ได้ว่าทีมอื่นใน Anthropic ยังสอบเขียนโค้ดอยู่หรือเปลี่ยนไปแล้ว

ทำไมเขาบอกว่าคนใหม่ได้เปรียบ

Rieseberg เล่าว่าคนใหม่มี "สายตาสด" ที่เห็นสิ่งแปลก ๆ ซึ่งคนเก่าเลิกสังเกตไปนานแล้ว เขายกตัวอย่างหลายเรื่อง

  • ที่ Stripe: ตอนเขาเข้าทำงาน Patrick Collison ผู้ก่อตั้งขอให้พนักงานใหม่ใส่ใจกับสิ่งที่ดูแปลกในสายตาตัวเอง เพราะเชื่อว่าคนใหม่จะเห็นจุดติดขัดและโอกาสที่คนเก่ามองข้าม
  • ที่ Notion: ตอนสัมภาษณ์ เขาได้โจทย์ออกแบบโหมดออฟไลน์ ซึ่งทีมถือว่าเป็นโจทย์หลอกเพราะเชื่อกันว่าทำไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะเชื่อว่า Ivan Zhao ซีอีโอไม่มีทางยอม ต่อมาพบว่าความซับซ้อนของข้อมูลเป็นเรื่องจริง แต่การคัดค้านของผู้ก่อตั้งไม่จริง "ทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว จนไม่มีใครไปถาม"
  • เรื่องทีวี: เขาเคยอยากติดทีวีจอใหญ่แสดงแดชบอร์ดให้ทีมที่ Notion แต่ติดกำแพงในองค์กรจนเลิกไป ปีต่อมาพนักงานใหม่ชื่อ Ji Pei เสนอไอเดียเดียวกัน เขาบอกว่าไม่ต้องลองหรอก แต่ Ji Pei ถามไปแล้ว และทีวีก็มาถึงวันรุ่งขึ้น "ในปีนั้น ผมกลายเป็นคนเก่าไปแล้ว"

เขาอ้างนักวิชาการ James March ที่เขียนไว้ปี 1991 ว่าองค์กรต้องพึ่ง "การมีคนไร้เดียงสาและไม่รู้ไหลเข้ามาเรื่อย ๆ" ด้วย

จุดอ่อนของคนใหม่ตามที่เขาเขียนคือ "ไม่มีใครสนใจว่าคุณคิดอะไร" บริษัทส่วนใหญ่มีคนไม่กี่คนที่อนุมัติหรือปัดตกไอเดีย และในโลกที่การลงมือทำมีต้นทุนสูง คนใหม่ต้องสะสมสถานะก่อนที่องค์กรจะยอมเสี่ยงกับไอเดียของเขา ข้อโต้แย้งหลักของเขาคือ "ข่าวดีคือการลงมือทำไม่แพงอีกต่อไปแล้ว" เพราะ AI ช่วยให้ทำต้นแบบที่ใช้ได้จริงได้เร็ว

