อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
apps

หัวหน้า Instagram คาดกระแสโกรธ AI จะแรงขึ้นอีก และยอมรับว่าโพสต์ AI คงได้อันดับต่ำกว่า

Adam Mosseri บอกในพอดแคสต์ Colin and Samir ว่าความโกรธต่อ AI จะแย่ลงต่อไป และคอนเทนต์ AI คงไม่ได้อันดับในฟีดดีเท่าคอนเทนต์ทั่วไป

ภาพประกอบ: มือถือแสดงฟีดที่มีโพสต์ภาพวิวอยู่ด้านบน โพสต์รูปประกายดาวแบบ AI สีจางอยู่ด้านล่างพร้อมลูกศรชี้ลง และกล่องข้อความสีแดงมีเครื่องหมายกากบาทลอยอยู่ข้าง ๆ
ภาพประกอบโดย ReadEval
สารบัญ (8 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. Mosseri พูดอะไรบ้าง
  3. "คงไม่" แปลว่า Instagram กดโพสต์ AI หรือเปล่า
  4. ป้าย AI-generated profile คืออะไร ใครต้องติด
  5. เสียงโห่ในพิธีรับปริญญามาจากไหน
  6. ทำไมคำพูดนี้ขัดกับทิศทางของ Meta
  7. คนไทยได้รับผลไหม
  8. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Eric Schmidt อดีตซีอีโอ Google ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรับปริญญาของ University of Arizona พอเขาเริ่มพูดเรื่อง AI เสียงโห่ก็ดังขึ้นจากบัณฑิตราว 10,000 คนจนเขาต้องพูดกลางเวทีว่า "ผมรู้ว่าหลายคนรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ ผมได้ยิน" หลายเดือนต่อมา คำถามเรื่องเสียงโห่นี้ไปถึง Adam Mosseri หัวหน้า Instagram และเขาตอบตรงกว่าที่คาด

Mosseri ไปออกพอดแคสต์ของ Colin and Samir คู่ครีเอเตอร์บน YouTube เพื่อคุยเรื่องคลิปแนวนอนแบบยาวของ Instagram แต่ถูกถามเรื่องนี้ด้วย The Verge รายงานว่าเขายอมรับว่าคนจำนวนมากไม่ชอบ AI จริง ๆ ไม่ใช่แค่วัยรุ่นหรือคนทำงานสร้างสรรค์ และพูดว่า "มันไม่ได้แค่แย่ลง แต่จะแย่ลงต่อไปอีก" ความโกรธจะเพิ่มขึ้นในอีกสองสามปี "บางส่วนก็มีมูล บางส่วนก็ไม่มี" ส่วนต้นตอที่เขามองคือ "ความกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง"

ประโยคที่ครีเอเตอร์น่าจะสะดุดคือเรื่องอันดับในฟีด Mosseri บอกว่า Instagram ไม่ได้จัดอันดับครีเอเตอร์ที่ใช้ AI ต่างจากคนอื่น แต่ก็ถามเองตอบเองว่า "เราจัดอันดับคอนเทนต์ AI ได้ดีเท่าคอนเทนต์ที่ไม่ใช่ AI ไหม คงไม่" นึกถึงร้านหนังสือที่ไม่มีกฎห้ามวางหนังสือที่ AI เขียน แต่ชั้นหน้าร้านเก็บไว้ให้เล่มที่ลูกค้าหยิบบ่อย เล่มที่คนไม่หยิบก็ถอยไปหลังร้านเอง ต่างกันตรงที่ Mosseri ไม่ได้อธิบายกลไกจริง ภาพนี้จึงเป็นการตีความของ ReadEval

ที่คำพูดนี้น่าสนใจเพราะบริษัทแม่อย่าง Meta กำลังทุ่มกับ AI หนักมาก Meta คาดว่าปี 2026 จะใช้งบลงทุนราว 135,000–145,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเน้นสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อ AI ขณะที่ Instagram เองเริ่มบังคับให้บัญชีที่ใช้ "คน" ซึ่ง AI สร้างขึ้นติดป้ายบอกผู้ชม ใครไม่ติดอาจถูกลดการมองเห็น

