อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
security

[ไม่ยืนยัน] Trezor รับรายงานชิปแอบฝังในกระเป๋าคริปโตจาก CryptoBilis ร้านเดียวกับเคส Ledger

ลูกค้าในอินโดนีเซียรายงานพบแผงวงจรพร้อมโมดูลมือถือใน Trezor Safe 5 จาก CryptoBilis Trezor ยังไม่ได้ตรวจเครื่อง แต่เตือนผู้ซื้อตั้งแต่ มี.ค. 2026 ให้ย้ายเงิน

ภาพประกอบ: กระเป๋าคริปโตฮาร์ดแวร์สีดำที่เปิดออก เผยให้เห็นแผงวงจรแปลกปลอมซ่อนอยู่ภายใน พร้อมเหรียญทองคำเปล่าที่กำลังถูกย้ายออก
ภาพประกอบโดย ReadEval (สร้างด้วย AI)
สารบัญ (12 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. รายงานบอกว่าเจออะไร และอะไรที่ยังไม่มีใครยืนยัน
  3. ทำไม Trezor เตือนทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจ
  4. ไทม์ไลน์จาก Trezor
  5. เครื่องของฉันเข้าข่ายไหม
  6. ซื้อมาแล้ว ต้องทำอย่างไร
  7. ชั่งหรือแกะเครื่องเองได้ไหม
  8. คนไทยเกี่ยวข้องแค่ไหน
  9. เรื่องนี้ต่อจากเคส Ledger อย่างไร
  10. ระวังมิจฉาชีพที่อาศัยข่าวนี้
  11. แหล่งข่าวต่างกันตรงไหน
  12. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ลูกค้าคนหนึ่งในอินโดนีเซียสังเกตว่ากระเป๋าคริปโต Trezor Safe 5 ของเขาหนักกว่าที่ควร แล้วรายงานว่าพบแผงวงจรแผ่นเกินซ่อนอยู่ระหว่างแผงหลักกับจอ บนแผงมีโมดูลมือถือและเสาอากาศ เครื่องนี้ซื้อจาก CryptoBilis ร้านตัวแทนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร้านเดียวกับที่ Ledger ยืนยันเมื่อต้นเดือนตุลาคมว่าขายเครื่องที่ถูกฝังชิปขโมยวลีกู้คืน

Trezor ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์อีกรายประกาศเรื่องนี้บนบล็อกของบริษัท และบอกตรง ๆ ว่ายังไม่ได้รับเครื่องมาตรวจ จึงยังยืนยันไม่ได้ว่ามีชิปจริง แต่จากคำบอกเล่า ภาพถ่าย และการสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอล บริษัทถือว่าเป็นรายงานที่น่าเชื่อถือ และเลือกเตือนก่อน เพราะถ้ารอผลแล็บ ผู้ซื้อจากร้านนี้จะเสี่ยงอยู่ระหว่างนั้น

ตามรายงานของผู้แจ้ง แผงนี้อ่านทุกอย่างที่ขึ้นบนจอ รวมถึงวลีกู้คืน (recovery phrase) ซึ่งเป็นกุญแจแม่ของกระเป๋า แล้วส่งออกทางเครือข่ายมือถือเมื่อเสียบเครื่อง เหมือนมีคนแอบซ่อนกล้องไว้ในสมุดที่คุณใช้จดรหัสตู้เซฟ ตู้ยังแข็งแรงเหมือนเดิม แต่รหัสหลุดไปตั้งแต่ตอนจด ต่างกันตรงที่รหัสตู้เซฟยังเปลี่ยนได้ ส่วนวลีกู้คืนที่หลุดแล้วเปลี่ยนไม่ได้ ทางเดียวคือย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่