คำแนะนำ 5 ข้อสำหรับคนเพิ่งเริ่มงาน

สรุปและแปลจากบล็อกของ Rieseberg

  1. เลือกผลต่อธุรกิจมากกว่างานค้างในคิว: เขาอ้าง Patrick McKenzie ที่เขียนไว้ปี 2011 ว่า "วิศวกรถูกจ้างมาสร้างคุณค่าทางธุรกิจ ไม่ใช่มาเขียนโปรแกรม" ให้เข้าใจว่าบริษัท (หรือแผนกของคุณ ถ้าเป็นบริษัทใหญ่) กำลังพยายามทำอะไร และ "การเข้าใจเป้าหมายของหัวหน้าของหัวหน้า" มักเป็นระดับที่พอดี
  2. เลือกไอเดียที่กล้า: คิดไอเดียสักสองสามอย่างที่ถ้าสำเร็จ จะช่วยให้องค์กรถึงเป้านั้นได้มากขึ้นชัดเจน
  3. ทำให้เสร็จในสุดสัปดาห์: เขาเห็นทีมเล็กและวิศวกรคนเดียวข้ามขั้นตอนปกติ เช่น เขียนเอกสารความต้องการของสินค้า (PRD) ขอความเห็นชอบ และวิ่งขอเวลานักออกแบบ ได้ด้วยการทำต้นแบบที่ใช้งานได้จริง
  4. โฟกัสไอเดียเดียว: ความผิดพลาดที่เขาเห็นบ่อยในคนรุ่นใหม่คือยัดหลายไอเดียไว้ในต้นแบบเดียว "ซ่อนไอเดียดีสามอย่างไว้ในไอเดียแย่ยี่สิบอย่าง" เป้าหมายของต้นแบบคือสื่อไอเดียให้ผู้บริหารเข้าใจทั้งโอกาส และเห็นว่าคุณคือคนที่ทำต่อได้
  5. ใช้มุมมองคนนอกให้เป็นประโยชน์: ถ้าทำสินค้าที่ผู้ใช้เห็น คุณยังเข้าใจผู้ใช้ภายนอกได้ดีกว่าคนที่อยู่มานาน ถ้าทำระบบเบื้องหลัง คุณยังไม่เคยเรียนรู้เหตุผลทั้งหมดที่คนอื่นเชื่อว่า "เป็นไปไม่ได้"

ส่วนสิ่งที่เขามองหาในผู้สมัครตอนนี้ เขาเขียนว่า "ผมคงไม่ใช่ผู้จัดการคนเดียวที่กำลังหาวิธีสัมภาษณ์คนที่สร้างงานกับ AI ได้ดี ผมยังไปไม่ถึงตรงนั้น แต่ผมกำลังไล่ดูเรซูเมและพอร์ตผลงานเพื่อหาต้นแบบเล็ก ๆ ที่แสดงรสนิยม ความเข้าใจผู้ใช้ และการคิดอย่างมีหลักการ" และชวนคนที่มีวิธีดีกว่าให้บอกเขา

บริษัทอื่นสัมภาษณ์วิศวกรอย่างไรในยุค AI

ที่ไหนใช้ AI ระหว่างสัมภาษณ์ได้ไหมยังวัดการเขียนหรืออ่านโค้ดไหม
ทีมของ Rieseberg ที่ Anthropic (ต.ค. 2026)ไม่ได้ระบุเลิกรอบสอบเขียนโค้ดแล้ว ดูพอร์ตต้นแบบแทน แต่ยอมรับว่ายังหาวิธีสัมภาษณ์ไม่ลงตัว
แนวทางทางการของ Anthropic (ก.ค. 2025)สัมภาษณ์สดและแบบทดสอบไม่ใช้ AI เว้นแต่บริษัทบอกไม่ได้ระบุรูปแบบรอบสอบ
Google (Business Insider, 20 ต.ค. 2026)ใช้ Gemini ช่วยได้ในรอบ "เข้าใจโค้ด" (code comprehension)ยังวัด และประเมิน "ความคล่องในการใช้ AI" เช่น การเขียนคำสั่งและการตรวจผลลัพธ์
Canva (บล็อกวิศวกรรม มิ.ย. 2025)คาดหวังให้ใช้ Copilot, Cursor หรือ Claudeยังวัด ใช้โจทย์ที่ซับซ้อนและกำกวมกว่าเดิมแทนโจทย์อัลกอริทึม
บริษัทที่ผู้สมัครเล่าให้ CNN ฟัง (พ.ค. 2026)หลายแห่งห้ามใช้ บางแห่งให้แชร์หน้าจอยังใช้ข้อสอบแบบเดิม

