WhatsApp ให้คนที่ไม่มีบัญชีเข้าคอลผ่านลิงก์ในเบราว์เซอร์ แต่เจ้าของสายต้องกดรับทุกคน
WhatsApp เปิดให้คนไม่มีบัญชีเข้าคอลผ่านลิงก์บนเบราว์เซอร์คอมพิวเตอร์ ต้องรอเจ้าของสายกดรับ คอลละ 32 คน เข้ารหัส end-to-end กำลังทยอยเปิด
สารบัญ (11 หัวข้อ)
- สรุปประเด็นสำคัญ
- เจ้าของสายสร้างลิงก์อย่างไร
- แขกที่ไม่มี WhatsApp ต้องทำอะไร
- แขกทำอะไรได้ และทำอะไรไม่ได้
- ถ้าลิงก์หลุดไปถึงคนแปลกหน้า จะเกิดอะไรขึ้น
- เข้ารหัสแบบ end-to-end จริงไหม
- เทียบกับ Google Meet และ LINE ที่คนไทยใช้อยู่
- ทำไมยังไม่เห็นตัวเลือกนี้ และใช้ในไทยได้ไหม
- อีกฟีเจอร์ที่กำลังทดสอบ: ตั้งเวลาส่งข้อความ (ยังเป็นเบตา)
- สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน
- บทวิเคราะห์จาก ReadEval
ลองนึกภาพว่าคุณต้องคุยวิดีโอกับลูกค้าต่างประเทศ หรือญาติที่ไม่เคยลง WhatsApp และไม่อยากสมัครเพิ่มอีกแอป ตอนนี้คุณส่งลิงก์ไปลิงก์เดียวก็พอ อีกฝ่ายเปิดลิงก์ในเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ พิมพ์ชื่อ แล้วรอให้คุณกดรับเข้าสาย Meta ประกาศฟีเจอร์นี้เมื่อ 14 ต.ค. 2026 และเรียกว่าการโทรแบบแขก (guest calling)
ระบบนี้คล้ายแขกที่มาหาคุณที่คอนโด แขกแจ้งชื่อกับนิติบุคคลที่ล็อบบี้ แล้วต้องรอจนเจ้าของห้องอนุญาตจึงขึ้นมาได้ ทุกคนที่ไม่มีบัญชีต้องเข้าห้องรอแบบนี้เสมอ และเจ้าของสายปิดขั้นตอนนี้ไม่ได้ ต่างจากคอนโดจริงตรงที่ไม่มีใครตรวจบัตร ชื่อที่คุณเห็นคือชื่อที่แขกพิมพ์เอง เข้ามาแล้วแขกคุยด้วยเสียงหรือวิดีโอ แชร์หน้าจอ และกดอีโมจิได้ แต่จะไม่เห็นเบอร์โทรของคนอื่นในสาย ส่งข้อความไม่ได้ และชวนคนอื่นเพิ่มเองไม่ได้
Meta บอกว่าการโทรแบบนี้ฟรี ไม่จำกัดเวลา และเข้ารหัสแบบ end-to-end เหมือนการโทรปกติของ WhatsApp คอลหนึ่งมีคนได้ถึง 32 คน ส่วนลิงก์ที่ไม่มีใครใช้นาน 30 วันจะหมดอายุเอง จึงไม่ค้างอยู่ตลอดไป ถ้าเทียบกับ Google Meet ที่คนไทยใช้ส่งลิงก์ประชุมกันบ่อย บัญชีฟรีของ Meet ตัดการประชุมกลุ่มที่ 1 ชั่วโมง ส่วนลิงก์ห้องประชุมของ LINE ใช้ได้เฉพาะคนที่มีบัญชี LINE
ข้อจำกัดยังมีอยู่ แขกต้องใช้เบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ เพราะหน้าช่วยเหลือของ WhatsApp ระบุเบราว์เซอร์ที่รองรับไว้เฉพาะบนเดสก์ท็อป ฟีเจอร์นี้ยังทยอยเปิดให้ผู้ใช้ทีละกลุ่ม และ Meta ไม่ได้บอกว่าเปิดในประเทศใดบ้าง ReadEval จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าทุกบัญชีในไทยใช้ได้แล้ว แต่หน้าช่วยเหลือภาษาไทยของ WhatsApp อธิบายวิธีให้คนนอกเข้าร่วมไว้แล้ว