ข่าวดีคือยังไม่มีลูกค้ารายใดแจ้ง Trezor ว่าเงินหาย ผู้แจ้งเองก็ย้ายเงินออกไปก่อนจะพบแผง และเครื่องที่ลูกค้าของ CryptoBilis ส่งกลับไปให้ Trezor ตรวจก่อนหน้านี้ 4 เครื่อง ไม่พบร่องรอยดัดแปลงเลย แต่คำเตือนครอบคลุมกว้าง คือ Trezor ทุกรุ่นที่ซื้อจากร้านนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 รวมถึงร้านของ CryptoBilis บน Tokopedia ตลาดออนไลน์ของอินโดนีเซีย ส่วนไทย ReadEval ไม่พบหลักฐานว่าร้านนี้ขาย Trezor ในไทย แต่ก็ยืนยันไม่ได้ว่าไม่มีเครื่องจากร้านนี้มาถึงมือคนไทย

ถ้าคุณซื้อ Trezor จาก CryptoBilis ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 และยังไม่ได้ตั้งค่า อย่าตั้งค่า ถ้าใช้อยู่แล้ว ให้ย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่ที่สร้างวลีกู้คืนชุดใหม่ จากนั้นเก็บเครื่องเดิมไว้แล้วติดต่อ Trezor เพื่อขอเครื่องใหม่หรือวอเชอร์ อย่าแกะหรือชั่งน้ำหนักเครื่องเพื่อตรวจเอง ส่วนขั้นตอนละเอียด ไทม์ไลน์ และสิ่งที่ยังไม่มีใครยืนยัน อยู่ด้านล่าง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • เกิดอะไรขึ้น: วันที่ 28 ต.ค. 2026 ลูกค้าในอินโดนีเซียแจ้ง Trezor ผ่านช่องทางแจ้งปัญหาความปลอดภัยว่าพบแผงวงจรแปลกปลอมใน Trezor Safe 5 ที่ซื้อจาก CryptoBilis ผ่าน Tokopedia เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 Trezor บอกว่าแผงนี้ "ดูเหมือนทำงานคล้ายกับที่พบในเครื่อง Ledger"
  • ยังไม่ยืนยัน: Trezor ยังไม่ได้รับเครื่องมาตรวจ ข้อมูลว่าแผงอ่านจอและส่งข้อมูลออกไปมาจากผู้แจ้ง Trezor เขียนเองว่า "เรายังไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"
  • ยังไม่มีเงินหาย: Trezor ยังไม่ได้รับรายงานว่าลูกค้ารายใดเสียเงิน และยังไม่มีรายงานที่เกี่ยวกับร้านตัวแทนรายอื่น
  • ใครต้องทำอะไร: ผู้ที่ซื้อ Trezor ทุกรุ่นจาก CryptoBilis ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 ควรย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่ที่มีวลีกู้คืนชุดใหม่ และมีสิทธิ์ขอเครื่องใหม่หรือวอเชอร์จาก Trezor

รายงานบอกว่าเจออะไร และอะไรที่ยังไม่มีใครยืนยัน

ส่วน FAQ ในประกาศของ Trezor อธิบายว่า รายงานระบุถึงแผงวงจรแผ่นเกินที่ติดตั้งไว้ภายใน Trezor Safe 5 ระหว่างแผงวงจรหลักกับหน้าจอ มีโมดูลเครือข่ายมือถือและเสาอากาศ และ "ตามรายงาน (เรายังไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง) มันอ่านสิ่งที่แสดงบนจอ รวมถึงข้อมูลสำรองกระเป๋า แล้วส่งออกไปทางเครือข่ายมือถือทุกครั้งที่เสียบเครื่อง" (Trezor เรียกวลีกู้คืนว่า wallet backup)

ประเด็นใครบอกสถานะ ณ 31 ต.ค. 2026
มีแผงวงจรแผ่นเกินพร้อมโมดูลมือถือและเสาอากาศใน Safe 5 เครื่องหนึ่งลูกค้าในอินโดนีเซีย (ส่งภาพถ่ายและให้สัมภาษณ์ทางวิดีโอ)Trezor ถือว่าน่าเชื่อถือ แต่ยังไม่ได้เห็นเครื่องจริง
แผงอ่านจอและส่งวลีกู้คืนออกทางเครือข่ายมือถือผู้แจ้งยังไม่ผ่านการตรวจของ Trezor
ทำงานคล้ายชิปในเครื่อง LedgerTrezor (ประเมินจากรายงาน)Trezor บอกด้วยว่าจะยังไม่เทียบกับเคส Ledger ระหว่างที่การสอบสวนยังไม่จบ
ใครอยู่เบื้องหลัง—Trezor บอกว่า "เราไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง"
มีเงินหายไหมTrezorยังไม่มีหลักฐานว่าลูกค้าคนใดเสียเงิน

