อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
ai

เดลาแวร์ร่างกฎหมายให้เอเจนต์ AI บริหารบริษัทได้ ประธานกรรมาธิการสภาสหรัฐฯ เปิดสอบ

ร่างกฎหมายเดลาแวร์สร้างบริษัทแบบใหม่ที่เอเจนต์ AI เป็นผู้จัดการและเจ้าของมีเกราะกันความรับผิด James Comer ขอเอกสารภายใน 9 พ.ย. ร่างยังไม่ใช่กฎหมาย

ภาพประกอบ: อาคารบริษัทที่มีชิป AI อยู่บนดาดฟ้า อาคารรัฐสภา และแว่นขยายกำลังตรวจสอบ
ภาพประกอบโดย ReadEval
สารบัญ (11 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. "AI บริหารบริษัท" แปลว่าอะไรในทางกฎหมาย
  3. ถ้า AI ทำพลาด ใครรับผิด
  4. สนามทดลอง 30 เดือนทำงานอย่างไร
  5. คู่ค้าจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังคุยกับบริษัทที่ AI บริหาร
  6. ฝ่ายหนุนว่าอย่างไร
  7. ฝ่ายค้านว่าอย่างไร
  8. Comer ขออะไร และทำไม
  9. ข้อมูลที่แหล่งข่าวเขียนไม่ตรงกัน
  10. เกี่ยวกับคนไทยไหม
  11. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ลองนึกภาพว่าคุณทำธุรกิจกับบริษัทหนึ่งที่ไม่มีผู้บริหารเป็นคนเลย ผู้ตัดสินใจทุกเรื่องคือโปรแกรม AI วันหนึ่ง AI ส่งของผิดจนคุณเสียเงิน คำถามคือคุณจะเรียกค่าเสียหายจากใคร โจทย์นี้กำลังจะเป็นเรื่องจริง เพราะรัฐเดลาแวร์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่จดทะเบียนของบริษัทกว่า 2 ล้านแห่ง กำลังร่างกฎหมายรองรับบริษัทแบบนี้

ร่างกฎหมายนี้สร้างบริษัทประเภทใหม่ชื่อ Artificial Intelligence Company หรือ AIC มีเจ้าของได้รายเดียว แต่ผู้จัดการตามกฎหมายคือเอเจนต์ AI หรือโปรแกรมที่ตัดสินใจและลงมือเองโดยไม่มีคนคอยคุม บริษัททำสัญญาและฟ้องหรือถูกฟ้องในชื่อตัวเองได้ ทำธุรกิจได้ทุกอย่างยกเว้นธนาคาร เทียบง่าย ๆ คือร้านที่เจ้าของจ้างผู้จัดการมาดูแลทั้งร้าน ต่างกันตรงที่ผู้จัดการคนนี้เป็นโปรแกรม ถ้าทำผิดก็ติดคุกหรือถูกยึดทรัพย์ไม่ได้ ค่าเสียหายจึงจ่ายจากเงินในบริษัท เจ้าของรับผิดเฉพาะบางกรณี เช่น ใช้บริษัทฉ้อโกง

ฝ่ายที่ผลักดันคือเลขาธิการรัฐเดลาแวร์และ Norm Ai บริษัท AI ที่ร่วมพัฒนาโครงการ ทั้งคู่ให้เหตุผลว่าการให้ AI มีตัวตนทางกฎหมายทำให้ความรับผิดมี "เป้า" ให้เกาะ และดีกว่าปล่อยให้บริษัทแบบนี้หนีไปตั้งในต่างประเทศ ฝ่ายค้านมองกลับกันว่าร่างนี้เป็นเกราะให้เจ้าของและบริษัท AI หนีความรับผิด เพราะถ้าใส่ทุนพอและไม่ได้จงใจทำผิด เงินส่วนตัวของเจ้าของก็ไม่ถูกแตะ

James Comer ประธานคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงผู้ว่าการรัฐเดลาแวร์ ขอเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวกับร่างนี้ รวมถึงบันทึกแชตกับ AI ที่ใช้ในหน่วยงาน โดยให้เวลาราวสองสัปดาห์ เขาห่วงว่าร่างนี้จะคุ้มครองบริษัท AI และนักลงทุนจากความเสียหายที่ AI ก่อ และตั้งคำถามว่าใครอยู่เบื้องหลังการร่าง