ถ้าคุณเป็นครีเอเตอร์หรือแบรนด์ที่ใช้ภาพหรือคลิปจาก AI ข่าวนี้ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกใช้ แต่ไม่ควรหวังว่า AI จะเป็นทางลัดให้คนเห็นมากขึ้น และถ้าบัญชีของคุณใช้ตัวละครที่ AI สร้าง ให้เปิดป้ายเองตั้งแต่ตอนนี้ กติกานี้ใช้กับไทยหรือไม่ยังไม่มีการยืนยัน คำพูดเต็ม ขั้นตอนเปิดป้าย และจุดที่แหล่งข่าวไม่ตรงกันอยู่ด้านล่าง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ความโกรธต่อ AI จะเพิ่มขึ้น: Adam Mosseri หัวหน้า Instagram บอกในพอดแคสต์ Colin and Samir ว่าความกังวลและความโกรธเรื่อง AI กำลังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในวงการสร้างสรรค์ และจะ "แย่ลงต่อไป" ในอีกสองสามปี
  • โพสต์ AI "คงไม่" ได้อันดับดีเท่า: เขาบอกว่าไม่ได้จัดอันดับครีเอเตอร์ AI ต่างจากคนอื่น แต่ยอมรับว่าคอนเทนต์ AI น่าจะได้อันดับไม่ดีเท่าคอนเทนต์ทั่วไป และมองว่าคำว่า "AI slop" ถูกใช้กว้างเกินไป
  • ป้ายบัญชี AI กลายเป็นเรื่องบังคับ: ตั้งแต่ 31 ส.ค. 2026 บัญชีที่ใช้คนที่ AI สร้างควรติดป้าย AI-generated profile ถ้าไม่ติดอาจถูกตัดออกจากการแนะนำ
  • ยังไม่ยืนยันสำหรับไทย: Instagram ไม่ได้ระบุประเทศที่ใช้กติกาป้ายนี้ และไม่ได้บอกว่าการจัดอันดับต่างกันตามประเทศหรือไม่

Mosseri พูดอะไรบ้าง

Mosseri ไปออกรายการของ Colin Rosenblum และ Samir Chaudry ในตอน "Why Instagram Completely Changed It's Mind" บน YouTube ซึ่งคุยเรื่องการเปิดตัวคลิปแนวนอนแบบยาวของ Instagram เป็นหลัก (ReadEval เขียนเรื่องคลิปยาว 90 นาทีนี้ไว้แล้วในข่าว Instagram ทดสอบคลิปแนวนอนยาว 90 นาที) ช่วงที่พูดเรื่อง AI อยู่ราวนาทีที่ 61 ของคลิป ตามลิงก์ที่ The Verge อ้างถึง

ตารางด้านล่างเป็นคำพูดที่ The Verge ถอดไว้ แปลโดย ReadEval

เรื่องMosseri พูดว่า
แนวโน้มเห็น "ความวิตกมากขึ้น ความหงุดหงิดมากขึ้น และความโกรธมากขึ้นเกี่ยวกับ AI" โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
อนาคต"มันไม่ได้แค่แย่ลง แต่จะแย่ลงต่อไปอีก ผมคิดว่าเราจะเห็นความหงุดหงิดและความโกรธมากขึ้น บางส่วนก็มีมูล บางส่วนก็ไม่มี ในอีกสองสามปีข้างหน้า และนั่นจะทำให้หลายคนลำบาก ไม่ใช่แค่คนในวงการ"
อันดับในฟีด"มีคอนเทนต์ AI ดี ๆ อยู่มาก และก็มี AI slop อยู่มากเช่นกัน เราจัดอันดับคอนเทนต์ AI ได้ดีเท่าคอนเทนต์ที่ไม่ใช่ AI ไหม คงไม่"
คำว่า slopคำนี้ถูกใช้ "พร่ำเพรื่อเกินไป" (too liberally)
ป้าย AIInstagram "กำลังเริ่มบังคับให้บัญชี AI ติดป้ายบอกตัวเอง เพราะเราคิดว่าสำคัญที่คนจะรู้ว่าสิ่งที่ดูอยู่เป็นของจริงหรือไม่"
ต้นตอของความกังวลคนกังวลเรื่องความเป็นเจ้าของผลงานและการเอาผลงานไปฝึกโมเดล ความปลอดภัย และการถูก AI แย่งงาน "ไม่ว่าคุณจะเป็นครีเอเตอร์ วิศวกร หรือนักคณิตศาสตร์" แต่ถ้าคุยกันจริงจัง "ลึก ๆ แล้วคือความกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในทางใดทางหนึ่ง"

