ผลสำรวจ ITRC ชี้เหยื่อมิจฉาชีพจำนวนมากโดนหลอกซ้ำ โดยคนที่เรียกค่าธรรมเนียมเพื่อตามเงินคืน
รายงาน ITRC ปี 2026 ชี้เหยื่อสแกมในสหรัฐฯ จำนวนมากจ่ายเงินซ้ำให้คนอ้างว่าตามเงินคืนได้ ตัวเลขยังต้องอ่านอย่างระวัง แต่กฎชัดเจน: หน่วยงานจริงไม่เก็บเงิน
สารบัญ (11 หัวข้อ)
ลองนึกภาพว่าคุณเพิ่งโอนเงินให้มิจฉาชีพไป แล้วไม่กี่วันต่อมามีเพจ "ทนาย" หรือ "ทีมกู้เงิน" ทักมาบอกว่าตามเงินก้อนนั้นคืนให้ได้ ขอแค่ค่าดำเนินการก่อน สำหรับคนที่กำลังร้อนใจ ข้อเสนอนี้ฟังเหมือนเชือกที่มีคนโยนลงมาในบ่อ แต่ปลายเชือกอีกด้านมักอยู่ในมือมิจฉาชีพอีกชุด Identity Theft Resource Center (ITRC) องค์กรไม่แสวงกำไรของสหรัฐฯ ที่ช่วยเหยื่อโดนขโมยข้อมูลและโดนหลอก เรียกกลโกงนี้ว่า "สแกมตามเงินคืน" (recovery scam)
ในรายงานประจำปีที่เพิ่งเผยแพร่ ITRC ถามคนอเมริกันทั่วไปกว่าพันคนผ่านแบบสำรวจออนไลน์ เหยื่อสแกมในกลุ่มนี้เกือบ 4 ใน 5 ตอบว่าเคยจ่ายค่าธรรมเนียมให้คนที่สัญญาว่าจะตามเงินคืน แก้ประวัติเครดิต หรือตามจับคนร้ายให้ ขณะที่เหยื่อที่มาขอความช่วยเหลือจาก ITRC โดยตรงตอบแบบเดียวกันเพียง 6.5%
ITRC อธิบายว่าเหยื่อหันไปหาคนกลุ่มนี้เพราะทางการเงียบ เหยื่อสแกมในกลุ่มคนทั่วไปเกือบ 9 ใน 10 บอกว่าเคยขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานหรือบริษัทแล้วไม่มีใครติดต่อกลับ หลายคนยังรู้สึกว่าเป็นความผิดของตัวเองจนไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง เมื่อหน่วยงานจริงไม่ตอบ คนที่ทักมาเสนอความหวังจึงดูน่าเชื่อขึ้นมาก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขชุดนี้ควรอ่านอย่างระวัง ผู้ตอบทั่วไปมาจากแบบสำรวจออนไลน์ที่ SurveyMonkey หาผู้ตอบให้ ตัวเลขบางข้อในรายงานขัดกันเอง และ ITRC เป็นผู้เปรียบเทียบผลงานของตัวเองกับคนที่ไม่ได้มาหา ReadEval จึงจัดตัวเลขนี้เป็น "คำกล่าวอ้าง" แต่รูปแบบกลโกงนั้นเกิดขึ้นจริงแน่นอน เพราะ FBI และ FTC ของสหรัฐฯ เคยเตือนเรื่องเดียวกัน และในไทยตำรวจไซเบอร์ก็เคยเตือนเรื่องเพจปลอมที่อ้างว่ารับแจ้งความแล้วเรียกค่าดำเนินการคดีจากผู้เสียหาย
กฎที่ทุกหน่วยงานพูดตรงกันคือหน่วยงานจริงไม่เก็บเงินเพื่อตามเงินคืน ใครขอค่าธรรมเนียมล่วงหน้าให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ ถ้าคุณโอนเงินให้คนร้ายไปแล้วให้รีบโทร 1441 แล้วแจ้งความที่ thaipoliceonline.go.th เท่านั้น ถ้าคนใกล้ตัวโดนหลอก อย่าเพิ่งถามว่าทำไมถึงพลาด เพราะความอายคือสิ่งที่ผลักเหยื่อไปหาคนหลอกรอบสอง สัญญาณเตือน ตัวเลขฉบับเต็ม และเหตุผลที่ยังเชื่อตัวเลขเต็มที่ไม่ได้อยู่ด้านล่าง
สรุปประเด็นสำคัญ