ถ้าอยากลองใช้ ให้อัปเดต WhatsApp เป็นเวอร์ชันล่าสุด แล้วเปิดแท็บการโทรและแตะปุ่ม + เพื่อสร้างลิงก์ ส่งลิงก์ให้เฉพาะคนที่ตั้งใจชวน และดูชื่อในห้องรอให้แน่ใจก่อนกดรับ ด้านล่างมีขั้นตอนของทั้งฝั่งเจ้าของสายและฝั่งแขก ตารางเทียบกับ Google Meet และ LINE รวมถึงข้อมูลที่แหล่งข่าวยังรายงานไม่ตรงกัน
สรุปประเด็นสำคัญ
- เกิดอะไรขึ้น: WhatsApp เปิดให้คนที่ไม่มีบัญชีเข้าร่วมคอลเสียงหรือวิดีโอผ่านลิงก์ โดยเปิดในเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ (Meta และ WhatsApp Blog, 14 ต.ค. 2026)
- ใครสร้างลิงก์ได้: เฉพาะคนที่มีบัญชี WhatsApp แขกรับคำเชิญได้อย่างเดียว เริ่มคอลเองไม่ได้
- ความปลอดภัย: แขกทุกคนต้องผ่านห้องรอและได้รับอนุมัติจากผู้สร้างลิงก์ เจ้าของสายลบแขกออกได้ทุกเมื่อ แต่บล็อกแขกไม่ได้ Meta ระบุว่าคอลเข้ารหัสแบบ end-to-end
- ข้อจำกัด: ใช้ได้บนเบราว์เซอร์คอมพิวเตอร์ (Chrome, Safari, Firefox หรือ Edge) ทยอยเปิดใช้งาน ไม่ระบุประเทศ และยังไม่ยืนยันสำหรับไทย
เจ้าของสายสร้างลิงก์อย่างไร

ขั้นตอนด้านล่างมาจากหน้าช่วยเหลือ "วิธีสร้างและแชร์ลิงก์การโทร WhatsApp" ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชื่อเมนูภาษาไทยในแอปจริงอาจต่างจากนี้เล็กน้อย
บน Android และ iPhone
- อัปเดต WhatsApp เป็นเวอร์ชันล่าสุด
- แตะแท็บ การโทร (Calls)
- แตะปุ่ม +
- แตะ สร้างลิงก์การโทรใหม่ (Android: Create new call link, iPhone: New call link)
- เลือกประเภทการโทร วิดีโอ หรือ เสียง
- ถ้าต้องการให้ทุกคน รวมถึงผู้ใช้ WhatsApp ต้องรอในห้องรอด้วย ให้เปิด ต้องได้รับการอนุมัติเพื่อเข้าร่วม (Require approval to join) ส่วนแขกที่ไม่มีบัญชีต้องรออนุมัติเสมอไม่ว่าจะเปิดหรือไม่
- แตะ คัดลอกลิงก์ แล้วไปวางในอีเมล LINE หรือแอปอื่น หรือแตะ ส่งลิงก์ผ่าน WhatsApp หรือ แชร์ลิงก์
บน iPhone หน้าช่วยเหลือระบุว่ามีปุ่ม Add to calendar ให้ตั้งวันและเวลาของคอลไว้ล่วงหน้าด้วย
บน WhatsApp Web และแอปคอมพิวเตอร์
- คลิกแท็บ การโทร (Calls)
- คลิก New call link
- เลือก Video หรือ Voice แล้วเลือกเปิดหรือปิด Require approval to join
- คลิกไอคอนคัดลอก หรือ Send link via WhatsApp
ตอนที่แขกรอเข้าสาย
- คุณจะเห็นข้อความว่า "{ชื่อ} has requested to join" แตะ X เพื่อปฏิเสธ แตะเครื่องหมายถูกเพื่อรับ หรือแตะ Approve all เพื่อรับทุกคน
- เฉพาะผู้สร้างลิงก์เท่านั้นที่เห็นว่าใครอยู่ในห้องรอและได้รับแจ้งเตือน ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนสร้างลิงก์ คุณจะกดรับแขกไม่ได้