AI slop หมายถึงภาพ คลิป หรือข้อความที่ AI ผลิตออกมาจำนวนมากแบบคุณภาพต่ำ Mosseri เคยหยิบคำนี้มาพูดแล้วในโพสต์สไลด์ช่วงปีใหม่ ครั้งนี้เขาชี้ว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่ทำด้วย AI จะเป็น slop

"คงไม่" แปลว่า Instagram กดโพสต์ AI หรือเปล่า

ข้อนี้คือจุดที่ข้อมูลจากหลายแหล่งดูขัดกัน

แหล่งบอกว่า
The Verge (คำพูดในพอดแคสต์)Instagram ไม่ได้จัดอันดับครีเอเตอร์ AI ต่างจากคนอื่น แต่คอนเทนต์ AI "คงไม่" ได้อันดับดีเท่าคอนเทนต์ทั่วไป
Kompozy (เว็บไซต์ที่สรุปข่าวแพลตฟอร์ม 20 ต.ค. 2026)อ้างว่า Mosseri พูดในช่วงถามตอบประจำสัปดาห์ผ่าน Instagram Story ราว 19 ต.ค. ว่า "เราไม่ได้ลดการมองเห็นของคอนเทนต์ AI เพียงเพราะมันเป็น AI" Story เป็นโพสต์ชั่วคราวและหน้านั้นไม่มีลิงก์ต้นทาง ReadEval จึงยืนยันถ้อยคำนี้ไม่ได้
บล็อกครีเอเตอร์ของ Instagram และ Engadget (31 ส.ค. 2026)การจำกัดการมองเห็นที่ประกาศจริงใช้กับบัญชีที่ใช้คนที่ AI สร้างแต่ไม่ติดป้ายเท่านั้น Engadget ระบุว่านี่ไม่ใช่การปราบ AI slop ทุกประเภท

ReadEval มองว่าสองประโยคนี้ไม่จำเป็นต้องขัดกัน ถ้าอ่านคู่กัน "ไม่ได้ลดเพราะเป็น AI" หมายถึงไม่มีกฎที่หักคะแนนโพสต์เพียงเพราะทำด้วย AI ส่วน "คงไม่ได้อันดับดีเท่า" น่าจะหมายถึงผลลัพธ์โดยรวม เมื่อระบบจัดอันดับตามสิ่งที่คนชอบดู แล้วคอนเทนต์ AI จำนวนมากเป็นของคุณภาพต่ำ ค่าเฉลี่ยก็ออกมาต่ำกว่า แต่นี่เป็นการตีความของ ReadEval Mosseri ไม่ได้อธิบายกลไกในช่วงที่ The Verge ถอดคำไว้ และ Instagram ไม่ได้เผยว่าระบบตรวจว่าโพสต์ใดทำด้วย AI อย่างไร