- รายงานอะไร: ITRC 2026 Consumer Impact Report เผยแพร่ 28 ต.ค. 2026 โดยมี Experian สนับสนุน เก็บข้อมูลเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2026 จากคนทั่วไปในสหรัฐฯ 1,111 คน และเหยื่อที่เคยติดต่อ ITRC 197 คน
- ตัวเลขที่เป็นข่าว: เหยื่อสแกมในกลุ่มคนทั่วไป 78.9% บอกว่าเคยจ่ายเงินให้ "นักตามเงินคืน" เทียบกับ 6.5% ในกลุ่มเหยื่อสแกมที่มาหา ITRC และ 87.9% บอกว่าขอความช่วยเหลือจากองค์กรแล้วไม่มีใครตอบ
- ความน่าเชื่อถือ: 🔴 คำกล่าวอ้าง ตามเกณฑ์ของ ReadEval เพราะไม่มีข้อมูลดิบ ไม่บอกค่าความคลาดเคลื่อน ไม่บอกว่าตัวเลขหลักคิดจากกี่คน เทียบสองกลุ่มที่หามาคนละวิธี และผู้จัดทำเปรียบเทียบผลงานของตัวเอง
- สิ่งที่ยืนยันได้จากแหล่งอื่น: FTC และ FBI ระบุตรงกันว่าหน่วยงานรัฐไม่เรียกเงินเพื่อตามเงินคืน และตำรวจไซเบอร์ไทยเตือนเรื่องเพจรับแจ้งความปลอมที่เรียกค่าดำเนินการจากผู้เสียหายเดิม
- สิ่งที่ทำได้: อย่าจ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้าให้ใคร ในไทยโทร 1441 และแจ้งความที่ thaipoliceonline.go.th ไม่แจ้งผ่าน Facebook หรือ LINE
ITRC สำรวจใคร และพบอะไร
ITRC ก่อตั้งในปี 1999 และให้คำปรึกษาเหยื่อฟรีทางโทรศัพท์และแชตบนเว็บไซต์ รายงาน Consumer Impact ออกทุกปี แต่ฉบับปี 2026 เป็นครั้งแรกที่แยกเหยื่อสแกม (ถูกหลอกให้ส่งเงินหรือข้อมูลเอง) ออกจากเหยื่อการขโมยตัวตนแบบเดิม (ข้อมูลถูกขโมยไปใช้โดยเจ้าตัวไม่ได้มีส่วน เช่น บัตรถูกรูดหรือถูกเปิดบัญชีในชื่อตัวเอง) ข้อสรุปหลักของรายงานคือ สแกมทำร้ายแบบ "บาดแผลเฉียบพลัน" ส่วนการขโมยตัวตนเป็น "ภาระเรื้อรัง" Eva Velasquez ซีอีโอของ ITRC ใช้คำนี้เช่นกัน
ผู้ตอบแบ่งเป็นสองกลุ่ม
- กลุ่มคนทั่วไป 1,111 คน: SurveyMonkey เป็นผู้หาผู้ตอบตามเกณฑ์ที่ ITRC กำหนด ในจำนวนนี้ 798 คน (71.8%) บอกว่าเคยโดนขโมยตัวตน ฉ้อโกง หรือโดนหลอก และ 578 คนจาก 751 คนที่ตอบข้อนี้ระบุว่าตัวเองเป็นเหยื่อสแกม
- กลุ่มเหยื่อของ ITRC 197 คน: สุ่มจากคนที่ติดต่อ ITRC เพื่อขอความช่วยเหลือในช่วง 12 เดือนก่อนหน้า ในจำนวนนี้ 55.6% เป็นเหยื่อสแกม
ตารางเทียบสี่กลุ่มในรายงาน (หน้า 18) มีตัวเลขสำคัญดังนี้
| ข้อที่ถาม | คนทั่วไป: เหยื่อสแกม | คนทั่วไป: เหยื่อขโมยตัวตน | เหยื่อสแกมที่มาหา ITRC | เหยื่อขโมยตัวตนที่มาหา ITRC |
|---|---|---|---|---|
| เคยจ่ายเงินให้ "นักตามเงินคืน" | 78.9% | 20.3% | 6.5% | 0.0% |
| ขอความช่วยเหลือจากองค์กรแล้วไม่มีใครตอบ | 87.9% | 22.2% | 47.2% | 52.8% |
| เสียเงินของตัวเองตั้งแต่ 100,000 ดอลลาร์ขึ้นไป | 29.5% | 10.7% | 16.5% | 8.6% |