- ห้องรอรองรับได้สูงสุด 128 คน และเมื่อคอลจบ ทุกคนที่ยังรออยู่จะถูกนำออก
- ถ้าแขกยังรออยู่แต่ผู้ใช้ WhatsApp ทุกคนออกจากสายไปแล้ว คอลจะจบสำหรับทุกคน
ถ้าต้องการเอาแขกออก แตะชื่อแขกค้างไว้ระหว่างคอล แล้วเลือก Remove แขกจะเห็นข้อความว่าถูกนำออกจากสาย หน้าช่วยเหลือระบุว่าลบแขกออกได้ แต่บล็อกแขกไม่ได้ เพราะแขกไม่มีบัญชีให้บล็อก
แขกที่ไม่มี WhatsApp ต้องทำอะไร
- เปิดลิงก์ในเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ หน้าช่วยเหลือ "How to fix issues with WhatsApp call links" ระบุเบราว์เซอร์ที่รองรับคือ Chrome, Safari, Firefox หรือ Edge บนเดสก์ท็อป
- พิมพ์ชื่อที่ต้องการให้คนในสายเห็น ชื่อนี้จะขึ้นเป็น "ชื่อ (Guest)"
- รอในห้องรอจนเจ้าของลิงก์กดรับ ระบบแจ้งผู้สร้างลิงก์ให้เอง
- ถ้าคอลจบไปตอนที่ยังรออยู่ ให้เปิดลิงก์เดิมอีกครั้งหรือขอลิงก์ใหม่ ถ้าถูกปฏิเสธจะมีข้อความแจ้ง และกลับเข้าห้องรอได้ถ้าคิดว่าเป็นความผิดพลาด
- ถ้าภาพหรือเสียงสะดุด WhatsApp แนะนำให้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เสถียรและลองรีเฟรชหน้าเว็บ
แขกไม่ต้องติดตั้งแอปหรือสมัครบัญชี แต่ถ้าแขกมีแค่มือถือ ตอนนี้ยังเข้าร่วมแบบแขกไม่ได้ ทางเลือกคือให้เขาลง WhatsApp หรือใช้บริการอื่นแทน
แขกทำอะไรได้ และทำอะไรไม่ได้
| แขก (ไม่มีบัญชี) | ผู้ใช้ WhatsApp ทั่วไปในสายเดียวกัน | |
|---|---|---|
| คุยด้วยเสียงและวิดีโอ | ได้ | ได้ |
| แชร์หน้าจอ | ได้ | ได้ |
| อีโมจิ (ยกนิ้ว หัวใจ) และยกมือ | ได้ | ได้ |
| เห็นเบอร์โทรของคนอื่นในสาย | ไม่ได้ | ตามการใช้งานปกติของ WhatsApp |
| ส่งข้อความระหว่างคอล | ไม่ได้ | ได้ |
| เพิ่มหรือลบคนอื่น | ไม่ได้ | ผู้สร้างลิงก์ลบคนออกได้ |
| เริ่มคอลหรือสร้างลิงก์ใหม่ | ไม่ได้ | ได้ |
| ถูกบล็อกได้ไหม | ไม่ได้ (ลบออกได้อย่างเดียว) | ได้ (Remove & block) |
ข้อมูลจากประกาศของ Meta และหน้าช่วยเหลือของ WhatsApp
ถ้าลิงก์หลุดไปถึงคนแปลกหน้า จะเกิดอะไรขึ้น
หน้าช่วยเหลือของ WhatsApp เขียนไว้ตรง ๆ ว่า "ทุกคนที่มีลิงก์การโทรสามารถเข้าร่วมการโทรได้ โปรดแชร์กับคนที่คุณไว้ใจเท่านั้น" ข้อนี้หมายถึงผู้ใช้ WhatsApp ที่ได้ลิงก์ไป ถ้าคุณไม่ได้เปิดห้องรอ เขาเข้าสายได้ทันที ส่วนแขกที่ไม่มีบัญชีติดด่านห้องรอเสมอ สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงมีดังนี้
- ลิงก์เดาไม่ได้: WhatsApp ระบุว่าลิงก์ที่สร้างแต่ละครั้งมี URL ไม่ซ้ำกัน จึงไม่มีใครเดาลิงก์ของคุณได้ ความเสี่ยงจริงจึงอยู่ที่ลิงก์ถูกส่งต่อ ไม่ใช่ถูกสุ่มเจอ
