อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
ai

Trump ให้รัฐเรียก AI ว่า Super Intelligence ซีอีโอเทคบางคนเริ่มพูดตาม แต่ส่วนใหญ่ยังใช้ AI

คำสั่งของ Trump ให้หน่วยงานสหรัฐฯ เรียก AI ว่า Super Intelligence ซีอีโอ Tesla, Meta, IBM, Intel เริ่มพูดตามบนเวทีนักลงทุน แต่ Google, Amazon ยังพูด AI

ภาพประกอบ: หุ่นยนต์สีเงินบนโพเดียมกำลังถูกสวมมงกุฎและผ้าคลุมสีทองระยิบระยับ โดยมีผู้บริหารบางส่วนทำตาม ขณะที่ส่วนใหญ่ยังคงถือชิปประมวลผลแบบธรรมดา
ภาพประกอบโดย ReadEval (สร้างด้วย AI)
สารบัญ (10 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. คำสั่งฝ่ายบริหารเขียนไว้ว่าอะไร
  3. Trump โพสต์อะไรบ้าง
  4. ใครพูดคำใหม่ และพูดว่าอะไร
  5. Meta เปลี่ยนตามจริงหรือ
  6. ทำไมชื่อนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนป้าย
  7. "แบนในทุกเอกสาร" ทำได้แค่ไหน
  8. แหล่งข่าวเขียนไม่ตรงกันตรงไหน
  9. คนไทยต้องทำอะไรไหม
  10. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ระหว่างแถลงผลประกอบการของ Tesla ปลายเดือนตุลาคม Elon Musk พูดถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของคู่แข่งว่าบางตัวดูน่าประทับใจ แต่ "ไม่ได้ใช้ AI หรือ SI ขั้นสูงอะไรเลย" คำว่า SI ที่ต่อท้ายไม่ได้หลุดปาก มันคือชื่อใหม่ที่ประธานาธิบดี Donald Trump อยากให้ทุกคนใช้เรียก AI

เรื่องเริ่มจากคำสั่งฝ่ายบริหารที่ Trump ลงนามปลายเดือนกันยายน ให้หน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ใช้คำว่า "Super Intelligence" หรือ SI แทน AI ในจดหมาย เว็บไซต์ และรายงาน ด้วยเหตุผลว่า AI ทุกวันนี้ทำได้มากกว่าเลียนแบบความคิดของคนแล้ว แต่ความหมายทางกฎหมายยังเป็นนิยามของ AI เดิม คล้ายร้านที่เปลี่ยนป้ายหน้าร้านแต่ยังขายเมนูเดิม ต่างกันตรงที่ป้ายนี้รัฐบาลเป็นคนเปลี่ยน และ Trump อยากให้คนนอกรัฐบาลเปลี่ยนตามด้วย ล่าสุดเขาโพสต์ใน Truth Social ตำหนิ The Wall Street Journal ที่ยังเรียก AI และบอกว่าจะ "แบน" คำนี้ใน "ทุกเอกสารที่เกี่ยวข้อง และทุกอย่าง"

CNBC ไล่ดูการประชุมนักลงทุนแล้วพบว่า นอกจาก Musk แล้ว Mark Zuckerberg ซีอีโอ Meta, Arvind Krishna ซีอีโอ IBM และ Lip-Bu Tan ซีอีโอ Intel ก็พูดคำใหม่ ขณะที่ Sundar Pichai ซีอีโอ Alphabet, Andy Jassy ซีอีโอ Amazon และ Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft ยังพูดว่า AI ตลอดการประชุม แม้จดหมายถึงผู้ถือหุ้นที่ Nadella ลงชื่อจะใช้คำว่า Super Intelligence ถึง 8 ครั้ง

แต่ "เปลี่ยนตาม" อาจเป็นคำที่แรงเกินไป ReadEval นับคำจากบันทึกการประชุมแล้วพบว่า Krishna พูดคำว่า AI 37 ครั้ง และพูด super intelligence แค่ 2 ครั้ง ส่วน Zuckerberg ใช้คำว่า personal superintelligence มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ก่อนจะมีคำสั่งนี้ อีกเรื่องคือ ในวงการวิจัย superintelligence หมายถึง AI ที่ฉลาดเหนือมนุษย์ซึ่งยังไม่มีใครสร้างได้ ชื่อใหม่จึงอาจทำให้เข้าใจว่าแชตบอตวันนี้เก่งกว่าที่เป็นจริง