| เห็นด้วยว่า "เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของฉันส่วนหนึ่ง" | 87.0% | ไม่มีตัวเลข | 42.4% | 15.8% |
| ใช้เวลาแก้ปัญหาเกิน 40 ชั่วโมง | 11.8% | 11.9% | 47.3% | 64.0% |
| ปัญหายังแก้ไม่จบ | 2.8% | 8.9% | 45.2% | 62.7% |
ที่มา: ITRC 2026 Consumer Impact Report, Master Cohort Comparison Table
คำถามเรื่องนักตามเงินคืนในรายงานเขียนว่าเป็นการจ่าย "ค่าธรรมเนียมให้บุคคลที่สามที่สัญญาว่าจะกู้เงินที่ถูกขโมยคืน แก้ประวัติเครดิต หรือจับตัวคนร้าย" ในภาคผนวก มีอีกข้อที่ถามคนทั่วไปทั้ง 1,111 คนว่าในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาเคย "จ่ายเงินให้คนที่บอกว่าจะกู้เงินที่ฉันเสียไปแล้วคืน" หรือไม่ มีผู้ตอบว่าเคย 13%
นอกจากเรื่องเงิน ITRC ยังพบว่าเหยื่อสแกมในกลุ่มคนทั่วไป 20.4% บอกว่ายื่นล้มละลาย และ 12.3% ตกงานเพราะเรื่องนี้ รายงานยังระบุว่าเหยื่อสแกมส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้อายุ 30–60 ปี (86.2%) และอยู่ในครัวเรือนรายได้ตั้งแต่ 100,000 ดอลลาร์ต่อปีขึ้นไป (77.9%) ITRC จึงแย้งภาพจำว่าสแกมเกิดกับผู้สูงอายุหรือคนรายได้น้อยเป็นหลัก
"ฉันรู้ทัน" แต่เกือบโดน
คนทั่วไป 91.0% บอกว่าตัวเองรู้วิธีปกป้องข้อมูลส่วนตัว "ดีมาก" (38.7%) หรือ "พอสมควร" (52.2%) แต่ 49.8% บอกว่าเกือบโดนหลอกให้ส่งเงินหรือข้อมูลในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และ 27.9% เกือบโดนมากกว่าหนึ่งครั้ง ITRC เรียกสิ่งนี้ว่า "ความมั่นใจสวนทางกับการกระทำ"
สแกมยังเกิดเร็ว ในกลุ่มเหยื่อสแกมทั่วไป 39.8% ส่งเงินหรือข้อมูลภายในวันเดียวกับที่ถูกติดต่อ และ 16.1% ส่งภายในไม่ถึงชั่วโมง คนที่เกือบโดนแต่หยุดทันบอกว่าสิ่งที่ช่วยไว้คือ
- รู้สึกว่า "มีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล" แล้วเชื่อความรู้สึกนั้น (45.9%)
- จำกลโกงได้จากความรู้ที่เคยอ่าน เคยดู หรือเคยมีคนสอน (40.2%)
- ค้นหาข้อมูลกลโกงนั้นทางออนไลน์ก่อนลงมือทำ (28.9%)
- ได้คำเตือนจากธนาคารหรือแอปชำระเงิน (24.4%) หรือพนักงานร้านที่ไม่ยอมขายบัตรของขวัญให้ (13.7%)
- ถามคนในครอบครัวหรือเพื่อนก่อนส่งเงินหรือข้อมูล (16.5%)
สแกมตามเงินคืนหน้าตาเป็นอย่างไร
หน้าคำแนะนำของ FTC (คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐฯ) อธิบายว่า สแกมแบบนี้เล็งคนที่เสียเงินไปแล้ว โดยมีคนบอกว่าจะช่วยเอาเงินคืน "แต่มีเงื่อนไขว่าคุณต้องจ่ายก่อน" ซึ่งยิ่งทำให้เสียหายเพิ่ม มิจฉาชีพมักตั้งชื่อเงินที่เรียกว่า "ค่ามัดจำทนาย" (retainer fee) หรือ "ค่าดำเนินการ" (processing fee) และอาจขอเลขบัญชีหรือเลขบัตรโดยอ้างว่าจะโอนเงินคืนให้
