[ไม่ยืนยัน] Trezor รับรายงานชิปแอบฝังในกระเป๋าคริปโตจาก CryptoBilis ร้านเดียวกับเคส Ledger
ลูกค้าในอินโดนีเซียรายงานพบแผงวงจรพร้อมโมดูลมือถือใน Trezor Safe 5 จาก CryptoBilis Trezor ยังไม่ได้ตรวจเครื่อง แต่เตือนผู้ซื้อตั้งแต่ มี.ค. 2026 ให้ย้ายเงิน
สารบัญ (12 หัวข้อ)
- สรุปประเด็นสำคัญ
- รายงานบอกว่าเจออะไร และอะไรที่ยังไม่มีใครยืนยัน
- ทำไม Trezor เตือนทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจ
- ไทม์ไลน์จาก Trezor
- เครื่องของฉันเข้าข่ายไหม
- ซื้อมาแล้ว ต้องทำอย่างไร
- ชั่งหรือแกะเครื่องเองได้ไหม
- คนไทยเกี่ยวข้องแค่ไหน
- เรื่องนี้ต่อจากเคส Ledger อย่างไร
- ระวังมิจฉาชีพที่อาศัยข่าวนี้
- แหล่งข่าวต่างกันตรงไหน
- บทวิเคราะห์จาก ReadEval
ลูกค้าคนหนึ่งในอินโดนีเซียสังเกตว่ากระเป๋าคริปโต Trezor Safe 5 ของเขาหนักกว่าที่ควร แล้วรายงานว่าพบแผงวงจรแผ่นเกินซ่อนอยู่ระหว่างแผงหลักกับจอ บนแผงมีโมดูลมือถือและเสาอากาศ เครื่องนี้ซื้อจาก CryptoBilis ร้านตัวแทนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร้านเดียวกับที่ Ledger ยืนยันเมื่อต้นเดือนตุลาคมว่าขายเครื่องที่ถูกฝังชิปขโมยวลีกู้คืน
Trezor ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์อีกรายประกาศเรื่องนี้บนบล็อกของบริษัท และบอกตรง ๆ ว่ายังไม่ได้รับเครื่องมาตรวจ จึงยังยืนยันไม่ได้ว่ามีชิปจริง แต่จากคำบอกเล่า ภาพถ่าย และการสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอล บริษัทถือว่าเป็นรายงานที่น่าเชื่อถือ และเลือกเตือนก่อน เพราะถ้ารอผลแล็บ ผู้ซื้อจากร้านนี้จะเสี่ยงอยู่ระหว่างนั้น
ตามรายงานของผู้แจ้ง แผงนี้อ่านทุกอย่างที่ขึ้นบนจอ รวมถึงวลีกู้คืน (recovery phrase) ซึ่งเป็นกุญแจแม่ของกระเป๋า แล้วส่งออกทางเครือข่ายมือถือเมื่อเสียบเครื่อง เหมือนมีคนแอบซ่อนกล้องไว้ในสมุดที่คุณใช้จดรหัสตู้เซฟ ตู้ยังแข็งแรงเหมือนเดิม แต่รหัสหลุดไปตั้งแต่ตอนจด ต่างกันตรงที่รหัสตู้เซฟยังเปลี่ยนได้ ส่วนวลีกู้คืนที่หลุดแล้วเปลี่ยนไม่ได้ ทางเดียวคือย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่
ข่าวดีคือยังไม่มีลูกค้ารายใดแจ้ง Trezor ว่าเงินหาย ผู้แจ้งเองก็ย้ายเงินออกไปก่อนจะพบแผง และเครื่องที่ลูกค้าของ CryptoBilis ส่งกลับไปให้ Trezor ตรวจก่อนหน้านี้ 4 เครื่อง ไม่พบร่องรอยดัดแปลงเลย แต่คำเตือนครอบคลุมกว้าง คือ Trezor ทุกรุ่นที่ซื้อจากร้านนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 รวมถึงร้านของ CryptoBilis บน Tokopedia ตลาดออนไลน์ของอินโดนีเซีย ส่วนไทย ReadEval ไม่พบหลักฐานว่าร้านนี้ขาย Trezor ในไทย แต่ก็ยืนยันไม่ได้ว่าไม่มีเครื่องจากร้านนี้มาถึงมือคนไทย
