อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
ai

Google เปิดเว็บ SynthID ให้ทุกคนเช็กภาพและคลิป AI แต่ไม่เจอลายน้ำไม่ได้แปลว่าเป็นของจริง

เช็กลายน้ำ AI ในภาพ คลิป และเสียงได้ทั้งในแอป Gemini และเว็บ synthid.com แต่ Gemini อ่านได้เฉพาะของ Google และไม่เจอลายน้ำไม่ได้แปลว่าจริง

การ์ด: Google SynthID
สารบัญ (11 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. ตกลงเครื่องมืออยู่ในแอป Gemini หรือเป็นเว็บแยก
  3. วิธีเช็กในแอป Gemini ทีละขั้น
  4. วิธีเช็กที่ synthid.com
  5. ผลตรวจบอกอะไร และไม่ได้บอกอะไร
  6. SynthID ทำงานอย่างไร และฝังอยู่ในเครื่องมือไหนบ้าง
  7. นอกจากลายน้ำ แอป Gemini ยังดูอะไรได้อีก
  8. ไม่เจอลายน้ำแล้ว ควรตรวจอะไรต่อ
  9. ใช้ในไทยได้ไหม
  10. สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน
  11. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ปลายปี 2025 ภาพสุนัขคาบลูกแมวว่ายไปหาเรือกู้ภัยถูกแชร์ต่อกันว่าเป็นเหตุการณ์จริง ก่อนที่ Thai PBS Verify จะตรวจพบว่าเป็นภาพที่ทำด้วย AI ที่แย่กว่านั้นคือเรื่องกลับด้าน โพสต์เตือนเรื่องงูใหญ่เข้าบ้านในหาดใหญ่ระบุว่าความช่วยเหลือไปถึงช้า เพราะมีคนบอกว่าภาพงูตัวจริงเป็นภาพ AI ตอนนี้ Google เปิดเครื่องมือให้คนทั่วไปใช้ช่วยเช็กได้อีกทางหนึ่งแล้ว

ต้นเดือนตุลาคม Google เปิดเว็บ synthid.com ให้ทุกคนทั่วโลกอัปโหลดภาพ คลิป หรือไฟล์เสียง เพื่อตรวจหาลายน้ำล่องหนชื่อ SynthID ส่วนในแอป Gemini ก็มีฟีเจอร์ตรวจแบบเดียวกันอยู่แล้ว แค่แนบไฟล์แล้วถาม สื่อหลายแห่งเขียนถึงแค่ที่ใดที่หนึ่งจนดูเหมือนขัดกัน แต่หน้าทางการของ Google ยืนยันว่ามีทั้งสองที่ และตรวจได้ไม่เท่ากัน

SynthID ทำงานคล้ายหมึกล่องหนบนธนบัตร ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่เครื่องตรวจแบงก์อ่านออก AI ของ Google ฝังรอยนี้ลงในงานตั้งแต่ตอนสร้าง และรอยมักยังอยู่แม้ภาพถูกย่อ ปรับสี หรือบีบอัด แต่ต่างจากธนบัตรตรงที่ แบงก์ที่ไม่มีหมึกนี้แปลว่าปลอม ส่วนภาพที่ไม่มีลายน้ำไม่ได้แปลว่าจริง เพราะเครื่องตรวจรู้จักเฉพาะงานจาก AI ที่ใช้ระบบนี้ แอป Gemini อ่านได้เฉพาะลายน้ำของ Google ขณะที่ synthid.com อ่านของ OpenAI, NVIDIA และ Kakao ได้ด้วย ภาพจาก AI ค่ายอื่นที่ไม่ใช้ระบบนี้จึงไม่มีรอยให้ตรวจตั้งแต่แรก

ลายน้ำนี้ไม่ใช่ของใหม่ Google บอกว่าฝังไปแล้วในภาพและวิดีโอกว่า 180,000 ล้านชิ้น และทุกวันนี้มีคนขอตรวจผ่าน Search, แอป Gemini และ Chrome รวมกันวันละกว่า 1 ล้านครั้ง แปลว่าถ้าภาพไวรัลในฟีดของคุณมาจาก Gemini หรือเครื่องมือของ Google ก็มีโอกาสสูงที่จะตรวจเจอ แต่ถ้ามาจาก AI ค่ายอื่น ผลตรวจจะบอกได้แค่ว่าหาลายน้ำไม่เจอ ไม่ได้บอกว่าภาพนั้นจริง