FBI ออกประกาศเตือนเรื่องนี้หลายครั้ง ประกาศเมื่อ 13 ส.ค. 2025 เล่าถึงสำนักงานกฎหมายปลอมที่ตามหาเหยื่อสแกมคริปโต สัญญาณที่ FBI ระบุมีดังนี้
- อ้างชื่อทนายหรือสำนักงานกฎหมายที่มีอยู่จริง และใช้หัวจดหมายที่ดูเป็นทางการ
- อ้างว่าร่วมงานกับหน่วยงานรัฐ ทั้งที่ FBI ระบุว่าไม่มีสำนักงานกฎหมายใดเป็นพาร์ตเนอร์ทางการของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ
- อ้างหน่วยงานที่ไม่มีอยู่จริง เช่น "International Financial Trading Commission"
- รู้ยอดเงินและวันที่โอนครั้งก่อนของเหยื่ออย่างแม่นยำ เพื่อให้ดูเหมือนมีข้อมูลคดีจริง
- บอกว่าชื่อของเหยื่ออยู่ในรายชื่อผู้เสียหายของรัฐ และกู้เงินคืนได้ "ตามช่องทางกฎหมาย"
- ดึงเหยื่อเข้ากลุ่ม WhatsApp กับคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารและทนาย แล้วเรียกค่าธรรมเนียมธนาคาร
- เรียกเงินเป็นคริปโตหรือบัตรของขวัญ และไม่ยอมแสดงใบอนุญาตหรือเปิดกล้องคุย
ประกาศเมื่อ 20 ก.ค. 2026 ของ FBI เตือนอีกรูปแบบ คือมิจฉาชีพปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ IC3 (ศูนย์รับแจ้งอาชญากรรมอินเทอร์เน็ตของ FBI) แล้วเสนอตัวตามเงินคืน บางรายใช้วิดีโอปลอมด้วย AI (deepfake) ของผู้บริหาร FBI ชวนให้ไปแจ้งความบนเว็บ IC3 ปลอม FBI ระบุว่า "IC3 จะไม่ขอเงินเพื่อตามเงินคืน" และ IC3 ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดียใดเลย
ในไทย Thai PBS รายงานเมื่อ 30 พ.ค. 2024 โดยอ้างข้อมูลจากตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) ว่ามิจฉาชีพซื้อโฆษณาบน Facebook ให้เพจ "รับแจ้งความ" หรือ "รับช่วยเหลือ" ไปโผล่ต่อหน้าผู้เสียหายที่กำลังหาทางตามเงินคืน แล้วหลอกให้โอนเงินเป็นค่าดำเนินการหรือค่ากระบวนการทางคดี ตำรวจไซเบอร์เคยเสนอให้ Meta ปิดบัญชีที่เกี่ยวข้องวันละหลายพันบัญชี แต่ก็มีเพจใหม่เปิดขึ้นต่อเนื่อง Thai PBS ยังรายงานเมื่อ 23 ก.ค. 2024 ว่ามีบัญชี LINE ปลอมที่อ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ ขอเลขบัตรประชาชนและเอกสารคดี และอาจขอเงินโดยอ้างว่าจะทำให้คดีเร็วขึ้น
สัญญาณเตือน: ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่ง ให้หยุดก่อน
- ขอเงินก่อนเริ่มงาน ไม่ว่าจะเรียกว่าค่ามัดจำ ค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียมธนาคาร หรือค่าภาษี FTC ระบุว่า "หน่วยงานรัฐและองค์กรที่ถูกกฎหมายจะไม่ขอเงินเพื่อช่วยให้คุณได้เงินคืน"
- ทักมาหาคุณก่อน ทาง Facebook, LINE, WhatsApp หรือ Telegram ทั้งที่คุณยังไม่ได้ติดต่อใคร