ถ้าคุณซื้อ Trezor จาก CryptoBilis ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 และยังไม่ได้ตั้งค่า อย่าตั้งค่า ถ้าใช้อยู่แล้ว ให้ย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่ที่สร้างวลีกู้คืนชุดใหม่ จากนั้นเก็บเครื่องเดิมไว้แล้วติดต่อ Trezor เพื่อขอเครื่องใหม่หรือวอเชอร์ อย่าแกะหรือชั่งน้ำหนักเครื่องเพื่อตรวจเอง ส่วนขั้นตอนละเอียด ไทม์ไลน์ และสิ่งที่ยังไม่มีใครยืนยัน อยู่ด้านล่าง
สรุปประเด็นสำคัญ
- เกิดอะไรขึ้น: วันที่ 28 ต.ค. 2026 ลูกค้าในอินโดนีเซียแจ้ง Trezor ผ่านช่องทางแจ้งปัญหาความปลอดภัยว่าพบแผงวงจรแปลกปลอมใน Trezor Safe 5 ที่ซื้อจาก CryptoBilis ผ่าน Tokopedia เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 Trezor บอกว่าแผงนี้ "ดูเหมือนทำงานคล้ายกับที่พบในเครื่อง Ledger"
- ยังไม่ยืนยัน: Trezor ยังไม่ได้รับเครื่องมาตรวจ ข้อมูลว่าแผงอ่านจอและส่งข้อมูลออกไปมาจากผู้แจ้ง Trezor เขียนเองว่า "เรายังไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"
- ยังไม่มีเงินหาย: Trezor ยังไม่ได้รับรายงานว่าลูกค้ารายใดเสียเงิน และยังไม่มีรายงานที่เกี่ยวกับร้านตัวแทนรายอื่น
- ใครต้องทำอะไร: ผู้ที่ซื้อ Trezor ทุกรุ่นจาก CryptoBilis ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 ควรย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่ที่มีวลีกู้คืนชุดใหม่ และมีสิทธิ์ขอเครื่องใหม่หรือวอเชอร์จาก Trezor
รายงานบอกว่าเจออะไร และอะไรที่ยังไม่มีใครยืนยัน
ส่วน FAQ ในประกาศของ Trezor อธิบายว่า รายงานระบุถึงแผงวงจรแผ่นเกินที่ติดตั้งไว้ภายใน Trezor Safe 5 ระหว่างแผงวงจรหลักกับหน้าจอ มีโมดูลเครือข่ายมือถือและเสาอากาศ และ "ตามรายงาน (เรายังไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง) มันอ่านสิ่งที่แสดงบนจอ รวมถึงข้อมูลสำรองกระเป๋า แล้วส่งออกไปทางเครือข่ายมือถือทุกครั้งที่เสียบเครื่อง" (Trezor เรียกวลีกู้คืนว่า wallet backup)
| ประเด็น | ใครบอก | สถานะ ณ 31 ต.ค. 2026 |
|---|---|---|
| มีแผงวงจรแผ่นเกินพร้อมโมดูลมือถือและเสาอากาศใน Safe 5 เครื่องหนึ่ง | ลูกค้าในอินโดนีเซีย (ส่งภาพถ่ายและให้สัมภาษณ์ทางวิดีโอ) | Trezor ถือว่าน่าเชื่อถือ แต่ยังไม่ได้เห็นเครื่องจริง |