ผู้แจ้งสังเกตเห็นความผิดปกติจากน้ำหนักที่ต่างไป แต่ Trezor เตือนว่าความต่างเล็กน้อยเกิดจากสาเหตุอื่นได้ จึงใช้ยืนยันหรือตัดความเป็นไปได้ไม่ได้ (ดูหัวข้อ "ชั่งหรือแกะเครื่องเองได้ไหม")

ทำไม Trezor เตือนทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจ

Trezor ตอบในประกาศว่า บริษัทได้รับรายงานและภาพถ่าย สัมภาษณ์ผู้แจ้งทางวิดีโอคอล และกำลังจัดการให้ส่งเครื่องมาที่แล็บ "สิ่งที่เราเห็นดูซับซ้อนพอที่เราตัดสินใจเตือนลูกค้าตอนนี้เลย การรอผลยืนยันจากแล็บจะทำให้ผู้ซื้อจาก CryptoBilis เสี่ยงอยู่ระหว่างนั้น" Trezor ขอบคุณ SEAL 911 หน่วยตอบสนองเหตุฉุกเฉินด้านความปลอดภัยคริปโตของ Security Alliance ที่ช่วยดูรายงานนี้และให้คำแนะนำเรื่องการดูแลลูกค้า และบอกว่ากำลังทำงานร่วมกับ Ledger และฝ่ายอื่นที่สอบสวนเรื่องนี้อยู่

ReadEval ประเมินว่า การเตือนก่อนแล้วค่อยยืนยันทีหลังเป็นทางที่ระวังไว้ก่อน เพราะต้นทุนของการเตือนเกินคือผู้ใช้ต้องย้ายเงินหนึ่งครั้ง ส่วนต้นทุนของการเตือนช้าคือวลีกู้คืนที่เรียกคืนไม่ได้

ไทม์ไลน์จาก Trezor

ไทม์ไลน์ของ Trezor ตั้งแต่ Ledger เริ่มสอบสวน CryptoBilis วันที่ 9 ต.ค. 2026 จนลูกค้าในอินโดนีเซียแจ้งพบชิปสงสัยใน Trezor Safe 5 วันที่ 28 ต.ค. 2026
ภาพ: Trezor (ภาพทางการจาก trezor.io)
วันที่เหตุการณ์ (สรุปจากภาพไทม์ไลน์ของ Trezor)
9 ต.ค. 2026Ledger เริ่มสอบสวนรายงานเงินหายที่โยงกับเครื่องจาก CryptoBilis และขอให้ร้านหยุดขาย Ledger วันเดียวกัน Trezor ขอให้ CryptoBilis หยุดขาย Trezor ทุกรุ่น และถอดออกจากรายชื่อตัวแทน
10 ต.ค. 2026Ledger ยืนยันพบชิปแอบฝังในเครื่องที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง
13 ต.ค. 2026ทีม Donjon ของ Ledger เผยรายละเอียดชิป ส่วน Trezor ประกาศลดจำนวนร้านตัวแทนที่ได้รับอนุญาต
14 ต.ค. 2026Trezor ขอให้ลูกค้าที่ซื้อจาก CryptoBilis ส่งเครื่องมาตรวจ
ตั้งแต่ 19 ต.ค. 2026มีเครื่องส่งกลับมา 4 เครื่อง (Safe 7 สั่งซื้อ 6 เม.ย., Safe 5 สองเครื่องสั่งซื้อ 7 มิ.ย. และ Safe 3 สั่งซื้อ 4 ส.ค.) ผลตรวจไม่พบร่องรอยการดัดแปลง
28 ต.ค. 2026ลูกค้าในอินโดนีเซียแจ้งว่าสงสัยมีชิปแอบฝังใน Safe 5 ที่ซื้อจาก CryptoBilis เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 ทีมความปลอดภัย ทีมฮาร์ดแวร์ และทีมดูแลร้านตัวแทนของ Trezor ตรวจรายงาน ภาพถ่าย และใบเสร็จในวันเดียวกัน
30 ต.ค. 2026Trezor เผยแพร่ประกาศเตือนลูกค้า