ครั้งหน้าที่เจอภาพหรือคลิปที่ดูจริงเกินไป ลองแนบไฟล์ในแอป Gemini แล้วถามว่าสร้างด้วย AI หรือไม่ หรืออัปโหลดที่ synthid.com ซึ่งต้องล็อกอินและตรวจได้ราววันละ 10 ครั้ง ถ้าไม่เจอลายน้ำ ให้ตรวจต่อด้วยวิธีอื่นก่อนแชร์ ขั้นตอนทีละข้อ ขีดจำกัดไฟล์ วิธีอ่านผล และจุดที่สื่อรายงานไม่ตรงกันอยู่ด้านล่าง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • มีสองที่ให้ตรวจ: แอป Gemini (gemini.google.com และแอปมือถือ) ตรวจลายน้ำ SynthID ของ Google ได้มาสักระยะแล้ว ส่วนเว็บ SynthID Detector ที่ synthid.com เปิดให้ทุกคนใช้ตั้งแต่ 7 ต.ค. 2026 และอ่านลายน้ำของพาร์ตเนอร์ได้ด้วย
  • ตรวจได้ทั้งภาพ วิดีโอ และเสียง: ในแอป Gemini ไฟล์ต้องไม่เกิน 100MB คลิปต้องสั้นกว่า 90 วินาที และเสียงต้องสั้นกว่า 1 ชั่วโมง
  • ไม่เจอลายน้ำไม่ได้แปลว่าจริง: หน้าช่วยเหลือของ Google เขียนไว้เองว่าไฟล์ที่ไม่มีลายน้ำ "อาจถูกสร้างโดยระบบ AI อื่น"
  • ใช้ในไทยได้: Google ระบุว่าเว็บเปิดทั่วโลก (หน้าเว็บเป็นภาษาอังกฤษ) และหน้าช่วยเหลือของ Gemini ไม่ได้จำกัดประเทศ

ตกลงเครื่องมืออยู่ในแอป Gemini หรือเป็นเว็บแยก

คำตอบคือทั้งสองอย่าง และเหตุที่สื่อเขียนไม่ตรงกันก็เพราะเรื่องนี้ 9to5Google รายงานการเปิดตัววันที่ 7 ต.ค. โดยไม่ได้ระบุว่าเครื่องมืออยู่ที่ไหน ขณะที่ TechCrunch, Android Authority และบล็อกของ Google DeepMind ระบุตรงกันว่าเป็นเว็บ synthid.com ส่วนหน้าช่วยเหลือของ Gemini (Verify AI-generated images, videos, and audio) อธิบายการตรวจในแอป Gemini ซึ่งเปิดใช้อยู่ก่อนแล้ว

ตารางเทียบการตรวจลายน้ำ SynthID ในแอป Gemini กับเว็บ synthid.com และวิธีอ่านผลตรวจ 3 แบบ

ความต่างที่สำคัญที่สุดคือ "อ่านลายน้ำของใครได้" หน้าช่วยเหลือของ Google เขียนว่า แม้บริษัทอื่นเริ่มใช้ลายน้ำ SynthID แล้ว แต่ "ตอนนี้ Gemini รู้จักเฉพาะเนื้อหาที่สร้างด้วยเครื่องมือ AI ของ Google" ส่วนบล็อกของ Google DeepMind ที่เขียนโดย Pushmeet Kohli รองประธานฝ่าย Science and Strategic Initiatives ระบุว่าเว็บ synthid.com ตรวจงานจาก AI ของ Google และพาร์ตเนอร์อย่าง OpenAI, NVIDIA, Kakao และ Apple ที่จะตามมา "เร็ว ๆ นี้"

Engadget ชี้อีกจุดที่ต่างกัน การตรวจในแอป Gemini คือการถาม Gemini ให้ตอบ ซึ่งคนที่ไม่ไว้ใจ AI อาจลังเลจะเชื่อ ส่วนเว็บ synthid.com ตอบสั้น ๆ ว่าเจอลายน้ำหรือไม่