| แผงอ่านจอและส่งวลีกู้คืนออกทางเครือข่ายมือถือ | ผู้แจ้ง | ยังไม่ผ่านการตรวจของ Trezor |
| ทำงานคล้ายชิปในเครื่อง Ledger | Trezor (ประเมินจากรายงาน) | Trezor บอกด้วยว่าจะยังไม่เทียบกับเคส Ledger ระหว่างที่การสอบสวนยังไม่จบ |
| ใครอยู่เบื้องหลัง | — | Trezor บอกว่า "เราไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง" |
| มีเงินหายไหม | Trezor | ยังไม่มีหลักฐานว่าลูกค้าคนใดเสียเงิน |
ผู้แจ้งสังเกตเห็นความผิดปกติจากน้ำหนักที่ต่างไป แต่ Trezor เตือนว่าความต่างเล็กน้อยเกิดจากสาเหตุอื่นได้ จึงใช้ยืนยันหรือตัดความเป็นไปได้ไม่ได้ (ดูหัวข้อ "ชั่งหรือแกะเครื่องเองได้ไหม")
ทำไม Trezor เตือนทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจ
Trezor ตอบในประกาศว่า บริษัทได้รับรายงานและภาพถ่าย สัมภาษณ์ผู้แจ้งทางวิดีโอคอล และกำลังจัดการให้ส่งเครื่องมาที่แล็บ "สิ่งที่เราเห็นดูซับซ้อนพอที่เราตัดสินใจเตือนลูกค้าตอนนี้เลย การรอผลยืนยันจากแล็บจะทำให้ผู้ซื้อจาก CryptoBilis เสี่ยงอยู่ระหว่างนั้น" Trezor ขอบคุณ SEAL 911 หน่วยตอบสนองเหตุฉุกเฉินด้านความปลอดภัยคริปโตของ Security Alliance ที่ช่วยดูรายงานนี้และให้คำแนะนำเรื่องการดูแลลูกค้า และบอกว่ากำลังทำงานร่วมกับ Ledger และฝ่ายอื่นที่สอบสวนเรื่องนี้อยู่
ReadEval ประเมินว่า การเตือนก่อนแล้วค่อยยืนยันทีหลังเป็นทางที่ระวังไว้ก่อน เพราะต้นทุนของการเตือนเกินคือผู้ใช้ต้องย้ายเงินหนึ่งครั้ง ส่วนต้นทุนของการเตือนช้าคือวลีกู้คืนที่เรียกคืนไม่ได้
ไทม์ไลน์จาก Trezor

| วันที่ | เหตุการณ์ (สรุปจากภาพไทม์ไลน์ของ Trezor) |
|---|---|
| 9 ต.ค. 2026 | Ledger เริ่มสอบสวนรายงานเงินหายที่โยงกับเครื่องจาก CryptoBilis และขอให้ร้านหยุดขาย Ledger วันเดียวกัน Trezor ขอให้ CryptoBilis หยุดขาย Trezor ทุกรุ่น และถอดออกจากรายชื่อตัวแทน |
| 10 ต.ค. 2026 | Ledger ยืนยันพบชิปแอบฝังในเครื่องที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง |
| 13 ต.ค. 2026 | ทีม Donjon ของ Ledger เผยรายละเอียดชิป ส่วน Trezor ประกาศลดจำนวนร้านตัวแทนที่ได้รับอนุญาต |
| 14 ต.ค. 2026 | Trezor ขอให้ลูกค้าที่ซื้อจาก CryptoBilis ส่งเครื่องมาตรวจ |
| ตั้งแต่ 19 ต.ค. 2026 | มีเครื่องส่งกลับมา 4 เครื่อง (Safe 7 สั่งซื้อ 6 เม.ย., Safe 5 สองเครื่องสั่งซื้อ 7 มิ.ย. และ Safe 3 สั่งซื้อ 4 ส.ค.) ผลตรวจไม่พบร่องรอยการดัดแปลง |