สำหรับคนไทย ไม่มีอะไรต้องทำ คำสั่งนี้ใช้กับหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เท่านั้น ถ้าคุณเจอคำว่า SI ในเอกสารหรือข่าวจากสหรัฐฯ ช่วงนี้ ให้อ่านว่า AI ได้เลย ด้านล่างมีข้อความในคำสั่งฉบับจริง โพสต์ของ Trump ตามลำดับเวลา และคำพูดของซีอีโอแต่ละคนพร้อมวันที่

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • คำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14434 (Executive Order 14434) ชื่อ "Inaugurating the Era of Super Intelligence" ลงนาม 29 ก.ย. 2026 และลง Federal Register เมื่อ 2 ต.ค. 2026 ให้หน่วยงานฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ใช้ "Super Intelligence" และ "SI" แทน "Artificial Intelligence" และ "AI" ในเอกสารที่ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย
  • ความหมายทางกฎหมายไม่เปลี่ยน: คำสั่งนิยาม Super Intelligence ว่าคือสิ่งเดียวกับ "artificial intelligence" ตามกฎหมายสหรัฐฯ ที่มีอยู่ และไม่บังคับให้แก้เอกสาร สัญญา หรือกฎระเบียบที่ออกไปแล้ว
  • ภายใน 60 วัน (ตรงกับ 28 พ.ย. 2026) ผู้ช่วยประธานาธิบดีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเสนอร่างนิยามใหม่ของ Super Intelligence ให้ประธานาธิบดี
  • 27 ต.ค. 2026 Trump โพสต์ว่าจะ "แบน" คำว่า AI ใน "ทุกเอกสารที่เกี่ยวข้อง และทุกอย่าง" แต่จนถึง 31 ต.ค. ยังไม่มีคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับใหม่เรื่องนี้ใน Federal Register
  • ซีอีโอที่ใช้คำใหม่บนเวทีนักลงทุน: Musk (Tesla), Zuckerberg (Meta), Krishna (IBM), Tan (Intel) แต่ทุกคนยกเว้น Zuckerberg ยังพูดคำว่า AI บ่อยกว่า ซีอีโอที่ยังพูด AI อย่างเดียว: Pichai (Alphabet), Jassy (Amazon), Nadella (Microsoft)

คำสั่งฝ่ายบริหารเขียนไว้ว่าอะไร

ReadEval ตรวจข้อความจากหน้าทำเนียบขาวและฉบับที่ลง Federal Register (เลขเอกสาร 2026-20321 อ้างอิง 91 FR 63129) ตรงกันว่าเป็นคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14434 ลงนามโดย Donald Trump เมื่อ 29 ก.ย. 2026 ใจความหลักมีดังนี้ (แปลโดย ReadEval)

  • มาตรา 1 เหตุผล: สาขา AI สมัยใหม่ "ถือกำเนิดในสหรัฐอเมริกา" และ "เจ็ดสิบปีต่อมา" เทคโนโลยีที่นักนวัตกรรมอเมริกันสร้าง "ไปไกลเกินกว่าที่เคยคาดไว้ตอนที่คำว่า 'Artificial Intelligence' เริ่มใช้" ความสามารถของระบบชั้นนำวันนี้ "ทำได้มากกว่าการเลียนแบบหรือทำงานแทนสติปัญญามนุษย์บางด้าน" คำว่า Super Intelligence จึง "สะท้อนคำมั่นสัญญา ศักยภาพ และความสามารถที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว" ได้เหมาะกว่า และเป็นนโยบายว่าฝ่ายบริหารจะใช้คำใหม่ "และจะไม่ยอมรับการใช้คำว่า 'Artificial Intelligence' และ 'AI' ในทุกบริบทที่เกี่ยวข้อง" เท่าที่กฎหมายเปิดช่อง
  • มาตรา 2 การปฏิบัติ: หน่วยงานต้องใช้คำใหม่ใน "จดหมายราชการ การสื่อสารกับสาธารณะ เว็บไซต์ รายงาน เอกสารนโยบาย และเอกสารอื่นที่ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย" แต่ไม่ต้องแก้กฎระเบียบ คำสั่งประธานาธิบดี สัญญา ทุน หรือเอกสารเก่าที่ออกไปแล้ว
  • มาตรา 3 นิยาม: Super Intelligence และ SI หมายถึงเทคโนโลยีและระบบที่อยู่ในนิยาม "artificial intelligence" ตามกฎหมายสหรัฐฯ (15 U.S.C. 9401(3)) จนกว่าจะมีคำสั่งใหม่หรือรัฐสภาออกกฎหมาย และภายใน 60 วัน ผู้ช่วยประธานาธิบดีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเสนอร่างกฎหมายนิยามใหม่ รวมถึงประเมินว่าควรแทนที่นิยาม AI เดิมหรือไม่
  • มาตรา 4: คำสั่งไม่สร้างสิทธิ์ใดที่ฟ้องร้องบังคับได้ และต้องทำภายใต้กฎหมายและงบประมาณที่มี