วิธีเช็กในแอป Gemini ทีละขั้น

ขั้นตอนนี้มาจากหน้าช่วยเหลือของ Google (ตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2026) ReadEval ไม่ได้ทดลองตรวจไฟล์จริงด้วยบัญชีของตัวเอง

สิ่งที่ต้องมี

  • บัญชี Google ส่วนตัว หรือบัญชี Workspace ที่มีสิทธิ์
  • ล็อกอินเข้า Gemini แล้ว
  • ถ้าใช้แอปมือถือ ต้องอัปเดตแอป Gemini เป็นเวอร์ชันล่าสุด

บนคอมพิวเตอร์

  1. เข้า gemini.google.com
  2. คลิก Add files
  3. เลือกไฟล์ จากเครื่องให้คลิก Upload Files จาก Google Photos ให้คลิก More Uploads แล้วเลือก Photos จาก Google Drive ให้คลิก Add from Drive
  4. พิมพ์คำถาม เช่น "Was this image created or edited by Google AI?", "Is this AI-generated?" หรือ "Is this a real video?"

บนมือถือ Android หรือ iPhone

  1. เปิดแอป Gemini หรือเข้า gemini.google.com ในเบราว์เซอร์
  2. แตะ Add files
  3. ไฟล์ในเครื่องให้แตะ Files รูปในคลังภาพให้แตะ Photos ถ้าจะเลือกจาก Google Drive ให้ปัดไอคอนไปจนเจอ Drive
  4. พิมพ์คำถามแบบเดียวกับบนคอมพิวเตอร์

ข้อควรรู้

  • ตรวจได้ครั้งละไฟล์เดียว ขนาดไม่เกิน 100MB วิดีโอต้องสั้นกว่า 90 วินาที เสียงต้องสั้นกว่า 1 ชั่วโมง
  • ถ้าตรวจจากภาพแคปหน้าจอ ให้ครอปให้ชิดภาพที่ต้องการตรวจ และอย่าส่งภาพที่รวมหลายภาพไว้ในภาพเดียว
  • โควตาราว 10 ครั้งสำหรับภาพ 10 ครั้งสำหรับวิดีโอ (รวมไม่เกิน 5 นาที) และ 10 ครั้งสำหรับเสียง (รวมไม่เกิน 3 ชั่วโมง) ในทุกช่วง 24 ชั่วโมง แอปจะแจ้งเมื่อใช้ครบ
  • การเลือกไฟล์จาก Drive ต้องเปิด Keep Activity และเชื่อม Google Workspace กับ Gemini ก่อน
  • หน้าช่วยเหลือยกตัวอย่างคำถามเป็นภาษาอังกฤษ ReadEval ยังไม่ได้ยืนยันว่าถามเป็นภาษาไทยแล้วระบบตรวจลายน้ำให้เหมือนกันหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจ ให้ใช้คำถามภาษาอังกฤษตามตัวอย่าง

วิธีเช็กที่ synthid.com

Google ไม่ได้ทำหน้าช่วยเหลือแยกสำหรับเว็บนี้ ขั้นตอนด้านล่างจึงรวบรวมจากรายงานของ Engadget, Android Authority และ The Tech Outlook

  1. เข้า synthid.com (หน้าเว็บเป็นภาษาอังกฤษ)
  2. ล็อกอินด้วยบัญชี Google, Apple หรือ OpenAI ตัวแทนของ Google ยืนยันกับ Android Authority ว่ายังล็อกอินด้วยอีเมลอื่นไม่ได้ และยังตรวจโดยไม่ล็อกอินไม่ได้
  3. อัปโหลดไฟล์ภาพ วิดีโอ หรือเสียง (ยังวางลิงก์ไม่ได้ ต้องเป็นไฟล์)
  4. รอไม่กี่วินาที เว็บจะบอกว่าเจอลายน้ำ SynthID หรือไม่

TechCrunch ระบุชนิดไฟล์ที่รองรับไว้ดังนี้

ประเภทนามสกุลไฟล์
ภาพJPG, JPEG, PNG, BMP, WEBP, AVIF, HEIC, HEIF, TIFF, TIF, GIF
วิดีโอMP4, MOV, WEBM
เสียงWAV, MP3, OGG, FLAC, AAC, M4A