ป้าย AI-generated profile คืออะไร ใครต้องติด

บล็อกสำหรับครีเอเตอร์ของ Instagram ลงวันที่ 31 ส.ค. 2026 ระบุว่า Instagram เปลี่ยนชื่อป้าย "AI creator" ที่เคยเป็นแบบสมัครใจ มาเป็น "AI-generated profile" เพื่อบอกผู้ชมว่าบัญชีนั้นใช้คนที่ AI สร้างขึ้น ไม่ใช่คนจริง

  • ใครควรติด: บัญชีที่มีตัวบุคคลเป็นคนที่ AI สร้าง บล็อกเขียนว่า Instagram ได้ยินจากผู้ใช้ว่า "อยากรู้เมื่อโปรไฟล์ใดใช้คนที่ AI สร้างขึ้น"
  • ใครไม่ต้องติด: ครีเอเตอร์ที่ใช้เครื่องมือ AI เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน TechCrunch ยกตัวอย่างว่าการแต่งรูป เกลาแคปชัน หรือทำกราฟิกด้วย AI ไม่ต้องใช้ป้ายนี้
  • ถ้าไม่ติด: บัญชีที่ Instagram ตรวจพบอาจถูกจำกัดการมองเห็นและไม่ถูกแนะนำให้คนอื่นเห็น Instagram จะแจ้งเตือน และดูสถานะได้ที่ Account Status
  • ถ้าติดเอง: TechCrunch รายงานว่าบัญชีที่ติดป้ายจะไม่ถูกลงโทษเพียงเพราะใช้คนที่ AI สร้างเป็นตัวหลักของบัญชี
  • ป้ายแสดงที่ไหน: ป้ายของโปรไฟล์จะแสดงข้างคอนเทนต์ของบัญชีนั้น เว้นแต่โพสต์นั้นมีป้ายบอกว่าสร้างหรือแก้ด้วย AI อยู่แล้ว

วิธีเปิดป้าย (ตามบล็อกของ Instagram)

  1. เปิดหน้าโปรไฟล์ของคุณ แล้วแตะ Edit profile (แก้ไขโปรไฟล์)
  2. เปิดสวิตช์ AI-generated profile

ถ้าคิดว่าถูกจำกัดโดยไม่ถูกต้อง ให้เข้า Account Status เพื่อดูข้อจำกัดและยื่นอุทธรณ์ ถ้าอุทธรณ์ผ่าน บัญชีและคอนเทนต์จะกลับมาอยู่ในการแนะนำได้ หรือเปิดป้ายแล้วบัญชีก็กลับมามีสิทธิ์ถูกแนะนำเช่นกัน บล็อกไม่ได้บอกชื่อเมนูภาษาไทย และ ReadEval ไม่ได้ทดลองกดในแอปจริง ชื่อที่คุณเห็นจึงอาจต่างไปบ้าง

Mosseri เองยอมรับว่าปัญหายังไม่จบ The Verge รายงานว่าคอนเทนต์ AI ที่หลอกคน เช่น ดีปเฟกของคนดัง ยังเป็นปัญหา และต้นเดือนตุลาคมเขาบอกว่า Instagram "กำลังหาทางอยู่" แต่ "ไม่คิดว่าการพยายามแบนคอนเทนต์ AI ออกจากแพลตฟอร์มจะทำได้จริง"

เสียงโห่ในพิธีรับปริญญามาจากไหน

คำถามที่ Mosseri ได้รับมาจากเหตุการณ์ช่วงพิธีรับปริญญาในสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคม 2026 สำนักข่าว AP รวบรวมไว้หลายกรณี

ผู้กล่าวสถาบันสิ่งที่พูดแล้วถูกโห่
Eric Schmidt อดีตซีอีโอ GoogleUniversity of Arizonaพูดถึงการมาของ AI ต่อหน้าบัณฑิตราว 10,000 คน
Gloria Caulfield ผู้บริหาร Tavistock DevelopmentUniversity of Central Florida"การมาของปัญญาประดิษฐ์คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งถัดไป"
Scott Borchetta ซีอีโอ Big Machine RecordsMiddle Tennessee State University"AI กำลังเขียนวิธีผลิตงานใหม่ในขณะที่เรานั่งอยู่ตรงนี้"
Chris Duffey ผู้เผยแพร่ AI ของ AdobeMarquette Universityถูกโห่แม้นักศึกษาเคยยื่นคำร้องให้เปลี่ยนตัวผู้กล่าว