รายละเอียดที่ควรรู้

  • Google: Business Insider รายงานเมื่อพฤษภาคมว่าเริ่มทดลองกับตำแหน่งระดับจูเนียร์และระดับกลางบางส่วนในสหรัฐฯ ตามที่ Moneywise สรุป และรายงานเมื่อ 20 ต.ค. 2026 ว่าเอกสารภายในระบุว่ารูปแบบใหม่ขยายไปทั่วบริษัทมากขึ้น แต่โฆษกของ Google บอกว่ายังถือเป็นช่วงทดลอง Brian Ong รองประธานฝ่ายสรรหาของ Google บอกว่า "เรากำลังทดลองปรับการสัมภาษณ์วิศวกรซอฟต์แวร์ รวมถึงการประเมินความคล่องในการใช้ AI เพื่อให้สะท้อนวิธีทำงานของทีมเรามากขึ้น" และโฆษกบอกว่าความคล่องในการใช้ AI เป็นข้อกำหนดของตำแหน่งวิศวกรซอฟต์แวร์ทุกตำแหน่งแล้ว
  • Canva: เขียนว่าเมื่อลองให้ AI ทำโจทย์รอบพื้นฐานวิทยาการคอมพิวเตอร์ AI "ให้คำตอบที่ถูกต้องและมีคำอธิบายครบในไม่กี่วินาที" จึงเปลี่ยนรอบนั้นเป็นการเขียนโค้ดโดยมี AI ช่วย ตัวอย่างโจทย์คือ "สร้างระบบควบคุมการขึ้นลงของเครื่องบินในสนามบินที่พลุกพล่าน" แทนโจทย์สำเร็จรูปอย่าง Conway's Game of Life
  • Amazon: ไม่ได้พูดเรื่องสัมภาษณ์โดยตรง แต่ Business Insider รายงานเมื่อ 27 ต.ค. 2026 ว่า Terk Terkowitz รองประธานของ Amazon ออกแนวทางใหม่ให้วิศวกร ให้วัดกันที่ผลต่อลูกค้าและธุรกิจ ไม่ใช่ปริมาณการใช้ AI ซึ่งไปทางเดียวกับข้อ 1 ของ Rieseberg

ใครยังกังวลหรือเห็นต่าง

  • วิศวกรของ Canva เอง: ตอนเสนอเปลี่ยน วิศวกรบางคนกังวลว่าเป็นการเอาการวัดพื้นฐานวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่เข้มงวดออก แล้วแทนด้วยสิ่งที่คนหนึ่งเรียกว่า "รอบ vibe-coding" (เขียนโค้ดตามความรู้สึกโดยให้ AI ทำ) Canva เขียนว่าความกังวลนี้ "สมเหตุสมผล" และตอบด้วยการยืนยันว่าความคล่องในการเขียนโค้ดและความรู้เชิงลึก "ยังเป็นข้อกำหนดเด็ดขาด" แค่วัดในบริบทใหม่
  • ผู้ฝึกสัมภาษณ์: Stefan Mai อดีตวิศวกร Meta และ Amazon ผู้ร่วมก่อตั้งบริการฝึกสัมภาษณ์ Hello Interview บอก CNN ว่า AI "กระแทกการสัมภาษณ์วิศวกรเหมือนระเบิดปรมาณู" ความกังวลเรื่องผู้สมัครโกงด้วย AI "สูงผิดปกติ" และวิธีสัมภาษณ์ที่ดียังเป็น "ปัญหาที่ยังไม่มีใครแก้ได้"
  • ผู้สมัคร: Sujata Sridharan วิศวกรซอฟต์แวร์ที่ทำงานมาราวสิบปี บอก CNN ว่าบริษัทส่วนใหญ่ที่เธอไปสัมภาษณ์เมื่อไม่นานนี้ยังใช้ข้อสอบแบบเดิม และช่องว่างระหว่างข้อสอบกับงานจริง "กว้างขึ้นเพราะ AI"
  • ตัว Rieseberg เอง: เขียนว่าวิศวกรที่ทำงานมานาน "คงมีปฏิกิริยารุนแรง" กับการหายไปของการสอบเขียนโค้ด และยอมรับว่ายังไม่มีวิธีสัมภาษณ์ที่ลงตัว