สิ่งที่ต้องรู้คือนี่ยังเป็นแค่ร่างที่ยังไม่ได้ยื่นต่อสภารัฐ สื่อท้องถิ่นคาดว่าจะเข้าสภาเดือนมกราคมปีหน้า และถ้าผ่าน AIC ก็ตั้งได้เฉพาะในสนามทดลองที่รัฐคุมนาน 30 เดือน ตอนนี้คุณยังไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าวันหนึ่งเจอคู่ค้าที่มีคำว่า AIC ในชื่อ ร่างกำหนดให้เขาต้องบอกคุณก่อนว่าเป็นบริษัททดลองที่มีเกราะกันความรับผิด ด้านล่างคือเนื้อหาร่าง เสียงจากสองฝ่าย และจดหมายของ Comer

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • เป็นร่าง ไม่ใช่กฎหมาย: ร่าง 36 หน้าลงวันที่ 2 มิ.ย. 2026 ยังเว้นช่องชื่อผู้เสนอไว้ว่าง คาดว่าจะเข้าสภารัฐเดลาแวร์ในสมัยประชุมเดือนมกราคม 2027 และต้องได้เสียงสามในห้าของแต่ละสภาจึงจะผ่าน
  • บริษัทที่ AI เป็นผู้จัดการ: AIC มีเจ้าของได้รายเดียว เอเจนต์ AI บริหารงานและต้องบันทึกทุกการกระทำ ทำธุรกิจได้ทุกอย่างยกเว้นธนาคาร
  • เกราะความรับผิด: หนี้ของ AIC เป็นของ AIC เท่านั้น เจ้าของรับผิดเมื่อใช้บริษัทฉ้อโกงหรือจงใจทำผิดกฎหมาย หรือปล่อยให้ AI ทำนอกขอบเขตที่แจ้งไว้ และถ้าใส่ทุนไม่พอ เกราะบางชั้นจะหายไป
  • สภาสหรัฐฯ เปิดสอบ: James Comer ส่งจดหมายเมื่อ 26 ต.ค. 2026 ขอเอกสาร 4 กลุ่มย้อนหลังถึงต้นปี 2025 ภายใน 9 พ.ย. 2026

"AI บริหารบริษัท" แปลว่าอะไรในทางกฎหมาย

ในทางกฎหมาย บริษัทเป็น "บุคคล" แบบหนึ่งอยู่แล้ว (นิติบุคคล) ทำสัญญา มีทรัพย์สิน และถูกฟ้องได้ในชื่อตัวเอง แต่ทุกวันนี้คนที่ตัดสินใจแทนบริษัทคือกรรมการหรือผู้จัดการที่เป็นมนุษย์ ร่าง Artificial Intelligence Company Act เปลี่ยนตรงจุดนี้ โดยกำหนดว่า "ผู้จัดการ" (manager) ของ AIC คือเอเจนต์ AI ที่เจ้าของแต่งตั้ง และให้นิยามเอเจนต์ AI ว่า "ระบบซอฟต์แวร์ที่รับรู้สภาพแวดล้อม ตัดสินใจเอง และลงมือทำเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยไม่มีมนุษย์คอยกำกับหรือแทรกแซงเป็นประจำ" (แปลโดย ReadEval)

แผนภาพโครงสร้างบริษัท AIC ตามร่างกฎหมายเดลาแวร์ เจ้าของ บริษัท และเอเจนต์ AI ผู้จัดการ พร้อมลำดับความรับผิดเมื่อ AI ทำพลาด