AP อ้างผลสำรวจของ Harvard Kennedy School Institute of Politics ปี 2025 ว่านักศึกษาราว 70% มอง AI เป็นภัยต่อโอกาสได้งาน และอัตราว่างงานของบัณฑิตอายุ 22–27 ปีสูงสุดในรอบ 12 ปี ส่วนกรณีของ Schmidt ยังมีปัจจัยอื่นปน เพราะกลุ่มนักศึกษาเคยยื่นคำร้องให้ถอดเขาจากการเป็นผู้กล่าว ด้วยเหตุผลเรื่องชื่อของเขาในแฟ้มคดี Epstein และข้อกล่าวหาในอดีต

สื่อรายงานวันที่ของพิธีที่ University of Arizona ไม่ตรงกัน (15 หรือ 16 พ.ค. 2026) ReadEval จึงเขียนว่ากลางเดือนพฤษภาคม

ทำไมคำพูดนี้ขัดกับทิศทางของ Meta

Meta ไม่ได้แค่เปิดให้คนโพสต์งาน AI แต่สร้างโมเดล AI ของตัวเองด้วย รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ของ Meta ลงวันที่ 21 ต.ค. 2026 ระบุว่า

  • ไตรมาส 3 ใช้งบลงทุน (capital expenditures รวมเงินผ่อนสัญญาเช่าแบบการเงิน) 34,910 ล้านดอลลาร์ มากกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 32,790 ล้านดอลลาร์ ทำให้กระแสเงินสดอิสระติดลบ 2,120 ล้านดอลลาร์
  • ทั้งปี 2026 คาดว่าจะลงทุน 135,000–145,000 ล้านดอลลาร์ ขยับขอบล่างขึ้นจากที่เคยคาดไว้ 130,000–145,000 ล้านดอลลาร์
  • Mark Zuckerberg ซีอีโอ Meta บอกว่าไตรมาสนี้ "ทำหมุดหมายสำคัญในการส่งมอบ personal superintelligence ให้ทุกคน" รวมถึงการเปิดตัวโมเดล Muse และ Muse Wonder

Reuters รายงานตั้งแต่เดือนกรกฎาคมว่างบที่เพิ่มขึ้นมาจากการสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อเพิ่มกำลังประมวลผล AI ภาพที่ได้จึงย้อนแย้งกันอยู่ บริษัทแม่ทุ่มเงินสร้าง AI แต่หัวหน้า Instagram ซึ่งเป็นแอปในเครือที่พึ่งครีเอเตอร์มากที่สุดแอปหนึ่ง กลับบอกตรง ๆ ว่าคนไม่ชอบ AI มากขึ้น และคอนเทนต์ AI ก็ไม่ได้ทำผลงานดีกว่าในฟีด

คนไทยได้รับผลไหม

  • ป้าย AI-generated profile: บล็อกของ Instagram และข่าวที่ ReadEval อ่านไม่ได้ระบุประเทศหรือภูมิภาคที่ใช้กติกานี้ จึงยืนยันไม่ได้ว่าใช้ในไทยแล้วหรือยัง วิธีที่แน่นอนที่สุดคือดูในหน้า Edit profile ว่ามีสวิตช์นี้หรือไม่
  • การจัดอันดับ: Mosseri พูดถึงคอนเทนต์ AI โดยรวม ไม่ได้แยกประเทศ และ Instagram ไม่ได้เผยว่ามีการตั้งค่าที่ต่างกันในไทย
  • ตัวกรอง AI สำหรับผู้ชม: ReadEval ไม่พบหน้าทางการของ Instagram ที่ประกาศปุ่มให้ผู้ใช้ทั่วไปเลือกดูคอนเทนต์ AI น้อยลง