- แขกเข้าเองไม่ได้: แขกทุกคนต้องได้รับอนุมัติจากผู้สร้างลิงก์ รวมถึงคนที่ได้ลิงก์ต่อมาจากคนอื่น
- ชื่อไม่ใช่ตัวตน: ReadEval ประเมินว่าจุดที่ต้องระวังที่สุดคือชื่อในห้องรอ เพราะแขกพิมพ์ชื่ออะไรก็ได้ ถ้าเห็นชื่อซ้ำหรือชื่อที่ไม่คุ้น ให้ทักถามในช่องทางอื่นก่อนกดรับ CyberInsider ก็แนะนำให้เจ้าของสายตรวจชื่อในห้องรอก่อนรับเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อส่งลิงก์ให้กลุ่มใหญ่
- ลิงก์หมดอายุเอง: ลิงก์ที่ไม่มีใครใช้ 30 วันจะใช้ไม่ได้ และ WhatsApp ยกเลิกลิงก์ได้เองด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย แต่ลิงก์ที่ยังถูกใช้อยู่เรื่อย ๆ ก็ยังใช้ได้ต่อ หน้าช่วยเหลือไม่ได้อธิบายวิธียกเลิกลิงก์ด้วยตัวเอง ReadEval จึงแนะนำให้สร้างลิงก์ใหม่ถ้าคิดว่าลิงก์เดิมหลุดไปแล้ว
- คนที่ถูกบล็อกใช้ลิงก์ไม่ได้: กฎนี้ใช้กับผู้ใช้ WhatsApp ที่คุณบล็อกไว้ ส่วนแขกบล็อกไม่ได้ แต่ยังต้องรอคุณอนุมัติทุกครั้ง
เข้ารหัสแบบ end-to-end จริงไหม
ประกาศของ Meta ใช้คำว่า "free, end-to-end encrypted calls for everyone with no time limits" และหน้าช่วยเหลือระบุว่าการโทรส่วนตัวผ่านลิงก์การโทรเข้ารหัสแบบ end-to-end การเข้ารหัสแบบนี้หมายความว่าเนื้อหาของคอลถอดได้เฉพาะเครื่องของคนที่อยู่ในสาย บริษัทผู้ให้บริการเองก็ฟังไม่ได้ WhatsApp เคยประกาศว่าการโทรผ่านเบราว์เซอร์ (WhatsApp Web) เข้ารหัสแบบ end-to-end ตั้งแต่เปิดฟีเจอร์นี้เมื่อ 28 ก.ค. 2026
คำถามที่ตามมาคือแขกไม่มีบัญชี แล้วกุญแจเข้ารหัสมาจากไหน WABetaInfo รายงานว่าตัวเว็บสร้างรหัสประจำตัวเฉพาะขึ้นมาใช้เข้ารหัสคอลนั้น แต่ Meta ยังไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดทางเทคนิคเรื่องนี้ ReadEval จึงยังตรวจสอบเองไม่ได้ว่ากุญแจของแขกสร้างและยืนยันกันอย่างไร
สิ่งที่ควรเข้าใจคือการเข้ารหัสกันคนนอกสายไม่ให้ฟังได้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าแขกเป็นใคร ด่านที่คัดคนจริง ๆ คือห้องรอและการตัดสินใจกดรับของคุณ
เทียบกับ Google Meet และ LINE ที่คนไทยใช้อยู่
| WhatsApp (แขก) | Google Meet (บัญชีส่วนตัวแบบฟรี) | LINE meetings | |
|---|---|---|---|
| คนที่ไม่มีบัญชีเข้าได้ไหม | ได้ | ได้ | ไม่ได้ ใช้ได้เฉพาะผู้ใช้ LINE (ไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน) |
| แขกเข้าจากอะไร | เบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น | เบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ หรือแอป Meet บนมือถือ | แอป LINE เวอร์ชันล่าสุด |