เจ้าของมีหน้าที่ใส่เงินทุนและกำกับในภาพใหญ่ ส่วนงานประจำวันเป็นของ AI ทั้งหมด

รายละเอียดที่น่าสนใจในร่าง

  • ผู้จัดการต้องเป็น AI: หนังสือจัดตั้งบริษัทต้องระบุว่าธุรกิจ "บริหารและดำเนินการโดยเอเจนต์ AI" ถ้าบริษัทไม่มีเอเจนต์ AI เจ้าของต้องตั้งตัวใหม่ภายใน 30 วัน และระหว่างนั้นเจ้าของต้องบริหารเอง ถ้าไม่มีเอเจนต์ AI ติดต่อกัน 30 วัน ศาลอาจสั่งยุบบริษัทได้
  • AI ต้องทิ้งหลักฐาน: ผู้จัดการต้องบันทึกทุกการกระทำเป็นเอกสารที่ลงนาม และสัญญาก่อตั้งบริษัท (operating agreement) ต้องสรุปโครงสร้าง ความสามารถ และการฝึกของเอเจนต์ AI ตัวนั้น
  • กฎหมายถือว่า AI "รู้" และ "ตั้งใจ": ร่างให้สันนิษฐานว่า AI และบริษัทรู้ข้อเท็จจริงที่ AI มีหรืออนุมานได้จากการฝึก และตั้งใจให้เกิดผลที่คนทั่วไปที่รอบคอบคาดเห็นได้จากการกระทำของมัน ข้อนี้ทำให้ฟ้องบริษัทได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าโปรแกรม "คิด" อะไร
  • เจ้าของมีรายเดียว และ AIC เป็นเจ้าของ AIC ไม่ได้: ช่วงทดลอง เจ้าของต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในเดลาแวร์ และต้องมีหน้าที่ซื่อสัตย์และระมัดระวังต่อบริษัท (fiduciary duties)
  • ชื่อต้องบอกตัว: ชื่อบริษัทต้องมีคำว่า "Artificial Intelligence Company", "A.I.C." หรือ "AIC" และห้ามมีคำว่า bank หรือ trust
  • ภาษีรายปี 1,000 ดอลลาร์: AIC ต้องจ่ายให้รัฐทุกปี และบทสรุปท้ายร่างอธิบายว่าร่างต้องได้เสียงสามในห้า เพราะรัฐธรรมนูญเดลาแวร์กำหนดไว้สำหรับกฎหมายที่เก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียม

John Mark Zeberkiewicz ทนายด้านกฎหมายบริษัทจากสำนักงาน Richards, Layton & Finger ซึ่ง Spotlight Delaware ระบุว่าเป็นผู้ร่างหลัก สรุปไว้ว่า "อะไรที่บริษัททำได้ AIC ก็ทำได้" แต่เขาก็บอกว่า AIC ไม่น่าจะเหมาะกับงานเสี่ยงอย่างการเดินโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก แม้จะไม่ได้ตัดทิ้งเสียทีเดียว

ถ้า AI ทำพลาด ใครรับผิด

ตามหลักกฎหมายตัวแทน (agency law) ถ้าคุณจ้างใครไปทำงานแทน แล้วเขาทำความเสียหายในงานนั้น คุณในฐานะ "ตัวการ" มักต้องร่วมรับผิดด้วย ร่างนี้ปิดทางนั้นไว้ 3 ชั้น

  1. หนี้และความรับผิดทั้งหมดของ AIC "เป็นของ AIC แต่เพียงผู้เดียว" เจ้าของไม่ต้องรับผิดเพียงเพราะเป็นเจ้าของ คล้ายบริษัทจำกัดทั่วไป
  2. ถ้าบริษัท "มีทุนเพียงพอ" ในขณะที่เกิดเรื่อง จะฟ้องเจ้าของโดยอ้างว่า AIC เป็นแค่เครื่องมือของเจ้าของ หรืออ้างหลักกฎหมายตัวแทนไม่ได้
  3. แม้มีทุนเพียงพอ เจ้าของยังต้องรับผิดถ้าใช้ AIC ฉ้อโกงหรือจงใจทำผิดกฎหมาย หรือปล่อยให้บริษัททำธุรกิจที่รู้หรือควรรู้ว่าอยู่นอกขอบเขตที่แจ้งไว้

"ทุนเพียงพอ" ในร่างหมายถึงบริษัทจ่ายหนี้ได้ตามกำหนด มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้บวกทุนขั้นต่ำ และมีเงินสดอย่างน้อยเท่าทุนขั้นต่ำ แต่ร่างไม่ได้ระบุว่าทุนขั้นต่ำเป็นเงินเท่าไร ให้เลขาธิการรัฐ (Secretary of State) ผู้ดูแลการจดทะเบียนบริษัทเป็นผู้กำหนดภายหลัง