เกี่ยวกับข่าว Anthropic จ้างจูเนียร์น้อยลงอย่างไร

ReadEval เคยรายงานรายงานของ Anthropic ที่พบว่าสัดส่วนจูเนียร์ในการจ้างสายเทคนิคลดลง ซึ่งเป็นข้อมูลระดับบริษัทจากทีมเศรษฐศาสตร์ ข่าวนี้ต่างออกไป คือเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้จัดการคนหนึ่งที่ไม่มีตัวเลขประกอบ และมองในแง่ดีกว่าว่าคนใหม่ที่ใช้ AI เก่งอาจได้เปรียบ ทั้งสองเรื่องจึงไม่ได้ยืนยันหรือหักล้างกัน บริษัทเดียวกันอาจรับจูเนียร์เป็นสัดส่วนน้อยลง ขณะที่จูเนียร์ที่ได้เข้าไปแล้วบางคนสร้างผลงานแซงคนเก่าได้

คนไทยควรอ่านข่าวนี้อย่างไร

แหล่งข้อมูลทั้งหมดที่ ReadEval ใช้ในข่าวนี้พูดถึงบริษัทในสหรัฐฯ และบริษัทเทคระดับโลก ไม่มีข้อมูลว่าบริษัทในไทยเปลี่ยนวิธีสัมภาษณ์วิศวกรแล้วหรือยัง ReadEval จึงยืนยันไม่ได้ว่าแนวโน้มนี้เกิดในไทย

สิ่งที่คุณทำได้ (ข้อเสนอของ ReadEval จากแหล่งข้อมูลข้างต้น)

  • เตรียมทั้งสองแบบ: ฝึกแก้โจทย์เขียนโค้ดด้วยตัวเองต่อไป เพราะหลายบริษัท รวมถึงแนวทางทางการของ Anthropic ยังให้สัมภาษณ์สดโดยไม่ใช้ AI และฝึกทำงานกับ AI ไปพร้อมกัน เพราะ Google และ Canva เริ่มวัดทักษะนี้แล้ว
  • มีต้นแบบสักชิ้นในพอร์ต: เลือกปัญหาจริงหนึ่งข้อ ทำให้ใช้งานได้ และอธิบายได้ว่าทำไมเลือกแก้แบบนั้น ซึ่งตรงกับสิ่งที่ Rieseberg มองหา
  • อ่านโค้ดที่ AI เขียนให้ออก: ทั้ง Google และ Canva วัดการอ่าน ตรวจ และแก้โค้ดที่ AI สร้าง ไม่ใช่แค่การสั่งให้ AI เขียน
  • ถามกฎก่อนสัมภาษณ์: แต่ละบริษัท หรือแม้แต่แต่ละทีมในบริษัทเดียวกัน มีกฎเรื่องการใช้ AI ไม่เหมือนกัน ถ้าไม่แน่ใจให้ถามผู้ประสานงานก่อน

สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน

  • ขอบเขตของคำว่า "ตายแล้ว": พาดหัวของ Business Insider ใช้คำว่า "การสัมภาษณ์เขียนโค้ดตายแล้ว" ซึ่งมาจากโพสต์บน X แต่ประโยคเต็มมีคำว่า "อย่างน้อยก็สำหรับทีมของผมที่ Anthropic" ต่อท้าย ReadEval จึงเขียนว่าเป็นการเปลี่ยนในทีมของเขา ไม่ใช่ทั้งบริษัทหรือทั้งวงการ
  • วันที่: บล็อกลงวันที่ 27 ต.ค. 2026 และ Business Insider ระบุว่าโพสต์บน X เป็น "วันอังคาร" ซึ่งตรงกับ 27 ต.ค. ส่วนข้อมูลในหน้าเว็บของ Business Insider ระบุวันเผยแพร่ข่าวเป็น 28 ต.ค. ReadEval ยึดวันที่บนบล็อก
  • AI เขียนโค้ดที่ Anthropic มากแค่ไหน: Business Insider เขียนว่า "AI เขียนโค้ดส่วนใหญ่ที่ Anthropic" โดยไม่ได้ให้ตัวเลขในข่าวนี้ และบล็อกของ Rieseberg ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ReadEval จึงไม่ใช้ตัวเลขใด
  • ขอบเขตการทดลองของ Google: ข่าวเดือนพฤษภาคมระบุว่าทดลองกับบางตำแหน่งในสหรัฐฯ ข่าวเดือนตุลาคมระบุว่าขยายไปทั่วบริษัทมากขึ้นตามเอกสารภายใน แต่ Google ยังเรียกว่าช่วงทดลอง ReadEval ยึดคำของโฆษก