เครื่องของฉันเข้าข่ายไหม

  • เข้าข่าย: Trezor ทุกรุ่นที่ซื้อจาก CryptoBilis ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 เป็นต้นไป แม้รายงานจะเป็น Safe 5 แต่ Trezor ระบุว่า "คำแนะนำของเราใช้กับ Trezor ทุกรุ่นที่ซื้อจาก CryptoBilis"
  • ซื้อผ่านตลาดออนไลน์: นับรวมทุกร้านที่ขายเครื่องซึ่ง CryptoBilis เป็นผู้จัดส่ง รวมถึงร้านของ CryptoBilis บน Tokopedia
  • ไม่แน่ใจว่าซื้อจากใคร: ดูชื่อผู้ขายในใบเสร็จ หรือติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Trezor
  • ซื้อจากร้านอื่น: ณ วันที่ประกาศ Trezor ยังไม่มีรายงานที่เกี่ยวกับร้านตัวแทนรายอื่นหรือภูมิภาคอื่น และบอกว่าจะแจ้งลูกค้าถ้ามีความเปลี่ยนแปลง

ซื้อมาแล้ว ต้องทำอย่างไร

ขั้นตอนนี้มาจากประกาศของ Trezor

ถ้าใช้เครื่องเก็บเงินอยู่แล้ว

  1. ย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่ที่สร้างวลีกู้คืนชุดใหม่ (new seed) โดยเร็วที่สุด Trezor ย้ำว่า "การนำข้อมูลสำรองที่เครื่องซึ่งถูกดัดแปลงสร้างขึ้นไปใช้บนเครื่องอื่นไม่ได้แก้ปัญหา" พูดง่าย ๆ คือการกรอกวลีเดิมลงเครื่องใหม่ไม่ช่วย เพราะวลีนั้นอาจหลุดไปแล้ว
  2. ถ้าไม่มีกระเป๋าฮาร์ดแวร์เครื่องอื่นที่ปลอดภัย Trezor แนะนำให้ย้ายเงินไปไว้ชั่วคราวในกระเป๋าแบบซอฟต์แวร์ หรือกระดานเทรดที่คุณคุ้นเคย
  3. ก่อนโอน ให้ตรวจที่อยู่ปลายทางให้ครบทุกตัวอักษร เพื่อไม่ให้โอนผิด Trezor มีคู่มือการส่งเงินใน Trezor Suite ที่ trezor.io/guides

ถ้ายังไม่ได้ตั้งค่า

  • อย่าตั้งค่าเครื่อง และอย่ากรอกวลีกู้คืนของกระเป๋าที่คุณมีอยู่ลงในเครื่องนี้เด็ดขาด

ขอเครื่องใหม่หรือวอเชอร์

  • ลูกค้าที่ซื้อจาก CryptoBilis ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 มีสิทธิ์รับ Trezor เครื่องใหม่ที่ Trezor ส่งให้โดยตรง หรือวอเชอร์ที่ครอบคลุมราคาเครื่องใหม่ ให้เก็บเครื่องที่ซื้อจาก CryptoBilis ไว้ แล้วติดต่อฝ่ายสนับสนุนผ่านแชตที่ trezor.io/support ReadEval แนะนำให้พิมพ์ที่อยู่เว็บเอง ไม่ใช่กดลิงก์จากอีเมลหรือข้อความที่ได้รับ