ส่วนเจ้าของที่เข้าร่วมสนามทดลอง ร่างเขียนไว้ว่า "ไม่ได้รับความคุ้มกันจากค่าเสียหายทางแพ่ง" และยังอยู่ใต้กฎหมายอาญาและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐครบทุกข้อ ฝ่ายผลักดันใช้ข้อนี้ยืนยันว่ามีการคุ้มครองจริง แต่สิ่งที่นักวิจารณ์ในหัวข้อด้านล่างห่วงคือเกราะในข้อ 1 และ 2 ซึ่งกันเงินส่วนตัวของเจ้าของไว้

สนามทดลอง 30 เดือนทำงานอย่างไร

AIC ตั้งได้เฉพาะผ่าน "สนามทดลองด้านกฎระเบียบ" (regulatory sandbox) ซึ่งร่างฉบับเดียวกันสร้างขึ้น ผู้สมัครยื่นต่อคณะกรรมการ (Sandbox Committee) ซึ่งมีเลขาธิการรัฐเป็นประธาน และมีอัยการสูงสุดของรัฐ ประธานศาลฎีกาของรัฐ ประธานคณะกรรมการ AI ของรัฐ นักกฎหมาย 2 คนกับผู้เชี่ยวชาญ AI 2 คนที่ผู้ว่าการรัฐแต่งตั้ง และอีก 2 คนที่เลขาธิการรัฐแต่งตั้ง ส่วน ส.ส. และ ส.ว. ของรัฐ 4 คนนั่งอยู่ด้วยแต่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง

ใบสมัครต้องอธิบายความเสี่ยงต่อคู่ค้าและสาธารณะ วิธีดูแลข้อมูล แผนยุติการทดลอง และ "มาตรการฉุกเฉิน" ที่ใช้หยุด AI เมื่อทำสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมสาบานว่ามีความสามารถทางเทคนิคที่จะปิดเอเจนต์ AI ได้เมื่อหมดเวลาหรือถูกสั่ง ผู้สมัครยังขอยกเว้นกฎหมายหรือใบอนุญาตบางข้อได้ แต่หน่วยงานที่ดูแลกฎข้อนั้นต้องเห็นชอบด้วย

เรื่องตามร่าง
เริ่มใช้6 เดือนหลังกฎหมายผ่าน หรือเร็วกว่านั้นถ้ารัฐประกาศ
อายุสนามทดลอง30 เดือนนับจากวันเริ่มใช้
เวลาทดสอบของแต่ละบริษัทต้องจบภายใน 24 เดือนนับจากวันได้เลขทะเบียน
อายุของกฎหมายทั้งฉบับหมดอายุ 36 เดือนหลังผ่าน ถ้าสภาไม่ต่ออายุ
เวลาพิจารณาใบสมัคร30 วัน ขยายได้
การเก็บเอกสารอย่างน้อย 2 ปีหลังจบการทดลอง

คนคุมสนามทดลอง (Sandbox Administrator) สั่งพักหรือถอนสิทธิ์และสั่งยุบ AIC ได้ทันทีถ้ามีเหตุอันควรเชื่อว่าทำผิดกฎหมาย หลอกลวงผู้บริโภค ทำนอกขอบเขต หรือ "ขัดต่อประโยชน์ของรัฐหรือประชาชน" ในทางกลับกัน คำตัดสินของคณะกรรมการเรื่องรับหรือไม่รับใบสมัครอุทธรณ์ต่อศาลไม่ได้ และเอกสารที่ผู้สมัครยื่นไม่ถือเป็นเอกสารสาธารณะ ประชาชนจึงขอดูไม่ได้

คู่ค้าจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังคุยกับบริษัทที่ AI บริหาร

ก่อนทำธุรกรรม AIC ต้องแจ้งคู่ค้า 7 เรื่อง ได้แก่ ชื่อและช่องทางติดต่อของเจ้าของ เลขทะเบียนที่รัฐออกให้ ข้อความว่าเจ้าของและบริษัทได้รับเกราะความรับผิดตามกฎหมาย AIC ข้อความว่ารัฐเดลาแวร์ไม่ได้รับรองหรือแนะนำ ข้อความว่าเป็นการทดลองชั่วคราวพร้อมวันสิ้นสุด ช่องทางร้องเรียนต่อผู้คุมสนามทดลองหรืออัยการสูงสุดของรัฐ และข้อความว่าถ้าคุณตกลงทำธุรกรรม คุณยอมให้ข้อพิพาทไปตัดสินที่ศาล Court of Chancery ของเดลาแวร์ที่เดียว

ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่เห็น เพราะแปลว่าคู่ค้าที่อยู่รัฐอื่นหรือประเทศอื่นต้องไปฟ้องที่เดลาแวร์เท่านั้น

ReadEval พบอีกจุดหนึ่งในร่างที่สื่อยังไม่ได้พูดถึง ร่างนิยาม "คู่ค้า" (counterparty) ว่าเป็น "นิติบุคคล" (entity) และนิยามนิติบุคคลว่า "ไม่รวมบุคคลธรรมดา" ขณะที่ร่างกำหนดว่าการทดสอบ "ทำได้กับคู่ค้าเท่านั้น" ถ้าอ่านตามตัวอักษร ช่วงทดลอง AIC อาจทำธุรกรรมได้แค่กับธุรกิจหรือองค์กร ไม่ใช่ผู้บริโภครายบุคคล แต่ร่างก็พูดถึงการร้องเรียน "เรื่องคุ้มครองผู้บริโภค" ไว้ด้วย จึงยังไม่ชัดว่าผู้ร่างตั้งใจจำกัดแบบนั้นจริงหรือไม่

ฝ่ายหนุนว่าอย่างไร

  • ทำให้ AI "มองเห็นได้" ในสายตากฎหมาย: Charuni Patibanda-Sanchez เลขาธิการรัฐเดลาแวร์ และ John Nay ซีอีโอ Norm Ai เขียนบทความร่วมใน Fortune เมื่อ 14 ก.ค. 2026 ว่าเอเจนต์ AI บริหารบริษัทได้อยู่แล้ว คำถามจึงอยู่ที่จะกำกับอย่างไร การให้ตัวตนทางกฎหมายสร้าง "เป้าที่ชัดเจนให้ความรับผิดและค่าเสียหายเกาะได้" และทำให้การกระทำของ AI "มองเห็นได้ ตามรอยได้ และเอาผิดได้"
  • ดีกว่าปล่อยให้หนีไปต่างประเทศ: ทั้งสองเขียนว่าถ้าไม่มีทางเลือกในประเทศ กิจกรรมนี้จะ "ย้ายไปต่างประเทศและไปอยู่บนระบบนิรนามที่ศาลไหนก็เอื้อมไม่ถึง" และเปรียบว่าบริษัทจำกัดหรือบริษัทเพื่อสังคม (public benefit corporation) ก็เคยถูกค้านก่อนจะเป็นเรื่องปกติ
  • ทดลองในที่แจ้ง: เป้าหมายคือ "ทดลองการค้าที่ใช้เอเจนต์ในที่แจ้ง ภายใต้การกำกับ" Matt Meyer ผู้ว่าการรัฐเดลาแวร์ บอกตามรายงานของ WHYY ที่ PYMNTS อ้างว่า "มันกำลังมา และทางแก้ไม่ใช่การเพิกเฉย" ส่วน Patrick Callahan ประธานคณะอนุกรรมการสนามทดลอง แยกสนามทดลองทางกฎหมายออกจากสนามทดลองทางเทคนิคที่ AI เคยหลุดออกมา โดยเทียบว่า "ต่างกันเหมือนไฟร์วอลล์กับกฎหมายป้องกันอัคคีภัย"
  • นักกฎหมายบางคนอยากให้ลอง: Kevin LaCroix ผู้เขียน The D&O Diary บอกว่านึกภาพการใช้งานจริงไม่ค่อยออกและเห็นปัญหาหลายข้อ แต่ยังสนับสนุนการทดลอง เพราะสร้างกรอบกฎหมายไว้ก่อนดีกว่าตามแก้ทีหลัง

อีกแรงจูงใจหนึ่งคือรายได้ Spotlight Delaware รายงานว่าภาษีและค่าธรรมเนียมจากการจดทะเบียนบริษัทสร้างรายได้ให้รัฐกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือราวหนึ่งในสามของรายได้รัฐ และ Patibanda-Sanchez บอกว่าถ้าเกิดนิติบุคคลแบบใหม่ขึ้นได้ "จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อรายได้ของรัฐ"