| 28 ต.ค. 2026 | ลูกค้าในอินโดนีเซียแจ้งว่าสงสัยมีชิปแอบฝังใน Safe 5 ที่ซื้อจาก CryptoBilis เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 ทีมความปลอดภัย ทีมฮาร์ดแวร์ และทีมดูแลร้านตัวแทนของ Trezor ตรวจรายงาน ภาพถ่าย และใบเสร็จในวันเดียวกัน |
| 30 ต.ค. 2026 | Trezor เผยแพร่ประกาศเตือนลูกค้า |
เครื่องของฉันเข้าข่ายไหม
- เข้าข่าย: Trezor ทุกรุ่นที่ซื้อจาก CryptoBilis ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 เป็นต้นไป แม้รายงานจะเป็น Safe 5 แต่ Trezor ระบุว่า "คำแนะนำของเราใช้กับ Trezor ทุกรุ่นที่ซื้อจาก CryptoBilis"
- ซื้อผ่านตลาดออนไลน์: นับรวมทุกร้านที่ขายเครื่องซึ่ง CryptoBilis เป็นผู้จัดส่ง รวมถึงร้านของ CryptoBilis บน Tokopedia
- ไม่แน่ใจว่าซื้อจากใคร: ดูชื่อผู้ขายในใบเสร็จ หรือติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Trezor
- ซื้อจากร้านอื่น: ณ วันที่ประกาศ Trezor ยังไม่มีรายงานที่เกี่ยวกับร้านตัวแทนรายอื่นหรือภูมิภาคอื่น และบอกว่าจะแจ้งลูกค้าถ้ามีความเปลี่ยนแปลง
ซื้อมาแล้ว ต้องทำอย่างไร
ขั้นตอนนี้มาจากประกาศของ Trezor
ถ้าใช้เครื่องเก็บเงินอยู่แล้ว
- ย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่ที่สร้างวลีกู้คืนชุดใหม่ (new seed) โดยเร็วที่สุด Trezor ย้ำว่า "การนำข้อมูลสำรองที่เครื่องซึ่งถูกดัดแปลงสร้างขึ้นไปใช้บนเครื่องอื่นไม่ได้แก้ปัญหา" พูดง่าย ๆ คือการกรอกวลีเดิมลงเครื่องใหม่ไม่ช่วย เพราะวลีนั้นอาจหลุดไปแล้ว
- ถ้าไม่มีกระเป๋าฮาร์ดแวร์เครื่องอื่นที่ปลอดภัย Trezor แนะนำให้ย้ายเงินไปไว้ชั่วคราวในกระเป๋าแบบซอฟต์แวร์ หรือกระดานเทรดที่คุณคุ้นเคย
- ก่อนโอน ให้ตรวจที่อยู่ปลายทางให้ครบทุกตัวอักษร เพื่อไม่ให้โอนผิด Trezor มีคู่มือการส่งเงินใน Trezor Suite ที่ trezor.io/guides
ถ้ายังไม่ได้ตั้งค่า
- อย่าตั้งค่าเครื่อง และอย่ากรอกวลีกู้คืนของกระเป๋าที่คุณมีอยู่ลงในเครื่องนี้เด็ดขาด
ขอเครื่องใหม่หรือวอเชอร์
- ลูกค้าที่ซื้อจาก CryptoBilis ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 มีสิทธิ์รับ Trezor เครื่องใหม่ที่ Trezor ส่งให้โดยตรง หรือวอเชอร์ที่ครอบคลุมราคาเครื่องใหม่ ให้เก็บเครื่องที่ซื้อจาก CryptoBilis ไว้ แล้วติดต่อฝ่ายสนับสนุนผ่านแชตที่ trezor.io/support ReadEval แนะนำให้พิมพ์ที่อยู่เว็บเอง ไม่ใช่กดลิงก์จากอีเมลหรือข้อความที่ได้รับ