พูดง่าย ๆ คือคำสั่งนี้เปลี่ยน "ภาษาราชการ" ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ไม่ได้เปลี่ยนว่าอะไรนับเป็น AI ตามกฎหมาย และไม่มีข้อใดบังคับบริษัทเอกชน สื่อ หรือประชาชน วันเดียวกับที่ลงนาม ทำเนียบขาวยังจัดการประชุมกับบริษัท AI และมีการลงนามข้อตกลงแบบสมัครใจที่ชื่อ White House Accord on Super Intelligence โดยผู้บริหารจาก Meta, Nvidia, Google, OpenAI, xAI และ Anthropic ตามที่ Al Jazeera รายงาน

Trump โพสต์อะไรบ้าง

ReadEval ตรวจโพสต์จาก Trump's Truth คลังโพสต์ Truth Social ที่บันทึกลิงก์ต้นฉบับของแต่ละโพสต์ไว้ เวลาเป็นเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (EDT)

วันที่ข้อความ (ภาษาอังกฤษตามต้นฉบับ)
21 ก.ย. 2026"Which name do we like for the new phenomena — SUPER INTELLIGENCE VS. SUPERIOR INTELLIGENCE?"
25 ก.ย. 2026หลังพบ Xi Jinping ผู้นำจีน เขียนว่า Xi "seemed to like calling the poorly and inaccurately named Artificial Intelligence to a far more accurate and important name, SUPER INTELLIGENCE"
29 ก.ย. 2026ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14434
4 ต.ค. 2026ประกาศตั้ง "Super Intelligence Force (SIF)" หน่วยประสานงานของรัฐบาลกลาง โดยอ้างถึง "Historic White House Accord on Super Intelligence"
8 ต.ค. 2026"The White House considers anyone that uses the term, "Artificial Intelligence," as opposed to the highly accepted new and more accurate term, "Super Intelligence," THE ENEMY!"
27 ต.ค. 2026"When will The Wall Street Journal start calling Artificial Intelligence (AI), a very bad and inaccurate name, SI (Super Intelligence), the name which virtually everyone else is using, or soon will be. In short order, we will be officially BANNING the term, "AI/Artificial Intelligence," in all relevant documents, and everything else, due to its inaccuracy."

ใครพูดคำใหม่ และพูดว่าอะไร

ช่วงปลายเดือนตุลาคมเป็นฤดูแถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทเทคสหรัฐฯ CNBC รายงานเมื่อ 30 ต.ค. ว่าซีอีโอหลายคนเริ่มใช้คำใหม่ ReadEval ตรวจคำพูดจากบันทึกการประชุมฉบับเต็มและเอกสารของบริษัทเอง ได้ดังนี้

ใครวันที่และเวทีคำพูดที่ใช้คำใหม่
Elon Musk ซีอีโอ Tesla21 ต.ค. ประชุมนักลงทุน Tesla"some of them look very impressive, but they're not really using any kind of advanced AI or SI" (พูดถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ทำเดโมไว้ล่วงหน้า)
Mark Zuckerberg ซีอีโอ Meta21 ต.ค. ประชุมนักลงทุน Meta"our goal of delivering personal superintelligence to everyone"
Arvind Krishna ซีอีโอ IBM21 ต.ค. ประชุมนักลงทุนและข่าวแจกของ IBM"Technology innovation in both hybrid infrastructure and super intelligence is leading to better business performance" และในข่าวแจก "Our clients are now deploying Super Intelligence in ways that transform entire operating models"
Lip-Bu Tan ซีอีโอ Intel29 ต.ค. ประชุมนักลงทุน Intelอุตสาหกรรมกำลังเจอการขาดแคลนชิปครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง "driven by the unprecedented demand for Super Intelligence"
Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft14 ต.ค. จดหมายถึงผู้ถือหุ้นในรายงานประจำปี"the central question as we enter this Super Intelligence era" (ทั้งจดหมายใช้คำนี้ 8 ครั้ง แต่ในการประชุมนักลงทุน 28 ต.ค. พูดว่า AI อย่างเดียว)