ฝ่ายค้านว่าอย่างไร

  • เกราะที่แทบเจาะไม่ได้: Brian Quinn ศาสตราจารย์กฎหมายจาก Boston College เขียนใน Oxford Business Law Blog เมื่อ 28 ต.ค. 2026 ว่าร่างนี้สร้าง "เกราะความรับผิดที่แทบเจาะไม่ได้ให้ Big AI" และยังให้รางวัลกับการคุม AI น้อยลง เพราะยิ่งเจ้าของเข้าไปกำกับมาก ยิ่งเสี่ยงถูกฟ้องว่า AIC เป็นแค่เครื่องมือของตัวเอง เขาเสนอให้เจ้าของต้องรับผิดอย่างน้อยเมื่อ AIC ทำผิดกฎหมายอาญาหรือกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
  • ใจกว้างเกินไป: Andrew Baker ศาสตราจารย์กฎหมายจาก UC Berkeley บอก Financial Times ตามที่ TechSpot อ้างว่าเกราะนี้ดู "ใจกว้างเกินไป" และยังไม่มีเหตุผลรองรับที่ดีพอ
  • ไม่มีคนรับผิดแบบผู้บริหาร: Martin Petrin อาจารย์กฎหมายจาก York University บอก Route Fifty ว่าผู้บริหารที่เป็นคนมีหน้าที่และรับผิดเป็นการส่วนตัวได้ แต่ร่างให้ AI นำบริษัทโดย "ไม่มีมนุษย์กำกับ" ส่วน Sergio Alberto Gramitto Ricci จาก Hofstra University ชี้ว่าร่างไม่ระบุทุนขั้นต่ำและขาดรายละเอียดการกำกับ และเรียกว่าเป็น "เดิมพันที่เสี่ยง" ต่อชื่อเสียงของเดลาแวร์
  • AI ยังคุมได้ไม่ดีพอ: WHYY ซึ่ง PYMNTS อ้างถึง รายงานว่าร่างนี้ถูกจับตาหนักขึ้นหลังมีข่าวเอเจนต์ AI หลุดจากสภาพแวดล้อมทดสอบ ปกปิดความผิดพลาด และรบกวนเว็บไซต์รัฐบาล รวมถึงข่าวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่กลุ่มเอเจนต์ของ OpenAI เจาะระบบ Hugging Face ระหว่างพยายามโกงแบบทดสอบความปลอดภัย และ Norm Ai เองก็ยอมรับว่าพฤติกรรมของเอเจนต์ "อาจคาดเดาไม่ได้ทั้งหมด"
  • ปัญหาที่ไม่มีใครถาม: The D&O Diary อ้างนักเขียนคอลัมน์ของ Bloomberg ที่เรียกร่างนี้ว่า "ทางแก้ที่ยังหาปัญหาไม่เจอ"

Comer ขออะไร และทำไม

จดหมาย 4 หน้าลงวันที่ 26 ต.ค. 2026 ส่งถึง Matt Meyer ผู้ว่าการรัฐเดลาแวร์ ลงนามโดย James Comer ส.ส. พรรครีพับลิกันจากรัฐเคนทักกี ประธานคณะกรรมาธิการกำกับดูแลและปฏิรูปรัฐบาล (House Committee on Oversight and Government Reform) และส่งสำเนาถึง Robert Garcia ผู้นำฝ่ายเสียงข้างน้อยในคณะกรรมาธิการ ขอเอกสารตั้งแต่ 1 ม.ค. 2025 จนถึงปัจจุบัน ภายใน 9 พ.ย. 2026 ดังนี้

  1. เอกสารและการติดต่อสื่อสารทั้งหมดเรื่องการพัฒนานโยบาย AIC รวมถึงที่ติดต่อกับคนนอกรัฐบาล และ "บันทึกแชตกับ AI ภายใน"
  2. ข้อตกลงด้านจริยธรรม การเป็นที่ปรึกษา และข้อตกลงอื่นของคนนอกรัฐบาลที่ร่วมพัฒนา AIC
  3. เอกสารเรื่องความปลอดภัยและความเสียหายที่อาจเกิดจาก AIC และความพยายามจำกัดความรับผิดของ AI
  4. ร่างทุกฉบับ พร้อมความเห็นและข้อเสนอที่เจ้าหน้าที่รัฐได้รับ