ชั่งหรือแกะเครื่องเองได้ไหม
ไม่ควร Trezor ตอบไว้ใน FAQ ว่า "การชั่งน้ำหนักไม่ใช่การทดสอบที่เชื่อถือได้ และไม่มีวิธีที่ไว้ใจได้ในการตรวจเครื่องด้วยตัวเอง" แม้ผู้แจ้งรายนี้จะสังเกตจากน้ำหนัก แต่ความต่างเล็กน้อยมีสาเหตุอื่นได้ ตาชั่งจึงยืนยันหรือตัดความเป็นไปได้ไม่ได้
ก่อนหน้านี้ Trezor เคยตอบผู้ใช้บน X เมื่อ 12 ต.ค. 2026 ว่าอย่าแกะเครื่อง เพราะการงัดตัวเครื่องอาจทำให้เครื่องเสียหาย และเตือนเรื่องแบตเตอรี่ในตัวของ Safe 7 เป็นพิเศษ (Decrypt รายงาน) ทางที่ Trezor แนะนำคือย้ายเงินออกเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน แล้วติดต่อฝ่ายสนับสนุน
คนไทยเกี่ยวข้องแค่ไหน
- Trezor ไม่ได้ระบุประเทศ: ประกาศเรียก CryptoBilis ว่า "ร้านตัวแทนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" และระบุเพียงว่าผู้แจ้งอยู่ในอินโดนีเซีย ไม่ได้พูดถึงไทย
- เว็บของร้านเองชี้ไปที่มาเลเซีย: เมื่อ ReadEval เปิดเว็บ cryptobilis.com วันที่ 31 ต.ค. 2026 ร้านแสดงตัวเป็นร้านในมาเลเซีย ตั้งราคาเป็นริงกิต รวมภาษีนำเข้าของมาเลเซีย ส่งของจากกัวลาลัมเปอร์ และมีศูนย์รับเปลี่ยนเครื่องในฟิลิปปินส์ ReadEval ไม่พบการพูดถึงไทย การขายเป็นเงินบาท หรือร้านบน Shopee และ Lazada ของไทย Kim Zetter นักข่าวด้านความปลอดภัย ก็เรียก CryptoBilis ว่า "ร้านตัวแทนที่ได้รับอนุญาตในมาเลเซีย"
- สรุป: ReadEval ไม่พบหลักฐานว่า CryptoBilis ขาย Trezor ในไทย แต่ยืนยันไม่ได้ว่าไม่มีคนไทยซื้อเครื่องจากร้านนี้ เช่น สั่งข้ามประเทศ ถ้าคุณไม่แน่ใจ ให้ดูชื่อผู้ขายในใบเสร็จตามที่ Trezor แนะนำ
- ข้อความบนเว็บร้านยังไม่เปลี่ยน: ณ วันที่ 31 ต.ค. 2026 หน้า Trezor บนเว็บ CryptoBilis ยังเขียนว่าร้านเป็น "ตัวแทนที่ได้รับอนุญาตของ Trezor ในมาเลเซีย" ทั้งที่ Trezor ระบุว่าถอดร้านนี้ออกจากรายชื่อตั้งแต่ 9 ต.ค. ReadEval จึงแนะนำให้ตรวจสถานะตัวแทนจากหน้ารายชื่อของผู้ผลิต (trezor.io/resellers) ไม่ใช่จากข้อความบนเว็บร้าน
- เคส Ledger ต่างออกไป: ในบทความเรื่องชิปแอบฝังในเครื่อง Ledger ไทยอยู่ในรายชื่อ 7 ตลาดที่ Ledger ขอให้ร้านตัวแทนพักขาย แต่นั่นเป็นคำขอของ Ledger ส่วนประกาศของ Trezor ไม่ได้พูดถึงไทยเลย
เรื่องนี้ต่อจากเคส Ledger อย่างไร
ReadEval เขียนถึงชิปแอบฝังในเครื่อง Ledger ที่ขายผ่าน CryptoBilis ไว้แล้ว ทั้งกลไก ยอดความเสียหายที่นักสืบบล็อกเชนประเมิน และวิธีตรวจผู้ขาย จุดใหม่ของข่าวนี้มีสามข้อ