- รับประกันว่าได้เงินคืนแน่นอน FTC ระบุว่าหน่วยงานจริงไม่รับประกันเรื่องนี้
- ขอเลขบัญชี เลขบัตร หรือรหัส โดยอ้างว่าจะโอนเงินคืนให้
- ให้จ่ายเป็นคริปโต บัตรของขวัญ หรือโอนเข้าบัญชีบุคคล
- อ้างว่าเป็นตำรวจหรือรับแจ้งความผ่านแชต ตำรวจไซเบอร์ไทยไม่รับแจ้งความทาง Facebook, LINE หรือข้อความส่วนตัวบนแพลตฟอร์มใด
ถ้าคุณเพิ่งโดนหลอก ทำอะไรได้บ้าง
ในไทย
- โทร 1441 ก่อน ถ้าเพิ่งโอนเงินไป หน้าเว็บของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระบุว่าศูนย์ AOC 1441 ช่วยระงับบัญชีที่น่าสงสัยได้อย่างรวดเร็ว โดยกด 1 เพื่อแจ้งและขอระงับบัญชี ศูนย์ให้บริการผ่านสายด่วน 1441 เท่านั้น ไม่มีช่องทางโซเชียลมีเดีย
- แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th เท่านั้น พิมพ์ที่อยู่เว็บเอง อย่ากดลิงก์จากเพจหรือแชตที่ทักมา และสังเกตว่าลงท้ายด้วย .go.th
- ใครทักมาเสนอตามเงินคืน ให้ปฏิเสธ ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ ให้โทร 1441 ถามเอง อย่าใช้เบอร์ที่อีกฝ่ายให้มา
ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวอยู่ในสหรัฐฯ
- FTC ให้รายงานที่ ReportFraud.ftc.gov และถ้าจ่ายเงินไปแล้วให้รีบติดต่อธนาคารหรือบริษัทที่ใช้โอน เพราะ "ยิ่งทำเร็วยิ่งดี"
- FBI รับแจ้งที่ ic3.gov และสำนักงาน FBI ในพื้นที่
- ITRC ให้คำปรึกษาฟรีที่เบอร์ 888.400.5530 (โทรหรือส่งข้อความ) หรือแชตบนเว็บ idtheftcenter.org
ReadEval ยืนยันไม่ได้ว่าในไทยมีองค์กรไม่แสวงกำไรที่ให้บริการแบบเดียวกับ ITRC ช่องทางด้านบนเป็นช่องทางทางการทั่วไปสำหรับคดีออนไลน์
ถ้าคนใกล้ตัวเป็นเหยื่อ
รายงานของ ITRC ย้ำเรื่องความอายมากกว่าเรื่องอื่น เหยื่อสแกมที่มาหา ITRC 54.8% บอกว่ารู้สึกอายหรือขายหน้า เทียบกับ 36.0% ของเหยื่อขโมยตัวตน และในกลุ่มคนทั่วไป 65.9% ของเหยื่อสแกมเห็นด้วยว่า "คนอื่นจะมองฉันแย่ลงถ้ารู้เรื่องนี้" เหยื่อคนหนึ่งเขียนในแบบสำรวจว่า "ฉันเล่าให้คนไม่กี่คนที่คิดว่าจะเข้าใจฟัง แต่พวกเขาก็ไม่เข้าใจ ฉันเลยเก็บไว้คนเดียว"
ITRC ยังรายงานว่าเหยื่อสแกมในกลุ่มคนทั่วไปจำนวนมากเคยมีความคิดทำร้ายตัวเอง ตัวเลขนี้มาจากแบบสำรวจชุดเดียวกันซึ่งมีข้อจำกัดตามที่อธิบายด้านล่าง แต่ก็เป็นเหตุผลที่ควรถามความรู้สึกของคนใกล้ตัวที่เพิ่งโดนหลอก ไม่ใช่ถามแค่เรื่องเงิน ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวรู้สึกไม่ไหว สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้คำปรึกษาฟรีตลอด 24 ชั่วโมง (ในสหรัฐฯ โทรหรือส่งข้อความถึง 988)
สิ่งที่ช่วยได้จริงคือฟังโดยไม่ตัดสิน ช่วยโทร 1441 และแจ้งความด้วยกัน และบอกเขาไว้ล่วงหน้าว่าจะมีคนทักมาเสนอตามเงินคืน ซึ่งไม่ควรจ่ายเงินให้ใครเลย