ชั่งหรือแกะเครื่องเองได้ไหม

ไม่ควร Trezor ตอบไว้ใน FAQ ว่า "การชั่งน้ำหนักไม่ใช่การทดสอบที่เชื่อถือได้ และไม่มีวิธีที่ไว้ใจได้ในการตรวจเครื่องด้วยตัวเอง" แม้ผู้แจ้งรายนี้จะสังเกตจากน้ำหนัก แต่ความต่างเล็กน้อยมีสาเหตุอื่นได้ ตาชั่งจึงยืนยันหรือตัดความเป็นไปได้ไม่ได้

ก่อนหน้านี้ Trezor เคยตอบผู้ใช้บน X เมื่อ 12 ต.ค. 2026 ว่าอย่าแกะเครื่อง เพราะการงัดตัวเครื่องอาจทำให้เครื่องเสียหาย และเตือนเรื่องแบตเตอรี่ในตัวของ Safe 7 เป็นพิเศษ (Decrypt รายงาน) ทางที่ Trezor แนะนำคือย้ายเงินออกเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน แล้วติดต่อฝ่ายสนับสนุน

คนไทยเกี่ยวข้องแค่ไหน

  • Trezor ไม่ได้ระบุประเทศ: ประกาศเรียก CryptoBilis ว่า "ร้านตัวแทนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" และระบุเพียงว่าผู้แจ้งอยู่ในอินโดนีเซีย ไม่ได้พูดถึงไทย
  • เว็บของร้านเองชี้ไปที่มาเลเซีย: เมื่อ ReadEval เปิดเว็บ cryptobilis.com วันที่ 31 ต.ค. 2026 ร้านแสดงตัวเป็นร้านในมาเลเซีย ตั้งราคาเป็นริงกิต รวมภาษีนำเข้าของมาเลเซีย ส่งของจากกัวลาลัมเปอร์ และมีศูนย์รับเปลี่ยนเครื่องในฟิลิปปินส์ ReadEval ไม่พบการพูดถึงไทย การขายเป็นเงินบาท หรือร้านบน Shopee และ Lazada ของไทย Kim Zetter นักข่าวด้านความปลอดภัย ก็เรียก CryptoBilis ว่า "ร้านตัวแทนที่ได้รับอนุญาตในมาเลเซีย"
  • สรุป: ReadEval ไม่พบหลักฐานว่า CryptoBilis ขาย Trezor ในไทย แต่ยืนยันไม่ได้ว่าไม่มีคนไทยซื้อเครื่องจากร้านนี้ เช่น สั่งข้ามประเทศ ถ้าคุณไม่แน่ใจ ให้ดูชื่อผู้ขายในใบเสร็จตามที่ Trezor แนะนำ
  • ข้อความบนเว็บร้านยังไม่เปลี่ยน: ณ วันที่ 31 ต.ค. 2026 หน้า Trezor บนเว็บ CryptoBilis ยังเขียนว่าร้านเป็น "ตัวแทนที่ได้รับอนุญาตของ Trezor ในมาเลเซีย" ทั้งที่ Trezor ระบุว่าถอดร้านนี้ออกจากรายชื่อตั้งแต่ 9 ต.ค. ReadEval จึงแนะนำให้ตรวจสถานะตัวแทนจากหน้ารายชื่อของผู้ผลิต (trezor.io/resellers) ไม่ใช่จากข้อความบนเว็บร้าน
  • เคส Ledger ต่างออกไป: ในบทความเรื่องชิปแอบฝังในเครื่อง Ledger ไทยอยู่ในรายชื่อ 7 ตลาดที่ Ledger ขอให้ร้านตัวแทนพักขาย แต่นั่นเป็นคำขอของ Ledger ส่วนประกาศของ Trezor ไม่ได้พูดถึงไทยเลย

เรื่องนี้ต่อจากเคส Ledger อย่างไร

ReadEval เขียนถึงชิปแอบฝังในเครื่อง Ledger ที่ขายผ่าน CryptoBilis ไว้แล้ว ทั้งกลไก ยอดความเสียหายที่นักสืบบล็อกเชนประเมิน และวิธีตรวจผู้ขาย จุดใหม่ของข่าวนี้มีสามข้อ