| ต้องมีคนอนุมัติไหม | ต้องเสมอ เฉพาะผู้สร้างลิงก์อนุมัติได้ | ต้อง ผู้จัดหรือผู้ร่วมประชุมกดรับ | หน้าช่วยเหลือไม่ได้พูดถึงห้องรอ |
| จำนวนคน | คอลละสูงสุด 32 คน | สูงสุด 100 คน | หน้าช่วยเหลือไม่ได้ระบุ |
| จำกัดเวลา | Meta บอกว่าไม่จำกัด (ดูข้อสังเกตด้านล่าง) | ตัวต่อตัว 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป 1 ชั่วโมง | หน้าช่วยเหลือไม่ได้ระบุ |
| การเข้ารหัส | end-to-end ตามที่ Meta ระบุ | เข้ารหัสระหว่างเครื่องผู้ใช้กับเซิร์ฟเวอร์ Google | หน้าช่วยเหลือเรื่อง meetings ไม่ได้ระบุ |
| เอาคนก่อกวนออก | ลบออกได้ บล็อกแขกไม่ได้ | ผู้จัดปิดแชต แชร์จอ กล้อง และไมค์ของผู้ร่วมได้ | ลบออกได้ ถ้าเข้ามาซ้ำ LINE แนะนำให้รายงาน หรือลบห้องแล้วสร้างใหม่ |
ข้อมูลของ Google Meet มาจากหน้าช่วยเหลือ "Join a meeting" "Learn about features in Google Meet" และหน้าความปลอดภัยของ Meet ส่วน LINE มาจากหน้า "About LINE meetings" ในศูนย์ช่วยเหลือของ LINE ทั้งหมดตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2026
สรุปแบบใช้งานจริง ถ้าอีกฝ่ายใช้ LINE อยู่แล้ว ลิงก์ LINE ก็ยังสะดวกที่สุด ถ้าอีกฝ่ายไม่มีทั้ง LINE และ WhatsApp แต่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ลิงก์แขกของ WhatsApp ใช้แทน Google Meet ได้ และ Meta บอกว่าไม่จำกัดเวลา (ดูข้อสังเกตเรื่อง 60 นาทีด้านล่าง) แต่ถ้าอีกฝ่ายมีแค่มือถือ Google Meet ยังเป็นทางเลือกที่ทำได้ เพราะแขกของ WhatsApp ยังเข้าจากมือถือไม่ได้
ทำไมยังไม่เห็นตัวเลือกนี้ และใช้ในไทยได้ไหม
- ทยอยเปิด: WABetaInfo รายงานว่า WhatsApp ทยอยเปิดฟีเจอร์นี้บนแอป Android และ iOS เวอร์ชันล่าสุด ใครที่ยังไม่เห็นน่าจะได้รับ "ในอีกไม่กี่สัปดาห์" ประกาศของ Meta เองไม่ได้ให้วันที่ครบทุกคน
- ไม่ระบุประเทศ: ประกาศของ Meta และ WhatsApp Blog ไม่ได้ระบุประเทศที่เปิดใช้งาน ReadEval จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าทุกบัญชีในไทยใช้ได้แล้ว
- สัญญาณจากหน้าช่วยเหลือภาษาไทย: หน้า "วิธีสร้างและแชร์ลิงก์การโทร WhatsApp" ฉบับภาษาไทยอธิบายว่า "ผู้ที่ไม่มีบัญชี WhatsApp สามารถเข้าร่วมลิงก์การโทร... จากเว็บเบราว์เซอร์ (เดสก์ท็อป)" แต่การมีคำแปลไม่ได้ยืนยันว่าบัญชีของคุณได้รับฟีเจอร์แล้ว วิธีเช็กที่แน่นอนที่สุดคืออัปเดตแอป แล้วลองสร้างลิงก์และเปิดในเบราว์เซอร์ของคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ล็อกอิน WhatsApp
- ปฏิทิน Google และ Outlook: Meta บอกว่าจะเปิดให้สร้างคอล WhatsApp จากปฏิทิน Google หรือ Outlook ได้ "ภายในปีนี้" โดยต้องติดตั้งปลั๊กอินของ WhatsApp และเชื่อมบัญชี ผู้รับเชิญเข้าร่วมได้แม้ไม่มี WhatsApp