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Ade · โต๊ะแอปและแพลตฟอร์ม

หัวหน้า Instagram ยอมรับสิ่งที่ครีเอเตอร์รู้สึกกันมานาน คือ AI ไม่ได้ช่วยให้โพสต์ไปได้ไกลขึ้นเสมอไป และคนจำนวนมากรู้สึกต่อต้าน AI มากขึ้นเรื่อย ๆ

ความน่าสนใจของคำพูดนี้อยู่ที่ผู้พูด Mosseri คุมแพลตฟอร์มที่พึ่งครีเอเตอร์ และบริษัทแม่ของเขากำลังใช้งบลงทุนกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ในปีเดียว ซึ่งเน้นศูนย์ข้อมูลเพื่อ AI แต่เขาไม่ได้ปลอบใจว่าความกังวลจะหายไป กลับบอกว่าจะหนักขึ้นอีก ข้อนี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไม Instagram เลือกเดินทางสายกลาง คือไม่แบน AI แต่บังคับให้บอกผู้ชม และปล่อยให้ระบบจัดอันดับตามสิ่งที่คนอยากดู

สำหรับครีเอเตอร์และแบรนด์ บทเรียนที่ใช้ได้ทันทีมีสองข้อ ข้อแรก AI ใช้เป็นเครื่องมือได้ แต่ไม่ใช่ทางลัดไปสู่ยอดเข้าถึง ReadEval ประเมินว่าถ้าคนดูรู้สึกว่าเป็นของผลิตซ้ำแบบไม่ใส่ใจ ระบบที่จัดอันดับตามสิ่งที่คนชอบดูก็มีแนวโน้มดันน้อยลงอยู่แล้ว ข้อสอง ถ้าบัญชีใช้ตัวละครที่ AI สร้าง ให้ติดป้ายเอง เพราะเป็นกติกาเดียวที่ Instagram ประกาศชัดว่ามีผลต่อการมองเห็น

ที่ยังต้องจับตาคือ Instagram จะแยกโพสต์ AI ออกจากโพสต์ทั่วไปได้แม่นแค่ไหน และจะมีปุ่มให้ผู้ชมเลือกดู AI น้อยลงหรือไม่ เพราะตราบใดที่ยังไม่มีสองอย่างนี้ คำว่า "คงไม่ได้อันดับดีเท่า" ก็ยังเป็นคำพูดของผู้บริหาร ไม่ใช่กติกาที่ครีเอเตอร์ตรวจสอบได้

แหล่งที่มา

  1. The Verge: Adam Mosseri says negativity around AI is 'going to get worse' (28 ต.ค. 2026)
  2. Colin and Samir (YouTube): Why Instagram Completely Changed It's Mind
  3. Instagram Creators: Bringing More Transparency to AI-Generated Profiles on Instagram (31 ส.ค. 2026)
  4. Engadget: Instagram will demote AI-generated influencers if they don't clearly label their account
  5. TechCrunch: Instagram puts new limits on undisclosed AI profiles
  6. Meta: Meta Reports Third Quarter 2026 Results (21 ต.ค. 2026)
  7. Reuters (ผ่าน Investing.com): Meta narrows annual capex forecast, as AI buildout grows (29 ก.ค. 2026)
  8. AP (ผ่าน KOLD): U of A graduates among students to boo pep talks on AI at college commencements
  9. Slashdot สรุปจาก NBC News: Former Google CEO Eric Schmidt Booed During Graduation Speech About AI
  10. Martin Cid Magazine: Instagram Head Adam Mosseri Expects Worse AI Backlash, Says AI Posts Probably Rank Lower
  11. Kompozy: Instagram AI slop prevention (สรุปคำพูดของ Mosseri เรื่องการไม่ลดการมองเห็นคอนเทนต์ AI)
  12. Wikipedia: Colin and Samir
  13. Wikimedia Commons: Head of Instagram Adam Mosseri META