  • แบรนด์ที่สอง ร้านเดียวกัน: ตอนเคส Ledger เปิดเผย Trezor ยืนยันว่า "ไม่มีหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียว" ว่าเครื่องของตนถูกเจาะ และเรียกการลดร้านตัวแทนว่า "มาตรการป้องกันไว้ก่อน" Decrypt รายงานว่าสิทธิ์ของร้านตัวแทนที่ถูกตัดจะสิ้นสุดวันที่ 1 ม.ค. 2027 ในประกาศล่าสุด Trezor เขียนว่า "ตอนนี้เราพบหลักฐานว่าเครื่อง Trezor หนึ่งเครื่องอาจได้รับผลกระทบจากการโจมตีแบบเดียวกัน"
  • ต่างจากรายงานก่อนหน้า: Zetter รายงานเมื่อ 13 ต.ค. ว่า Joe Grand นักแฮกฮาร์ดแวร์ เคยพบชิปดัดแปลงใน Trezor Model T และ Trezor One สองเครื่องที่ซื้อจากผู้ขายนอกระบบ (Facebook Marketplace ในแคนาดา และร้านบน TikTok) และแจ้ง Trezor ตั้งแต่เดือนสิงหาคม วิธีนั้นต่างกัน คือเปลี่ยนชิปควบคุมให้สร้างวลีกู้คืนจากชุดที่ผู้โจมตีรู้อยู่แล้ว ส่วนรายงานใหม่เป็นรุ่นปัจจุบันที่ซื้อจากร้านซึ่งเคยได้รับอนุญาต และเป็นแผงที่อ่านจอแบบในเคส Ledger
  • สิงคโปร์มีคดีแล้ว: ตำรวจสิงคโปร์ออกประกาศเมื่อ 28 ต.ค. 2026 ว่าตั้งแต่ 10 ก.ย. มีอย่างน้อย 2 คดีที่เครื่อง Ledger ซื้อจากร้านค้าปลีกบางแห่งในสิงคโปร์มีชิ้นส่วนอันตราย รวมความเสียหายราว 3.5 ล้านดอลลาร์ตามที่ประกาศระบุ ประกาศไม่ได้ระบุชื่อร้าน และไม่ได้เกี่ยวกับเครื่อง Trezor

ระวังมิจฉาชีพที่อาศัยข่าวนี้

Trezor เตือนว่า "มิจฉาชีพน่าจะใช้เหตุการณ์นี้หลอกผู้ถือคริปโตด้วยฟิชชิง เช่น อีเมลปลอม จดหมายทางไปรษณีย์ และโทรศัพท์" และย้ำว่า "อย่าบอกข้อมูลสำรองกระเป๋า (วลีกู้คืน) กับใครเด็ดขาด ฝ่ายสนับสนุนของ Trezor จะไม่ขอข้อมูลนี้" ประกาศของตำรวจสิงคโปร์ก็เตือนแบบเดียวกันว่าอย่าบอกวลีกู้คืนกับใคร รวมถึงคนที่อ้างว่ามาจากผู้ให้บริการกระเป๋า กระดานเทรด หรือเจ้าหน้าที่รัฐ และให้ระวังข้อเสนอ "ตรวจกระเป๋า" หรือ "กู้กระเป๋า" ที่ไม่ได้ร้องขอ