อีกฟีเจอร์ที่กำลังทดสอบ: ตั้งเวลาส่งข้อความ (ยังเป็นเบตา)
ข่าวช่วงเดียวกันที่หลายคนรอคือการตั้งเวลาส่งข้อความ ฟีเจอร์นี้ยังไม่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไป ตอนนี้อยู่ในเวอร์ชันเบตาสำหรับผู้ทดสอบบางส่วนบน Android และ WhatsApp ยังไม่ได้ประกาศเอง ข้อมูลทั้งหมดมาจาก WABetaInfo ที่ส่องแอปเบตา และ Engadget ที่รายงานต่อ
- วิธีใช้ในเบตา: พิมพ์ข้อความ แล้วกดปุ่มส่งค้างไว้ จากนั้นเลือกเวลาส่ง ข้อความที่ตั้งไว้ดูและลบได้ในหน้าข้อมูลแชต
- ขอบเขต: ตั้งได้เร็วสุด 10 นาทีข้างหน้า และไกลสุด 2 สัปดาห์ ส่งได้ทั้งข้อความ ลิงก์ รูป และวิดีโอ (ครั้งละหนึ่งไฟล์) ใช้ในแชตกลุ่มได้
- ส่งแม้เครื่องออฟไลน์: WABetaInfo รายงานว่าข้อความจะถูกส่งตามเวลาแม้เครื่องผู้ส่งไม่ได้ต่ออินเทอร์เน็ต และยังเข้ารหัสแบบ end-to-end
- ยังไม่มีกำหนดเปิดจริง: WABetaInfo บอกเพียงว่าจะทยอยเปิดให้ผู้ทดสอบมากขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ ยังไม่มีวันเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไป
สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน
- ไม่จำกัดเวลา หรือ 60 นาที: Meta และ WhatsApp Blog บอกว่าไม่จำกัดเวลา แต่หน้าช่วยเหลือเรื่องลิงก์การโทรเขียนว่าคอลจะดำเนินต่อ "จนกว่าทุกคนรวมถึงแขกจะออกจากสาย หรือจนกว่าจะครบ 60 นาที" ขณะที่หน้าช่วยเหลือเรื่องวิดีโอคอลกลุ่มไม่มีคำว่า 60 นาที ReadEval ยังยืนยันไม่ได้ว่า 60 นาทีนี้หมายถึงเวลาคุยสูงสุด หรือเงื่อนไขเฉพาะบางกรณี จึงยึดประกาศของ Meta และแนะนำให้คุณเผื่อเวลาไว้หากคุยนานเกินชั่วโมง
- 32 หรือ 256 คน: Meta บอกว่าแขกเข้าคอลได้ "ถึง 32 คน" ส่วนหน้าแก้ปัญหาลิงก์การโทรระบุว่าลิงก์หนึ่งรับคนได้สูงสุด 256 คน และหน้าวิดีโอคอลกลุ่มบอกว่ามีคนใช้งานวิดีโอได้ครั้งละ 32 คน ReadEval ใช้ตัวเลข 32 คนตามประกาศเรื่องแขกโดยตรง
- ทั่วโลก หรือไม่ระบุประเทศ: Borncity เขียนว่าเปิด "ทั่วโลก" แต่บทความนั้นระบุเองว่าเขียนด้วย AI แล้วบรรณาธิการตรวจ และอ้างสื่ออื่นต่อ ขณะที่ Meta ไม่ได้ระบุประเทศ ReadEval ยึดตาม Meta
- มือถือเข้าเป็นแขกได้ไหม: WABetaInfo เขียนแค่ว่าแขกเข้าจาก "เบราว์เซอร์" แต่ Meta หน้าช่วยเหลือ และ MacRumors ระบุเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ ReadEval ยึดหน้าช่วยเหลือที่ระบุว่าเป็นเดสก์ท็อป