เชื่อตัวเลขนี้ได้แค่ไหน
ReadEval ให้คะแนนผลสำรวจนี้ตามเกณฑ์ความน่าเชื่อถือ 6 ข้อที่ใช้กับผลวัดทุกชนิด
| เกณฑ์ | ผ่านไหม | เหตุผล |
|---|---|---|
| ทำซ้ำได้ | ไม่ผ่าน | ไม่เปิดข้อมูลดิบ ภาคผนวกแสดงเพียงผลรวมของผู้ตอบแต่ละกลุ่ม ไม่แยกเหยื่อสแกมกับเหยื่อขโมยตัวตน |
| บอกวิธีวัดครบ | ผ่าน | บอกช่วงเวลาเก็บข้อมูล จำนวนผู้ตอบแต่ละกลุ่ม วิธีหาผู้ตอบ และถ้อยคำคำถามส่วนใหญ่ในภาคผนวก แต่ไม่บอกว่าตัวเลข 78.9% คิดจากผู้ตอบกี่คน |
| บอกความคลาดเคลื่อน | ไม่ผ่าน | ไม่มีค่าความคลาดเคลื่อน (margin of error) และรายงานไม่ได้พูดถึงการถ่วงน้ำหนัก |
| เทียบอย่างเป็นธรรม | ไม่ผ่าน | สองกลุ่มที่นำมาเทียบหาผู้ตอบคนละวิธี กลุ่มหนึ่งคือคนที่มาขอความช่วยเหลือเอง อีกกลุ่มคือผู้ตอบแบบสำรวจออนไลน์ที่ SurveyMonkey หามาให้ |
| เป็นอิสระ | ไม่ผ่าน | ITRC เปรียบเทียบผลงานของตัวเองแล้วสรุปว่าคนที่มาหา ITRC มีผลดีกว่า รายงานใช้เพื่อชวนบริจาคด้วย และได้รับการสนับสนุนจาก Experian ไม่มีผู้ตรวจอิสระ |
| ยอมรับข้อจำกัด | ไม่ผ่าน | บอกเพียงว่าตัวเลขในเนื้อหากับภาคผนวกต่างกันเล็กน้อย และเปิดเผยว่าใช้ Gemini ช่วยเปรียบเทียบคำตอบ แต่ไม่มีส่วนที่บอกว่าผลนี้ใช้กับใครได้หรือไม่ได้ |
ได้ 1 จาก 6 คะแนน จึงอยู่ในระดับ 🔴 คำกล่าวอ้าง ReadEval จึงเขียนตัวเลขในข่าวนี้ว่าเป็นสิ่งที่ "ผู้ตอบบอก" ตามที่ ITRC รายงาน
ตัวเลขบางข้อขัดกันเองหรือสูงผิดปกติ
- จ่ายนักตามเงินคืนเยอะ แต่ปัญหาเกือบทั้งหมด "จบแล้ว": เหยื่อสแกมในกลุ่มคนทั่วไป 78.9% บอกว่าจ่ายเงินให้นักตามเงินคืน และ 87.9% บอกว่าขอความช่วยเหลือแล้วไม่มีใครตอบ แต่ในตารางเดียวกัน มีเพียง 2.8% ที่บอกว่าปัญหายังไม่จบ และ 11.8% ที่ใช้เวลาแก้ปัญหาเกิน 40 ชั่วโมง
- ตัวเลขด้านสุขภาพจิตสูงผิดปกติ: เหยื่อสแกมในกลุ่มคนทั่วไป 80.5% บอกว่าเคยคิดฆ่าตัวตาย สูงกว่าเหยื่อขโมยตัวตนในกลุ่มเดียวกัน (24.5%) กว่า 3 เท่า และสูงกว่าเหยื่อสแกมที่มาหา ITRC (15.1%) กว่า 5 เท่า
- ผู้ตอบทั่วไปบอกว่าเจอเหตุสูงมาก: ในภาคผนวก ผู้ตอบทั่วไปเพียง 34% บอกว่าในรอบ 12 เดือนไม่เคยเจอเหตุการณ์ใดในรายการ เช่น ซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้ของ ให้คนอื่นควบคุมเครื่องจากระยะไกล หรือซื้อบัตรของขวัญแล้วส่งรหัสให้คนอื่น