- แบรนด์ที่สอง ร้านเดียวกัน: ตอนเคส Ledger เปิดเผย Trezor ยืนยันว่า "ไม่มีหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียว" ว่าเครื่องของตนถูกเจาะ และเรียกการลดร้านตัวแทนว่า "มาตรการป้องกันไว้ก่อน" Decrypt รายงานว่าสิทธิ์ของร้านตัวแทนที่ถูกตัดจะสิ้นสุดวันที่ 1 ม.ค. 2027 ในประกาศล่าสุด Trezor เขียนว่า "ตอนนี้เราพบหลักฐานว่าเครื่อง Trezor หนึ่งเครื่องอาจได้รับผลกระทบจากการโจมตีแบบเดียวกัน"
- ต่างจากรายงานก่อนหน้า: Zetter รายงานเมื่อ 13 ต.ค. ว่า Joe Grand นักแฮกฮาร์ดแวร์ เคยพบชิปดัดแปลงใน Trezor Model T และ Trezor One สองเครื่องที่ซื้อจากผู้ขายนอกระบบ (Facebook Marketplace ในแคนาดา และร้านบน TikTok) และแจ้ง Trezor ตั้งแต่เดือนสิงหาคม วิธีนั้นต่างกัน คือเปลี่ยนชิปควบคุมให้สร้างวลีกู้คืนจากชุดที่ผู้โจมตีรู้อยู่แล้ว ส่วนรายงานใหม่เป็นรุ่นปัจจุบันที่ซื้อจากร้านซึ่งเคยได้รับอนุญาต และเป็นแผงที่อ่านจอแบบในเคส Ledger
- สิงคโปร์มีคดีแล้ว: ตำรวจสิงคโปร์ออกประกาศเมื่อ 28 ต.ค. 2026 ว่าตั้งแต่ 10 ก.ย. มีอย่างน้อย 2 คดีที่เครื่อง Ledger ซื้อจากร้านค้าปลีกบางแห่งในสิงคโปร์มีชิ้นส่วนอันตราย รวมความเสียหายราว 3.5 ล้านดอลลาร์ตามที่ประกาศระบุ ประกาศไม่ได้ระบุชื่อร้าน และไม่ได้เกี่ยวกับเครื่อง Trezor
ระวังมิจฉาชีพที่อาศัยข่าวนี้
Trezor เตือนว่า "มิจฉาชีพน่าจะใช้เหตุการณ์นี้หลอกผู้ถือคริปโตด้วยฟิชชิง เช่น อีเมลปลอม จดหมายทางไปรษณีย์ และโทรศัพท์" และย้ำว่า "อย่าบอกข้อมูลสำรองกระเป๋า (วลีกู้คืน) กับใครเด็ดขาด ฝ่ายสนับสนุนของ Trezor จะไม่ขอข้อมูลนี้" ประกาศของตำรวจสิงคโปร์ก็เตือนแบบเดียวกันว่าอย่าบอกวลีกู้คืนกับใคร รวมถึงคนที่อ้างว่ามาจากผู้ให้บริการกระเป๋า กระดานเทรด หรือเจ้าหน้าที่รัฐ และให้ระวังข้อเสนอ "ตรวจกระเป๋า" หรือ "กู้กระเป๋า" ที่ไม่ได้ร้องขอ
แหล่งข่าวต่างกันตรงไหน
- "พบ" หรือ "ได้รับรายงาน": Trezor ใช้คำว่า "รายงาน" และยังไม่ยืนยัน แต่อัปเดตบทความของ Zetter วันที่ 30 ต.ค. เขียนว่าเครื่องนี้ "ถูกพบว่ามีชิปแอบฝัง" ReadEval ยึดตามถ้อยคำของ Trezor ซึ่งเป็นแหล่งต้นทาง
- เทียบกับ Ledger ได้แค่ไหน: BleepingComputer เขียนว่าชิปในเคส Trezor กับ Ledger "ดูคล้ายกันทั้งรูปแบบและการทำงาน" ขณะที่ Trezor บอกเพียงว่าแผงนี้ "ดูเหมือนทำงานคล้าย" ของ Ledger และปฏิเสธที่จะเทียบรายละเอียดระหว่างการสอบสวน