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Rea · โต๊ะข่าว AI

การสอบเขียนโค้ดยังไม่ตายทั้งวงการ แต่ผู้จัดการคนหนึ่งในบริษัทที่ขาย AI เขียนโค้ดเลิกใช้มันแล้ว และเหตุผลของเขาก็มีน้ำหนักพอให้ฟัง

ข้อสังเกตแรกคือคนที่บอกว่า "Claude ทำข้อสอบได้ดีกว่า" ทำงานให้บริษัทที่ขาย Claude และบล็อกไม่มีข้อมูลการจ้างหรือการเทียบผลประกอบ มีแต่สิ่งที่เขาเห็นในทีมตัวเองกับเรื่องเล่าจาก Stripe และ Notion อย่างไรก็ดี บริษัทอื่นอย่าง Canva ก็ทดสอบแล้วพบผลคล้ายกันตั้งแต่ปี 2025 ว่า AI แก้โจทย์สัมภาษณ์แบบเดิมได้ในไม่กี่วินาที ข้อที่ว่าโจทย์แบบเดิมวัดอะไรได้น้อยลงจึงไม่ได้มาจาก Anthropic ฝ่ายเดียว

ข้อสังเกตที่สองคือ ทางออกที่บริษัทใหญ่เลือกยังต่างกันมาก Google และ Canva ให้ใช้ AI แต่ยังวัดการอ่านและแก้โค้ด ส่วน Rieseberg ข้ามไปดูพอร์ตต้นแบบ ซึ่งเขายอมรับเองว่ายังไม่ลงตัว ReadEval มองว่าการดูต้นแบบที่ทำในสุดสัปดาห์อาจเอื้อคนที่มีเวลาว่างและจ่ายค่าเครื่องมือ AI ได้ และพอร์ตก็ตรวจยากกว่าข้อสอบว่าผู้สมัครทำเองแค่ไหน ประเด็นเหล่านี้บล็อกไม่ได้พูดถึง

ส่วนคำแนะนำ 5 ข้อนั้นมีประโยชน์ไม่ว่าการสอบเขียนโค้ดจะอยู่หรือไป การเข้าใจว่าองค์กรต้องการอะไร การเลือกไอเดียเดียว และการทำให้คนอื่นเห็นภาพด้วยของที่ใช้ได้จริง ใช้ได้กับงานแทบทุกที่ และข้อที่ให้วัดกันที่ผลต่อธุรกิจก็ตรงกับที่ Amazon เพิ่งย้ำในแนวทางของตัวเอง สำหรับคนรุ่นใหม่ ทางที่ปลอดภัยที่สุดตอนนี้คือเตรียมทั้งสองทาง ฝึกพื้นฐานให้พร้อมสอบ และมีผลงานจริงสักชิ้นไว้ให้คนสัมภาษณ์เห็นว่าคุณคิดอย่างไร

แหล่งที่มา

  1. Felix Rieseberg (บล็อกส่วนตัว): Hunger beats tenure: Advice for junior engineers (27 ต.ค. 2026)
  2. Business Insider: Anthropic manager says the 'coding interview is dead' — here's his advice for junior developers
  3. Anthropic: How to collaborate with Claude during our hiring process (อัปเดต 10 ก.ค. 2025)
  4. Business Insider: Internal docs reveal how Google is shaking up its interview process with AI (20 ต.ค. 2026)
  5. Moneywise (ผ่าน Yahoo Finance): Google will let candidates use AI in interviews (14 พ.ค. 2026)
  6. Canva Engineering Blog: Yes, You Can Use AI in Our Interviews. In fact, we insist (11 มิ.ย. 2025)
  7. CNN (ผ่าน KSL.com): AI is changing this job so fast the interview process can't keep up (28 พ.ค. 2026)
  8. Business Insider: The era of the Renaissance Developer is here, thanks to AI. Amazon wants software engineers to adapt (27 ต.ค. 2026)
  9. Wikimedia Commons: Anthropic logo