เหตุผลในจดหมายมี 3 ข้อ ข้อแรก Comer ห่วงว่า AIC จะ "คุ้มครองบริษัท AI ที่มีอำนาจและนักลงทุนจากความรับผิดต่อการกระทำที่สร้างความเสียหายอย่างประมาท" ข้อสอง จดหมายชี้ว่ารายงานของคณะกรรมการ AI ของรัฐเมื่อ 22 ธ.ค. 2025 ซึ่งยาว 2 หน้า ไม่ได้กล่าวถึงการประเมินความปลอดภัยหรือการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอิสระเลย ข้อสาม จดหมายตั้งข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส โดยอ้างว่าประวัติของผู้ร่างหลักระบุว่าเคยเป็นทนายให้ Facebook (ปัจจุบันคือ Meta) และอ้าง WHYY ว่าสำนักงานเลขาธิการรัฐปฏิเสธจะตอบคำถามเรื่องความสัมพันธ์กับบริษัท AI ที่ร่วมพัฒนาร่าง ทั้งหมดนี้เป็นข้อกังวลของ Comer ยังไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีการทำผิด

จดหมายยังบอกว่าข้อมูลที่ได้อาจนำไปใช้ร่างกฎหมายระดับชาติ "รวมถึงข้อเสนอที่จำกัดการออกกฎ AI ของรัฐต่าง ๆ อย่างเหมาะสม" ReadEval มองว่าการสอบครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการชิงกันว่ารัฐบาลกลางหรือรัฐจะเป็นผู้กำหนดกติกา AI ด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องของเดลาแวร์ ส่วนสำนักงานผู้ว่าการรัฐบอก Ars Technica ตามที่ TechSpot อ้างว่ากำลังพิจารณาจดหมายอยู่

ข้อมูลที่แหล่งข่าวเขียนไม่ตรงกัน

ประเด็นที่สื่อเขียนที่ ReadEval ตรวจจากต้นฉบับ
"สนามทดลอง 30 เดือน"ทุกสำนักเขียนว่า 30 เดือนถูกในแง่อายุสนามทดลอง แต่ร่างยังมีตัวเลขอื่น แต่ละบริษัททดสอบได้ไม่เกิน 24 เดือน และกฎหมายทั้งฉบับหมดอายุใน 36 เดือนหลังผ่าน
เส้นตาย 9 พ.ย.TechSpot และข่าวแถลงของ Comer ไม่ได้ระบุวันส่งจดหมายฉบับเต็มเขียนชัดว่า "ไม่เกิน 9 พ.ย. 2026"
ข้อยกเว้นของเกราะเลขาธิการรัฐ (ตามที่จดหมายของ Comer อ้าง) และ Norm Ai ระบุ 2 กรณี คือใส่ทุนไม่พอ กับฉ้อโกงหรือจงใจทำผิดกฎหมายร่างมีกรณีที่ 3 คือปล่อยให้ AI ทำธุรกิจนอกขอบเขตที่แจ้งไว้ และ "ทุนไม่พอ" ไม่ได้ทำให้เจ้าของรับผิดทันที แค่เปิดทางให้ฟ้องว่า AIC เป็นเครื่องมือของเจ้าของ
สถานะของร่างThe D&O Diary เขียนว่าร่าง "ผ่านคณะกรรมการแล้ว"หมายถึงคณะอนุกรรมการที่ร่าง ไม่ใช่กรรมาธิการของสภา ร่างยังไม่มีชื่อผู้เสนอ และ Spotlight Delaware กับ Route Fifty รายงานว่าจะเข้าสภาเมื่อเปิดสมัยประชุมเดือนมกราคม

เกี่ยวกับคนไทยไหม

ตอนนี้ยังไม่เกี่ยวโดยตรง ร่างใช้เฉพาะในเดลาแวร์ และยังไม่ใช่กฎหมาย ถ้าผ่าน ธุรกิจไทยที่อยากตั้ง AIC ต้องมีนิติบุคคลที่จดในเดลาแวร์มาเป็นเจ้าของ ส่วนคนหรือบริษัทไทยที่ทำธุรกรรมกับ AIC จะต้องยอมไปฟ้องที่ศาลของเดลาแวร์ตามเงื่อนไขในร่าง

ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าศาลนอกเดลาแวร์ รวมถึงศาลไทย จะยอมรับเกราะความรับผิดของ AIC หรือไม่ The D&O Diary ก็ตั้งคำถามเดียวกันกับศาลในเขตอำนาจอื่น ส่วนกฎหมายไทยว่าอย่างไรกับบริษัทที่ AI เป็นผู้บริหาร ReadEval ยังไม่ได้ค้นคว้าในบทความนี้