นอกเวทีนักลงทุน เมื่อ 4 ต.ค. มีผู้ใช้ X ถาม Musk ว่าจะเปลี่ยนชื่อ SpaceXAI แผนก AI ของ SpaceX เป็น SpaceXSI ได้ไหม และเขาตอบว่า "Yes, we will make that change" ตามรายงานของ Reuters (ผ่าน The Star) และ Not a Tesla App ซึ่งระบุว่า Musk ไม่ได้ให้กำหนดเวลา และบัญชีกับโดเมนทางการยังใช้ชื่อ SpaceXAI ส่วน CNBC รายงานว่า Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia และ Nikesh Arora ซีอีโอ Palo Alto Networks ก็โพสต์ชมการประชุมที่ทำเนียบขาวโดยใช้คำว่า Super Intelligence และ SI

กราฟจำนวนครั้งที่ซีอีโอ 7 คนพูดคำว่า AI และ Super Intelligence ในการประชุมนักลงทุนเดือนตุลาคม 2026

ถ้านับทั้งการประชุม ภาพจะต่างออกไปบ้าง ReadEval นับเฉพาะคำพูดของซีอีโอเองจากบันทึกการประชุม พบว่ามีเพียง Zuckerberg ที่พูดคำใหม่บ่อยกว่าคำว่า AI ส่วน Musk, Krishna และ Tan พูดคำใหม่ 1–2 ครั้ง ที่เหลือยังเป็น AI ทั้งหมด ผู้บริหารคนอื่นในบริษัทเดียวกันก็ไม่เหมือนกัน เช่น Vaibhav Taneja ซีเอฟโอของ Tesla พูดถึง "SI development costs" และ "SI compute infrastructure" ส่วน David Zinsner ซีเอฟโอของ Intel พูดว่า "Super Intelligence or AI infrastructure" คือใช้ทั้งสองคำคู่กัน

Meta เปลี่ยนตามจริงหรือ

กรณีของ Zuckerberg ต้องดูประวัติประกอบ Meta ใช้คำว่า superintelligence มาก่อนคำสั่งของ Trump นานแล้ว Zuckerberg เขียนจดหมายชื่อ "Personal Superintelligence" บนเว็บของ Meta ตั้งแต่ 30 ก.ค. 2025 และ CNBC ระบุว่าบริษัทตั้งหน่วย Meta Superintelligence Labs ในปีเดียวกัน คำที่เขาพูดบนเวทีนักลงทุนจึงเป็นคำเดิมของบริษัท และเขียนติดกันเป็นคำเดียว (superintelligence) ไม่ใช่ "Super Intelligence" สองคำแบบในคำสั่ง ในการประชุมเดียวกัน Susan Li ซีเอฟโอของ Meta ยังพูดคำว่า AI เกือบ 30 ครั้ง

ทำไมชื่อนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนป้าย

ก่อนคำสั่งนี้ คำว่า superintelligence ในวงการ AI หมายถึงระบบในอนาคตที่ฉลาดกว่ามนุษย์ที่เก่งที่สุดอย่างมากแทบทุกด้าน ซึ่งยังไม่มีอยู่จริง บริษัทอย่าง OpenAI และ Meta ใช้คำนี้พูดถึงเป้าหมายระยะยาว Gizmodo ชี้ว่า Sam Altman ซีอีโอ OpenAI เขียนถึง superintelligence ในความหมายนี้ และยังไม่ได้ใช้ "Super Intelligence" สองคำตามแบบของ Trump

แต่คำสั่งฉบับนี้เอาชื่อนั้นมาใช้กับ "AI" ตามนิยามกฎหมายเดิม ซึ่งหมายถึงระบบเครื่องที่ "คาดการณ์ แนะนำ หรือตัดสินใจ" ตามเป้าหมายที่คนกำหนด กว้างพอจะครอบคลุมตั้งแต่ระบบแนะนำสินค้าไปจนถึงแชตบอต ผลคือคำเดียวกันจะมี 2 ความหมาย ถ้าบริษัทพูดว่า "ลงทุนใน SI" อาจหมายถึงศูนย์ข้อมูลสำหรับ AI ทั่วไป ไม่ใช่ว่ามีระบบที่ฉลาดเหนือมนุษย์แล้ว