- เวอร์ชันเบตาของการตั้งเวลาส่ง: Engadget อ้างเวอร์ชัน 2.26.8.11 แต่ WABetaInfo ระบุว่าเวอร์ชันนั้นเป็นช่วงที่ฟีเจอร์ยังพัฒนาอยู่ และเริ่มเปิดให้ผู้ทดสอบในเวอร์ชัน 2.26.40.7 ReadEval ยึดตาม WABetaInfo ซึ่งเป็นต้นทางของข่าว
บทวิเคราะห์จาก ReadEval
Ade · โต๊ะแอปและแพลตฟอร์ม
ลิงก์แขกของ WhatsApp เป็นทางเลือกที่ดีเมื่ออีกฝ่ายนั่งหน้าคอมพิวเตอร์และไม่อยากลงแอป แต่ด่านความปลอดภัยจริงคือคุณที่เป็นคนกดรับในห้องรอ ฟีเจอร์นี้ทำให้ WhatsApp เข้าไปใกล้พื้นที่ของ Google Meet มากขึ้น จุดเด่นคือแขกไม่ต้องมีบัญชี แขกไม่เห็นเบอร์โทรของคนในสาย และ Meta ยืนยันว่าเข้ารหัสแบบ end-to-end ซึ่งเหมาะกับการคุยงานกับลูกค้าหรือคนที่ยังไม่อยากให้เบอร์ ข้อจำกัดที่ชัดที่สุดสำหรับคนไทยคือแขกต้องใช้คอมพิวเตอร์ ขณะที่คนจำนวนมากใช้แต่มือถือ และคนไทยส่วนใหญ่มี LINE อยู่แล้ว ลิงก์แขกจึงน่าจะเป็นเครื่องมือเสริมสำหรับคุยกับคนนอกวง มากกว่าจะมาแทนช่องทางที่ใช้อยู่ ก่อนใช้กับงานจริง ควรลองสร้างลิงก์แล้วเปิดดูเองสักครั้ง เพราะฟีเจอร์ยังทยอยเปิด และเงื่อนไขเรื่องเวลาในหน้าช่วยเหลือยังไม่ตรงกับประกาศ
แหล่งที่มา
- Meta Newsroom: Now You Can Invite Anyone to a WhatsApp Call (14 ต.ค. 2026)
- WhatsApp Blog: Now You Can Invite Anyone to a WhatsApp Call (14 ต.ค. 2026)
- WhatsApp Help Center: How to create and share WhatsApp call links (ฉบับอังกฤษและไทย ตรวจ 26 ต.ค. 2026)
- WhatsApp Help Center: How to fix issues with WhatsApp call links
- WhatsApp Help Center: How to make a group video call
- WhatsApp Blog: Introducing Web Calling on WhatsApp (28 ก.ค. 2026)
- Engadget: WhatsApp adds a guest option for joining calls without an account (Anna Washenko)
- MacRumors: WhatsApp Now Lets Anyone Join Calls, No Account Needed (Juli Clover)
- WABetaInfo: WhatsApp launches guest calls for people without an account
- CyberInsider: WhatsApp guest calling (Amar Ćemanović, 15 ต.ค. 2026)
- Borncity: WhatsApp Guest Calling (15 ต.ค. 2026, เขียนด้วย AI แล้วบรรณาธิการตรวจ)
- Engadget: WhatsApp users may soon be able to schedule messages (Steve Dent, 12 ต.ค. 2026)
- WABetaInfo: WhatsApp is rolling out scheduled messages on Android beta (2.26.40.7)
- Google Meet Help: Join a meeting (Join without a Google Account)
- Google Meet Help: Learn about features in Google Meet (จำนวนคนและเวลา)
- Google Meet Help: Google Meet security & privacy for users (การเข้ารหัส)
- LINE Help Center: About LINE meetings