- ร้านอยู่ประเทศไหน: Trezor และสื่อส่วนใหญ่เรียก CryptoBilis ว่าร้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Zetter เรียกว่าร้านในมาเลเซีย ส่วนเครื่องที่ถูกรายงานซื้อผ่าน Tokopedia ในอินโดนีเซีย ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ขัดกัน แต่แสดงว่าร้านขายข้ามประเทศผ่านตลาดออนไลน์
บทวิเคราะห์จาก ReadEval
Val · โต๊ะความปลอดภัย
รายงานนี้ยังไม่ผ่านแล็บ แต่ก็ไม่ควรรอผล ถ้าคุณซื้อ Trezor จาก CryptoBilis ตั้งแต่มีนาคม 2026 ย้ายเงินไว้ก่อนเป็นทางที่เสียน้อยที่สุด สิ่งที่ข่าวนี้บอกเพิ่มจากเคส Ledger คือปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่แบรนด์ แต่อยู่ที่เส้นทางที่เครื่องเดินทางมาถึงมือ ร้านเดียวกันขายกระเป๋าหลายยี่ห้อ เมื่อร้านต้นทางมีปัญหา ผู้ใช้ทุกยี่ห้อที่ซื้อจากร้านนั้นก็ต้องตรวจตัวเองเหมือนกัน น่าสังเกตว่า Trezor ตัดร้านนี้ตั้งแต่วันแรกที่เคส Ledger เริ่ม และเครื่อง 4 เครื่องแรกที่ตรวจก็สะอาด แต่ก็ยังมีรายงานหลุดมาอีกเครื่อง แปลว่าการตรวจแบบสุ่มเพียงไม่กี่เครื่องให้ความมั่นใจได้จำกัด คำถามที่ยังเปิดอยู่คือผลตรวจของแล็บ Trezor และร้านนี้ส่งเครื่องไปยังประเทศใดบ้าง สำหรับคนไทย ยังไม่มีสัญญาณว่าเรื่องนี้มาถึงไทย แต่กฎเดิมยังใช้ได้กับกระเป๋าทุกยี่ห้อ คือซื้อจากผู้ผลิตหรือตัวแทนที่อยู่ในรายชื่อบนเว็บผู้ผลิตเท่านั้น และวลีกู้คืนต้องเกิดบนเครื่องที่คุณมั่นใจแหล่งที่มา
แหล่งที่มา
- Trezor: Implant reported in a Trezor sold by CryptoBilis (30 ต.ค. 2026)
- BleepingComputer: Trezor warns of suspected crypto-theft implant in hardware wallet
- The Hacker News: Trezor warns of suspected hardware implant in one of its wallets sold by CryptoBilis
- Kim Zetter (Zero Day): Trezor Wallets Also Compromised with Implants (13 ต.ค. 2026 อัปเดต 30 ต.ค.)
- Decrypt: Trezor cuts resellers after Ledger finds spy implant in crypto wallets
- Singapore Police Force: Police advisory on tampered cryptocurrency hardware wallets (28 ต.ค. 2026)
- CryptoBilis: หน้าขาย Trezor (เปิดดู 31 ต.ค. 2026)
- CryptoBilis: หน้าแรกและหน้าเงื่อนไขการรับประกัน (เปิดดู 31 ต.ค. 2026)
- Ledger บน X: Incident Update 13 ต.ค. 2026 (รายชื่อ 7 ตลาดที่ขอให้พักขาย)
- Trezor Visualbook: คู่มือแบรนด์และโลโก้ทางการ (ลิงก์จาก trezor.io/press-and-media)