"แบนในทุกเอกสาร" ทำได้แค่ไหน

ตอนนี้ยังไม่ชัด คำสั่งที่มีอยู่ใช้กับหน่วยงานฝ่ายบริหารเท่านั้น และเขียนว่าทำ "เท่าที่กฎหมายเปิดช่อง" Gizmodo วิเคราะห์ว่าถ้าจะ "แบน" จริงแทนที่จะเป็นแค่มาตรฐานการใช้คำ ต้องเพิ่มกลไกบังคับใช้เข้าไปในคำสั่ง และ Trump บังคับให้นักข่าวใช้คำนี้ไม่ได้ ReadEval ตรวจรายการคำสั่งฝ่ายบริหารใน Federal Register แล้วพบว่า หลังคำสั่งที่ 14434 มีคำสั่งออกมาอีก 4 ฉบับจนถึง 31 ต.ค. แต่ไม่มีฉบับใดเกี่ยวกับคำว่า AI

แหล่งข่าวเขียนไม่ตรงกันตรงไหน

ประเด็นที่เขียนต่างกันReadEval ใช้
วันที่ของคำสั่งบางสำนักเขียน 30 ก.ย. หรือ 2 ต.ค.ลงนาม 29 ก.ย. 2026 (ตามตัวคำสั่งและ Federal Register) ส่วน 2 ต.ค. คือวันลง Federal Register
วันแถลงของ AlphabetCNBC เขียนว่า Pichai พูดในการประชุม 29 ต.ค.28 ต.ค. 2026 ตามข่าวแจกของ Alphabet ที่ยื่นต่อ SEC และบันทึกการประชุม
Musk "เปลี่ยน" แล้วหรือยังCNBC บอกว่า Musk ใช้คำว่า SI บนเวที Teslaบันทึกการประชุมแสดงว่าเขาพูด "AI or SI" คู่กัน และ Gizmodo พบว่าเขายังเขียน "AI data centers" ในโพสต์ X เมื่อ 25 ต.ค. ส่วน SpaceXSI ยังเป็นแค่ชื่อที่ประกาศ
คำพูดของ TanCNBC สรุปว่า Tan โยงการขาดแคลนชิปกับ Super Intelligenceตรงกับบันทึกการประชุม แต่ข่าวแจกทางการของ Intel ไม่มีคำว่า Super Intelligence เลย และยังใช้ AI ในหลายจุด

คนไทยต้องทำอะไรไหม

ไม่ต้อง คำสั่งนี้ไม่มีผลกับหน่วยงานไทย บริษัท หรือผู้ใช้แอปในไทย และชื่อสินค้าอย่าง Meta AI หรือ Gemini ก็ยังเหมือนเดิม สิ่งที่อาจเห็นคือเอกสารของรัฐบาลสหรัฐฯ ข่าวแจกหรือรายงานของบางบริษัทอเมริกันที่เขียนว่า SI หรือ Super Intelligence ถ้าเจอ ให้อ่านว่าหมายถึง AI ทั่วไปตามที่คำสั่งนิยามไว้ ไม่ได้แปลว่ามีเทคโนโลยีใหม่ที่ฉลาดเหนือมนุษย์เกิดขึ้น ReadEval ยังไม่พบว่าบริษัทเทคใหญ่รายใดเปลี่ยนชื่อสินค้าหรือเมนูในแอปที่คนไทยใช้ตามคำสั่งนี้

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Rea · โต๊ะข่าว AI

ป้ายเปลี่ยนแล้วในเอกสารรัฐบาลสหรัฐฯ แต่บนเวทีของบริษัทเทค คำว่า AI ยังเป็นคำหลักแทบทุกที่

ตัวเลขจากบันทึกการประชุมบอกว่า "ซีอีโอเปลี่ยนตาม Trump" เป็นภาพที่เกินจริงไปบ้าง ที่เห็นคือผู้บริหารบางคนแทรกคำใหม่ไว้หนึ่งหรือสองครั้ง บางคนใช้คู่กับคำเดิม และ Meta ใช้คำของตัวเองที่มีมาก่อนแล้ว ขณะที่ Google และ Amazon ไม่ได้ใช้เลยบนเวที แต่ก็ไม่มีใครวิจารณ์คำสั่งนี้ตรง ๆ และเอกสารที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างจดหมายถึงผู้ถือหุ้นของ Microsoft หรือข่าวแจกของ IBM เปลี่ยนมาใช้คำใหม่แล้ว