ITRC อธิบายความต่างนี้ว่าคนที่ได้รับความช่วยเหลือจาก ITRC มีผลดีกว่าคนที่สู้ลำพัง ReadEval มองว่าเป็นไปได้ แต่ยังมีอีกคำอธิบายที่รายงานไม่ได้พูดถึง Pew Research Center เคยทดลองเมื่อปี 2022 แล้วพบว่าในแบบสำรวจออนไลน์แบบสมัครใจ ผู้ตอบอายุต่ำกว่า 30 ปีถึง 12% อ้างว่ามีใบอนุญาตขับเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ซึ่งในความจริงแทบเป็นศูนย์ Pew อธิบายว่าเป็นเพราะมีผู้ตอบบางส่วนที่ตอบแบบไม่ตั้งใจเพื่อรับรางวัล และคนกลุ่มนี้ทำให้ตัวเลขของพฤติกรรมที่พบได้ยากดูสูงเกินจริง ReadEval ไม่รู้ว่าแบบสำรวจของ ITRC เจอปัญหานี้หรือไม่ เพราะรายงานไม่ได้บอกว่าคัดกรองคำตอบอย่างไร แต่ตัวเลขที่ขัดกันข้างต้นเป็นเหตุผลที่ไม่ควรนำ "เกือบ 4 ใน 5" ไปใช้เป็นตัวเลขของเหยื่อทั้งประเทศ
แล้วอะไรที่เชื่อได้
สิ่งที่ไม่ต้องพึ่งตัวเลขของแบบสำรวจนี้คือรูปแบบกลโกง FTC, FBI และตำรวจไซเบอร์ไทยเตือนตรงกันว่ามีคนตามล่าผู้เสียหายเดิมด้วยข้อเสนอตามเงินคืน และหน่วยงานจริงไม่เก็บเงินค่าบริการนี้ ข้อสรุปที่ว่า "อย่าจ่ายเงินล่วงหน้าให้ใครเพื่อตามเงินคืน" จึงยืนได้เอง ไม่ว่าตัวเลขจริงจะสูงเท่าที่ ITRC รายงานหรือไม่
แหล่งข่าวต่างกันตรงไหน
- "ถูกเล็งเป้า" หรือ "จ่ายเงินแล้ว": ข่าวประชาสัมพันธ์และบทสรุปของ ITRC เขียนว่า 78.9% "ตกเป็นเป้าของนักตามเงินคืน" ซึ่งอ่านได้ว่าแค่ถูกติดต่อ แต่ตารางเทียบในรายงานและเนื้อหาส่วนที่อธิบายเขียนว่า "จ่ายเงินให้" Help Net Security ก็เขียนว่าจ่ายค่าธรรมเนียม ReadEval ใช้ความหมาย "จ่ายเงิน" ตามตารางในรายงานซึ่งเป็นต้นทาง
- ขนาดกลุ่มตัวอย่าง: รายงานบอกว่าเหยื่อสแกมในกลุ่มคนทั่วไปมี 578 คน แต่ตัวเลขข้ออื่นที่บอกจำนวนไว้คิดจากผู้ตอบราว 310–410 คน เช่น ข้อการล้มละลายคิดจาก 318 คน ส่วนตัวเลข 78.9% ไม่ได้บอกจำนวนผู้ตอบ ReadEval จึงบอกไม่ได้ว่าคิดจากกี่คน
- ประเด็นที่สื่อเลือกเล่า: Help Net Security เน้นเรื่องความอาย การนอนไม่หลับ และนักตามเงินคืน โดยไม่พูดถึงตัวเลขด้านการคิดฆ่าตัวตาย ส่วนข่าวประชาสัมพันธ์ Digital Transactions และ eDiscovery Today ใส่ตัวเลขนี้ไว้ต้น ๆ ทุกแหล่งใช้ตัวเลขจากรายงานฉบับเดียวกัน ไม่มีแหล่งใดตรวจซ้ำ
ในไทยเป็นแบบนี้ไหม
แบบสำรวจของ ITRC ถามเฉพาะคนในสหรัฐฯ ReadEval ยืนยันไม่ได้ว่าในไทยมีเหยื่อที่จ่ายเงินให้นักตามเงินคืนมากน้อยเพียงใด เพราะไม่พบตัวเลขสำรวจของไทยที่ถามเรื่องนี้โดยตรง สิ่งที่ยืนยันได้คือรูปแบบกลโกงเดียวกันมีในไทย ตามคำเตือนของตำรวจไซเบอร์ที่ Thai PBS รายงาน ทั้งเพจรับแจ้งความปลอมที่ซื้อโฆษณาบน Facebook และบัญชี LINE ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่
ReadEval เคยเล่าเรื่องใกล้เคียงไว้ในข่าวมิจฉาชีพปลอมเป็น Jon Bon Jovi หลอกแฟนเพลง ซึ่งพูดถึงขั้นตอนหลังโดนสแกมหลอกให้รัก และข่าวรัฐโรดไอแลนด์ฟ้อง Meta เรื่องโฆษณาหลอกลวง ซึ่งเป็นช่องทางเดียวกับที่เพจตามเงินคืนปลอมใช้หาเหยื่อ