Engadget อ้าง Ars Technica ว่าเว็บจำกัดไว้ราววันละ 10 ครั้ง โฆษกของ Google ให้เหตุผลว่าเพื่อกันไม่ให้ใครใช้ผลตรวจซ้ำ ๆ มาหาวิธีลบลายน้ำ ตัวเลขนี้ยังไม่มีในหน้าทางการของ Google

ผลตรวจบอกอะไร และไม่ได้บอกอะไร

หน้าช่วยเหลือของ Gemini แบ่งผลไว้ 3 แบบ

  • เจอลายน้ำ: ทั้งไฟล์หรือบางส่วนถูกสร้างหรือแก้ด้วยโมเดล AI ของ Google ถ้าเป็นวิดีโอ Gemini จะบอกว่าเจอลายน้ำในช่วงไหน แต่ไม่ได้แปลว่าทุกเฟรมในช่วงนั้นมีลายน้ำ
  • ไม่เจอลายน้ำ: Google เขียนว่าไฟล์นั้นไม่ได้สร้างหรือแก้ด้วย AI ของ Google "แต่อาจถูกสร้างโดยระบบ AI อื่น"
  • ไม่ชัดเจน: มักเกิดเมื่อภาพเรียบหรือเป็นนามธรรมเกินไปจนไม่มีรายละเอียดพอจะฝังลายน้ำ หรือส่วนที่แก้ด้วย AI เล็กเกินไป

ทำไมไม่เจอจึงไม่ได้แปลว่าจริง มีอย่างน้อย 3 เหตุผล ข้อแรก AI หลายค่ายไม่ได้ใช้ SynthID เช่น Engadget ยกตัวอย่างเครื่องมือของ Meta ซึ่งใช้มาตรฐานของตัวเอง ข้อสอง แอป Gemini อ่านได้เฉพาะลายน้ำของ Google แม้ไฟล์จะมาจาก OpenAI ที่ใช้ SynthID ก็ตาม ข้อสาม Google ยอมรับว่าลายน้ำมักทนการย่อ ปรับสี หรือบีบอัดได้ แต่ถ้าไฟล์ถูกแก้หลายรอบ ก็ยังมีโอกาสตรวจไม่เจอ

ในทางกลับกัน ถ้าเจอลายน้ำ Android Authority สรุปว่า "แทบจะยืนยันได้" ว่าไฟล์นั้นสร้างด้วย AI ผลตรวจแบบนี้จึงมีน้ำหนักฝั่งเดียว คือใช้ยืนยันว่า "เป็น AI" ได้ดีกว่าใช้ยืนยันว่า "เป็นของจริง"

SynthID ทำงานอย่างไร และฝังอยู่ในเครื่องมือไหนบ้าง

Google DeepMind เปิดตัว SynthID ในปี 2023 ลายน้ำถูกฝังลงในเนื้อของภาพ วิดีโอ หรือเสียงตั้งแต่ตอนที่ AI สร้าง ไม่ใช่ป้ายที่แปะไว้ข้างนอก Google ระบุว่าลายน้ำไม่ทำให้คุณภาพภาพหรือวิดีโอลดลง และออกแบบมาให้ทนการครอป ใส่ฟิลเตอร์ เปลี่ยนเฟรมเรต หรือบีบอัดไฟล์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของการออกแบบ ไม่ใช่การรับประกัน

TechCrunch ระบุว่าเครื่องมือของ Google ที่ฝังลายน้ำนี้ได้แก่ Nano Banana (สร้างภาพ), Veo (สร้างวิดีโอ), Lyria (สร้างเพลง) รวมถึง Gemini, Flow, ProducerAI และ Vids ตามบล็อกของ Google DeepMind ตอนนี้ฝังไปแล้วในภาพและวิดีโอกว่า 180,000 ล้านชิ้น และเสียงรวมกว่า 240,000 ปี