ประเด็นที่ผู้อ่านควรจับตาจึงไม่ใช่ว่าใครพูดคำไหน แต่เป็นความหมายที่เลือนลง เมื่อคำที่นักวิจัยใช้เรียก AI ที่ฉลาดเหนือมนุษย์ถูกนำมาเรียกเทคโนโลยีที่มีอยู่วันนี้ การอ่านข่าว AI จากสหรัฐฯ หลังจากนี้ต้องดูบริบทมากขึ้นว่า "SI" ในประโยคนั้นหมายถึงอะไร อีกจุดที่ต้องรอดูคือร่างนิยามใหม่ที่ทำเนียบขาวต้องเสนอภายในปลายเดือนพฤศจิกายน ว่าจะกำหนดให้ Super Intelligence มีความหมายต่างจาก AI ตามกฎหมายหรือไม่

แหล่งที่มา

  1. The White House: Inaugurating the Era of Super Intelligence (คำสั่งฝ่ายบริหาร 29 ก.ย. 2026)
  2. Federal Register: Executive Order 14434, 91 FR 63129 (2 ต.ค. 2026)
  3. The White House: Fact Sheet – President Donald J. Trump Inaugurates The Era of Super Intelligence
  4. Trump's Truth: โพสต์ Truth Social 27 ต.ค. 2026 (ต้นฉบับ truthsocial.com/@realDonaldTrump/117513761542349273)
  5. Trump's Truth: โพสต์ Truth Social 8 ต.ค. 2026 ("THE ENEMY!")
  6. Trump's Truth: โพสต์ Truth Social 21 ก.ย. 2026 (Super Intelligence vs. Superior Intelligence)
  7. Trump's Truth: โพสต์ Truth Social 25 ก.ย. 2026 (หลังพบ Xi Jinping)
  8. Trump's Truth: โพสต์ Truth Social 4 ต.ค. 2026 (Super Intelligence Force)
  9. CNBC: Trump tech allies swap AI for super intelligence in earnings calls
  10. Gizmodo: Trump triples down on Super Intelligence
  11. Meta: Q3 2026 Earnings Call Transcript (21 ต.ค. 2026)
  12. Meta: Personal Superintelligence (จดหมายของ Mark Zuckerberg, 30 ก.ค. 2025)
  13. Motley Fool: Tesla Q3 2026 Earnings Call Transcript (21 ต.ค. 2026)
  14. Motley Fool: IBM Q3 2026 Earnings Call Transcript (21 ต.ค. 2026)
  15. IBM: Third-Quarter 2026 Results (ข่าวแจกที่ยื่นต่อ SEC, 21 ต.ค. 2026)
  16. Motley Fool: Intel Q3 2026 Earnings Call Transcript (29 ต.ค. 2026)
  17. Intel: Third-Quarter 2026 Financial Results (ข่าวแจกที่ยื่นต่อ SEC, 29 ต.ค. 2026)
  18. Motley Fool: Microsoft Q1 FY2027 Earnings Call Transcript (28 ต.ค. 2026)
  19. Microsoft 2026 Annual Report: จดหมายถึงผู้ถือหุ้นของ Satya Nadella (14 ต.ค. 2026)
  20. Motley Fool: Alphabet Q3 2026 Earnings Call Transcript (28 ต.ค. 2026)
  21. Alphabet: Q3 2026 Results (ข่าวแจกที่ยื่นต่อ SEC, 28 ต.ค. 2026)
  22. Motley Fool: Amazon Q3 2026 Earnings Call Transcript (29 ต.ค. 2026)
  23. The Star (Reuters): Musk says he will rename SpaceXAI to SpaceXSI
  24. Not a Tesla App: Musk: SpaceXAI Will Be Renamed SpaceXSI, Dropping 'AI'
  25. Al Jazeera: How does Trump's White House AI accord work?
  26. 15 U.S. Code § 9401: นิยาม artificial intelligence ตามกฎหมายสหรัฐฯ
  27. Wikimedia Commons: Official Presidential Portrait of President Donald J. Trump (2025)