บทวิเคราะห์จาก ReadEval
Val · โต๊ะความปลอดภัย
ตัวเลข "เกือบ 4 ใน 5" ยังเชื่อเต็มที่ไม่ได้ แต่คำเตือนที่ตามมานั้นถูกต้องและควรบอกต่อ
รายงานของ ITRC ชี้ประเด็นที่สำคัญจริง คือความเสียหายของสแกมไม่จบที่การโอนเงินครั้งแรก เหยื่อที่อาย ถูกเพิกเฉย และอยากได้เงินคืนเร็ว ๆ คือเป้าหมายที่ดีที่สุดของมิจฉาชีพรอบสอง ข้อนี้ตรงกับคำเตือนของ FBI, FTC และตำรวจไทย แต่ขนาดของปัญหาในรายงานมาจากแบบสำรวจออนไลน์ที่ไม่บอกค่าความคลาดเคลื่อน มีตัวเลขที่ขัดกันเองหลายข้อ และผู้จัดทำเป็นผู้เปรียบเทียบผลงานของตัวเองกับคนที่ไม่ได้มาหา ข้อสรุปว่า "ITRC ช่วยให้คนโดนหลอกซ้ำน้อยลงมาก" จึงยังเป็นข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์แล้ว
สำหรับผู้อ่าน สิ่งที่ควรจำมีข้อเดียวคือ ช่องทางทางการไม่เก็บเงินเพื่อตามเงินคืน และไม่ทักไปหาคุณทางแชต ส่วนสิ่งที่ช่วยคนใกล้ตัวที่เพิ่งโดนหลอกได้มากที่สุดคือฟังโดยไม่ตัดสิน เพราะถ้าเขากล้าเล่าให้คุณฟัง เขาก็มีโอกาสน้อยลงที่จะไปเล่าให้มิจฉาชีพรอบสองฟังแทน
แหล่งที่มา
- ITRC: 2026 Consumer Impact Report (PDF 48 หน้า, ต.ค. 2026)
- ITRC: หน้าเผยแพร่ ITRC 2026 Consumer Impact Report
- PR Newswire: ข่าวประชาสัมพันธ์ ITRC 2026 Consumer Impact Report (28 ต.ค. 2026)
- Help Net Security: Shame and sleepless nights haunt scam victims long after the money is gone (29 ต.ค. 2026)
- Digital Transactions: Identity Theft and Scam Fallout Is More Than Financial, ITRC Finds (28 ต.ค. 2026)
- eDiscovery Today: 2026 Consumer Impact Report From the ITRC (28 ต.ค. 2026)
- FTC: Refund and recovery scams
- FBI IC3: Fictitious Law Firms Targeting Cryptocurrency Scam Victims (I-081325-PSA, 13 ส.ค. 2025)
- FBI IC3: FBI Warns of Scammers Impersonating the IC3 (I-072026-PSA, 20 ก.ค. 2026)
- Pew Research Center: Online opt-in polls can produce misleading results (5 มี.ค. 2024)
- Thai PBS: เตือนภัย เพจรับแจ้งความออนไลน์ = โจร ของแท้ต้อง thaipoliceonline.go.th (30 พ.ค. 2024)
- Thai PBS: เตือนภัยอีกครั้ง! แจ้งความคดีไซเบอร์ผ่านไลน์ = มิจฉาชีพ (23 ก.ค. 2024)
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม: AOC 1441
- ระบบแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (thaipoliceonline.go.th)
- PPTV: 10 กันยายน วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก แนะ สายด่วน 1323 ปรึกษาสุขภาพจิต (10 ก.ย. 2024)