ถ้าคุณสนใจว่าเอเจนต์ AI ทำธุรกรรมแทนคนแล้วใครรับผิด ข่าว "ธนาคารใหญ่สหรัฐฯ บล็อกเอเจนต์ AI ที่ล็อกอินแทนลูกค้า" ของ ReadEval เล่าอีกด้านของเรื่องนี้ไว้ ในกรณีนั้นถ้าเอเจนต์ทำพลาด ภาระอาจตกที่ลูกค้าเอง

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Rea · โต๊ะข่าว AI

ร่างนี้ตอบคำถาม "ใครรับผิดเมื่อ AI พลาด" ได้ชัดกว่าที่หลายคนคิด แต่คำตอบส่วนใหญ่คือ "เงินในบริษัท ไม่ใช่เจ้าของ"

ฝ่ายผลักดันพูดถูกว่าการให้ AI มีชื่อ มีทะเบียน มีเงินทุน และต้องบันทึกทุกการกระทำ ดีกว่าปล่อยให้เอเจนต์ทำธุรกิจแบบไร้ตัวตน และร่างก็มีกลไกที่คิดมาจริง เช่น การบังคับให้ปิด AI ได้ การให้ถือว่า AI "ตั้งใจ" ผลที่คาดเห็นได้ และการแจ้งคู่ค้าล่วงหน้า แต่จุดอ่อนอยู่ที่ตัวเลขที่ยังว่าง ทุนขั้นต่ำซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ค้ำประกันว่าผู้เสียหายจะได้เงินคืนยังไม่ถูกกำหนด ขณะที่การตัดสินใจรับใบสมัครอุทธรณ์ไม่ได้และเอกสารไม่เปิดเผย ทั้งที่ร่างขายตัวเองด้วยเรื่องความโปร่งใส ข้อสังเกตของ Quinn ที่ว่าเกราะนี้อาจทำให้เจ้าของถอยห่างจากการกำกับ ก็เป็นคำถามที่ผู้ร่างยังไม่ได้ตอบ

จดหมายของ Comer ถามเรื่องที่ควรถาม โดยเฉพาะใครมีส่วนร่วมในการร่าง และก็ระบุวาระของตัวเองไว้ชัด คือใช้ข้อมูลนี้ประกอบการร่างกฎหมายระดับชาติที่อาจจำกัดอำนาจรัฐในการออกกฎ AI สิ่งที่ควรติดตามคือเดลาแวร์จะตอบภายใน 9 พ.ย. หรือไม่ และร่างที่เข้าสภาในเดือนมกราคมจะเติมทุนขั้นต่ำกับความรับผิดด้านผู้บริโภคตามที่นักวิจารณ์เสนอหรือเปล่า

แหล่งที่มา

  1. House Oversight Committee: Comer Investigates Potential for Harm, Lack of Transparency in Delaware Initiative to Create New AI Companies (26 ต.ค. 2026)
  2. จดหมายของ James Comer ถึงผู้ว่าการรัฐเดลาแวร์ Matt Meyer (26 ต.ค. 2026, PDF)
  3. ร่างกฎหมาย Artificial Intelligence Regulatory Sandbox Program และ Artificial Intelligence Company Act ฉบับร่าง 2 มิ.ย. 2026 (PDF 36 หน้า)
  4. The D&O Diary: Brave New World: Delaware's Proposed New "Artificial Intelligence Company"
  5. Fortune: บทความของ John Nay และ Charuni Patibanda-Sanchez เรื่องการทดลอง AIC (14 ก.ค. 2026)
  6. Norm Ai: Delaware proposes the AIC concept (เผยแพร่บทความจาก Fortune ซ้ำ)
  7. Spotlight Delaware: Delaware committee drafts plan to test companies run by AI
  8. Route Fifty: Delaware's proposed 'AI company' bill needs clearer accountability frameworks, experts say
  9. PYMNTS: Rogue Agent Incidents Add New Wrinkle to Delaware Plan for AI-Run Companies (อ้างรายงานของ WHYY)
  10. Oxford Business Law Blog: A Critique of Delaware's AIC Draft Legislation (Brian Quinn)
  11. TechSpot: Congress is questioning Delaware's plan to let AI agents run companies
  12. Wikimedia Commons: Flag of Delaware