เว็บตรวจนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด Google เปิดรุ่นแรกให้นักข่าว สื่อมวลชน และนักวิจัยกลุ่มเล็ก ๆ ทดลองตั้งแต่งาน Google I/O ปี 2025 รอบนี้คือการเปิดให้ทุกคนใช้ ส่วนเมื่อ 19 พ.ค. 2026 Google เริ่มเพิ่มการตรวจแบบเดียวกันใน Google Lens, AI Mode และ Circle to Search ตามรายงานของ 9to5Google

นอกจากลายน้ำ แอป Gemini ยังดูอะไรได้อีก

แอป Gemini ยังอ่าน Content Credentials ได้ด้วย นี่คือมาตรฐานกลางของกลุ่ม C2PA ที่หลายบริษัทใช้ ทำหน้าที่เหมือน "พาสปอร์ต" ของไฟล์ บันทึกว่าไฟล์มาจากกล้องหรือแอปไหน ผ่านการแก้อะไรมาบ้าง และใช้ AI หรือไม่ โดยบริษัทที่ให้ข้อมูลจะลงลายมือชื่อดิจิทัลกำกับไว้ เช่น "Info by Google LLC"

ข้อจำกัดคือ Google ระบุว่า Content Credentials ไม่ได้บอกแน่ชัดว่าไฟล์เป็น AI หรือไม่ เป็นแค่ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และ Gemini รองรับเฉพาะเวอร์ชัน 2.2 ขึ้นไปจากผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรายชื่อ C2PA Conforming Products List ตอนนี้ใช้ได้บน gemini.google.com และแอป Android ส่วนแอป iPhone Google บอกว่า "เร็ว ๆ นี้"

ไม่เจอลายน้ำแล้ว ควรตรวจอะไรต่อ

หน้าช่วยเหลือของ Google แนะนำวิธีอื่นไว้ ซึ่งตรงกับคำแนะนำที่ Thai PBS Verify ให้ไว้ช่วงน้ำท่วมภาคใต้

  • ดูจุดผิดสังเกต: ตัวหนังสือในภาพเพี้ยนหรืออ่านไม่ออก มือ ฟัน หรือฉากหลังผิดรูป แสงและเงาไม่สอดคล้องกัน ลวดลายซ้ำกันแบบไม่เป็นธรรมชาติ
  • ค้นหาภาพย้อนกลับ: ใช้เครื่องมืออย่าง Google Images หาว่าภาพนี้เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน
  • ดูข้อมูลในไฟล์: ถ้ามีไฟล์ต้นฉบับ (ไม่ใช่ภาพแคปหน้าจอ) ให้ดูข้อมูล EXIF เช่น รุ่นกล้องและวันที่ถ่าย
  • เช็กแหล่งที่มา: Thai PBS Verify แนะนำให้ดูว่าใครโพสต์คนแรก และเทียบกับประกาศของหน่วยงานหรือสื่อที่มีทีมตรวจสอบข่าว กรณีภาพสุนัขคาบลูกแมว โพสต์ต้นทางเขียนไว้ว่าเป็นภาพประกอบจาก AI แต่คำเตือนนั้นหายไปเมื่อมีคนแชร์ต่อ

ใช้ในไทยได้ไหม

บล็อกของ Google DeepMind ระบุว่าเว็บ synthid.com "เปิดทั่วโลกเป็นภาษาอังกฤษ" และหน้าช่วยเหลือของ Gemini ไม่ได้จำกัดประเทศ ผู้ใช้ในไทยจึงน่าจะใช้ได้ทั้งสองทาง แต่ ReadEval ยังไม่ได้ยืนยันสองเรื่อง คือการถามเป็นภาษาไทยในแอป Gemini ให้ผลตรวจแบบเดียวกันหรือไม่ และการตรวจใน Google Lens, AI Mode และ Circle to Search เปิดในไทยแล้วหรือยัง

สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน

  • เครื่องมืออยู่ที่ไหน: 9to5Google ไม่ได้ระบุที่อยู่ ส่วนสื่ออื่นและ Google เองยืนยันว่าเป็น synthid.com และในแอป Gemini มีการตรวจอีกแบบที่ตรวจได้เฉพาะของ Google ReadEval ยึดหน้าของ Google เป็นหลัก
  • ตรวจอะไรได้บ้าง: 9to5Google เขียนถึงแค่ภาพและวิดีโอ แต่ Google และ TechCrunch ระบุว่าตรวจไฟล์เสียงได้ด้วย
  • เว็บชี้จุดที่เป็น AI ได้ไหม: Android Authority และ The Tech Outlook อ้างคำอธิบายของ Google ว่าเว็บไฮไลต์ส่วนของภาพหรือวิดีโอที่มีลายน้ำได้ แต่ Engadget รายงานว่าเว็บตอบแค่ว่าเจอหรือไม่เจอ โดยไม่บอกว่าส่วนไหนสร้างด้วย AI ReadEval ยังไม่ได้ทดสอบเอง ส่วนในแอป Gemini หน้าช่วยเหลือยืนยันว่าบอกช่วงเวลาในวิดีโอที่เจอลายน้ำ
  • โควตาของเว็บ: ตัวเลขราววันละ 10 ครั้งมาจากโฆษกของ Google ที่ Ars Technica อ้าง (ผ่านรายงานของ Engadget) ยังไม่มีในหน้าทางการ
  • Apple: ล็อกอินด้วยบัญชี Apple ได้แล้ว แต่การตรวจลายน้ำจากภาพที่สร้างด้วย Apple Intelligence ยังอยู่ในสถานะ "เร็ว ๆ นี้"
  • รายชื่อพาร์ตเนอร์: รายงานของ 9to5Google เมื่อเดือนพฤษภาคมนับ ElevenLabs เป็นพาร์ตเนอร์ SynthID ด้วย แต่ประกาศของ Google เมื่อ 7 ต.ค. ระบุเพียง OpenAI, NVIDIA, Kakao และ Apple จึงยังไม่ชัดว่าเว็บตรวจเสียงจาก ElevenLabs ได้หรือไม่

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Rea · โต๊ะข่าว AI

เครื่องมือนี้ใช้ยืนยันว่า "เป็น AI" ได้ดี แต่ใช้ยืนยันว่า "เป็นของจริง" ไม่ได้ จุดแข็งคือเมื่อเจอลายน้ำ ผลเชื่อถือได้มากกว่าเครื่องมือเดาว่าภาพไหนเป็น AI ทั่วไป ซึ่ง Engadget ระบุว่ามักตัดสินผิดจนกล่าวหางานของคนว่าเป็น AI การเปิดเว็บกลางที่อ่านลายน้ำของหลายบริษัทพร้อมกันก็ทำให้ระบบนี้ครอบคลุมขึ้น จุดอ่อนคือคนที่ตั้งใจหลอกจะเลือกใช้ AI ที่ไม่ฝังลายน้ำได้ ภาพปลอมที่ตั้งใจสร้างเพื่อหลอกจึงอาจเป็นกลุ่มที่เครื่องมือนี้ตรวจไม่เจอมากที่สุด ReadEval ประเมินว่าวิธีใช้ที่เหมาะคือถือเป็นด่านแรก ถ้าเจอลายน้ำก็หยุดแชร์ได้เลย ถ้าไม่เจอให้ถือว่า "ยังไม่รู้" แล้วตรวจแหล่งที่มาต่อ ส่วนเรื่องโควตาราววันละ 10 ครั้งไม่น่าเป็นปัญหาสำหรับคนทั่วไป แต่ทีมตรวจข่าวที่ต้องเช็กจำนวนมากอาจไม่พอ

แหล่งที่มา

  1. Google: Verify AI-generated images, videos, and audio (Gemini Apps Help)
  2. Google DeepMind: We're making it easier to identify AI-generated content globally
  3. Google DeepMind: SynthID
  4. SynthID Detector
  5. 9to5Google: SynthID AI image detector launches globally
  6. 9to5Google: Google is adding AI detection to Search and Chrome
  7. TechCrunch: Google's new SynthID website can identify AI-generated media
  8. Android Authority: Google's cross-model AI detection tool is finally available for all
  9. Engadget: How to use Google's SynthID AI detection website
  10. The Tech Outlook: Google's SynthID Detector now available globally
  11. Thai PBS: Thai PBS Verify เตือนภาพ AI ระบาดช่วงน้ำท่วมภาคใต้