แหล่งข่าวต่างกันตรงไหน

  • "พบ" หรือ "ได้รับรายงาน": Trezor ใช้คำว่า "รายงาน" และยังไม่ยืนยัน แต่อัปเดตบทความของ Zetter วันที่ 30 ต.ค. เขียนว่าเครื่องนี้ "ถูกพบว่ามีชิปแอบฝัง" ReadEval ยึดตามถ้อยคำของ Trezor ซึ่งเป็นแหล่งต้นทาง
  • เทียบกับ Ledger ได้แค่ไหน: BleepingComputer เขียนว่าชิปในเคส Trezor กับ Ledger "ดูคล้ายกันทั้งรูปแบบและการทำงาน" ขณะที่ Trezor บอกเพียงว่าแผงนี้ "ดูเหมือนทำงานคล้าย" ของ Ledger และปฏิเสธที่จะเทียบรายละเอียดระหว่างการสอบสวน
  • ร้านอยู่ประเทศไหน: Trezor และสื่อส่วนใหญ่เรียก CryptoBilis ว่าร้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Zetter เรียกว่าร้านในมาเลเซีย ส่วนเครื่องที่ถูกรายงานซื้อผ่าน Tokopedia ในอินโดนีเซีย ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ขัดกัน แต่แสดงว่าร้านขายข้ามประเทศผ่านตลาดออนไลน์

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Val · โต๊ะความปลอดภัย

รายงานนี้ยังไม่ผ่านแล็บ แต่ก็ไม่ควรรอผล ถ้าคุณซื้อ Trezor จาก CryptoBilis ตั้งแต่มีนาคม 2026 ย้ายเงินไว้ก่อนเป็นทางที่เสียน้อยที่สุด สิ่งที่ข่าวนี้บอกเพิ่มจากเคส Ledger คือปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่แบรนด์ แต่อยู่ที่เส้นทางที่เครื่องเดินทางมาถึงมือ ร้านเดียวกันขายกระเป๋าหลายยี่ห้อ เมื่อร้านต้นทางมีปัญหา ผู้ใช้ทุกยี่ห้อที่ซื้อจากร้านนั้นก็ต้องตรวจตัวเองเหมือนกัน น่าสังเกตว่า Trezor ตัดร้านนี้ตั้งแต่วันแรกที่เคส Ledger เริ่ม และเครื่อง 4 เครื่องแรกที่ตรวจก็สะอาด แต่ก็ยังมีรายงานหลุดมาอีกเครื่อง แปลว่าการตรวจแบบสุ่มเพียงไม่กี่เครื่องให้ความมั่นใจได้จำกัด คำถามที่ยังเปิดอยู่คือผลตรวจของแล็บ Trezor และร้านนี้ส่งเครื่องไปยังประเทศใดบ้าง สำหรับคนไทย ยังไม่มีสัญญาณว่าเรื่องนี้มาถึงไทย แต่กฎเดิมยังใช้ได้กับกระเป๋าทุกยี่ห้อ คือซื้อจากผู้ผลิตหรือตัวแทนที่อยู่ในรายชื่อบนเว็บผู้ผลิตเท่านั้น และวลีกู้คืนต้องเกิดบนเครื่องที่คุณมั่นใจแหล่งที่มา

แหล่งที่มา

  1. Trezor: Implant reported in a Trezor sold by CryptoBilis (30 ต.ค. 2026)
  2. BleepingComputer: Trezor warns of suspected crypto-theft implant in hardware wallet
  3. The Hacker News: Trezor warns of suspected hardware implant in one of its wallets sold by CryptoBilis
  4. Kim Zetter (Zero Day): Trezor Wallets Also Compromised with Implants (13 ต.ค. 2026 อัปเดต 30 ต.ค.)
  5. Decrypt: Trezor cuts resellers after Ledger finds spy implant in crypto wallets
  6. Singapore Police Force: Police advisory on tampered cryptocurrency hardware wallets (28 ต.ค. 2026)
  7. CryptoBilis: หน้าขาย Trezor (เปิดดู 31 ต.ค. 2026)
  8. CryptoBilis: หน้าแรกและหน้าเงื่อนไขการรับประกัน (เปิดดู 31 ต.ค. 2026)
  9. Ledger บน X: Incident Update 13 ต.ค. 2026 (รายชื่อ 7 ตลาดที่ขอให้พักขาย)
  10. Trezor Visualbook: คู่มือแบรนด์และโลโก้ทางการ (ลิงก์จาก trezor.io/press-and-media)