อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
apps

Windows 11 เปลี่ยนปุ่ม Copilot เป็น Ctrl ได้ แต่บางเครื่องเปิด Smart App Control คืนไม่ได้

อัปเดต Windows 11 เดือนตุลาคมให้เปลี่ยนปุ่ม Copilot เป็น Right Ctrl และเปิดแอปเต็มจอได้ ถอด PC-to-PC Migration แต่บางเครื่องเปิด Smart App Control คืนไม่ได้

การ์ด: Windows 11 · KB5127648
สารบัญ (11 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. อัปเดตนี้คืออะไร ทำไมบางเครื่องยังไม่เห็นฟีเจอร์ใหม่
  3. วิธีเปลี่ยนปุ่ม Copilot ให้เป็น Right Ctrl หรือปุ่มเมนู
  4. ตั้งให้แอปเปิดขยายเต็มจอทุกครั้งได้ที่ไหน
  5. อัปเดตนี้มีอะไรใหม่อีกบ้าง
  6. PC-to-PC Migration หายไปไหน แล้วย้ายเครื่องใหม่ต้องทำอย่างไร
  7. บั๊ก Smart App Control: ใครโดน และแก้แล้วหรือยัง
  8. ถ้าอยากเปิด Smart App Control คืนตอนนี้
  9. ใช้ในไทยได้ไหม
  10. แหล่งข่าวต่างกันตรงไหน
  11. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ถ้าโน้ตบุ๊กของคุณเป็นรุ่นที่ออกตั้งแต่ปี 2024 ลองมองฝั่งขวาของแป้นเว้นวรรค หลายเครื่องมีปุ่มรูปโลโก้ Copilot วางอยู่ตรงที่เคยเป็นปุ่ม Ctrl ขวาหรือปุ่มเปิดเมนูคลิกขวา กดทีไรก็เปิดผู้ช่วย AI ของ Microsoft ขึ้นมา คนที่ไม่ได้ใช้ AI ตัวนี้จึงเหมือนเสียปุ่มไปหนึ่งปุ่มฟรี ๆ ข่าวดีคืออัปเดต Windows 11 รอบล่าสุดเริ่มให้เปลี่ยนปุ่มนี้กลับเป็นปุ่มเดิมได้แล้ว

Microsoft เคยยอมรับเองว่าปุ่มนี้ทำให้งานของบางคนสะดุด โดยเฉพาะคนที่ใช้ปุ่ม Ctrl ขวาในคีย์ลัด หรือใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอสำหรับผู้พิการทางสายตา อัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนตุลาคมจึงพาฟีเจอร์ที่ทดลองในอัปเดตตัวอย่างเดือนกันยายนมาถึงผู้ใช้ทั่วไป นอกจากเปลี่ยนปุ่ม Copilot แล้ว ยังมีตัวเลือกให้ทุกแอปเปิดขึ้นมาแบบขยายเต็มจอทันที ซึ่ง Microsoft จัดไว้ในหมวดการช่วยการเข้าถึง ส่วนเครื่องมือย้ายไฟล์จากคอมเครื่องเก่าไปเครื่องใหม่ผ่านเครือข่ายในบ้านโดยตรงถูกถอดออก Microsoft ให้ไปใช้ Windows Backup ที่เก็บไฟล์ผ่าน OneDrive แทน ซึ่งบัญชีฟรีได้พื้นที่แค่ 5GB คนที่มีไฟล์เยอะจึงอาจต้องซื้อพื้นที่เพิ่มหรือหาวิธีอื่น

ปัญหาคืออัปเดตเดียวกันนี้มีบั๊กกับ Smart App Control ฟีเจอร์ที่คอยกันแอปที่ไม่น่าไว้ใจไม่ให้เปิด นึกถึง รปภ. หน้าตึกที่ตรวจทุกคนที่ไม่มีบัตร ถ้าคุณเคยให้เขากลับบ้านไปก่อน หลังอัปเดตนี้บางเครื่องจะเรียกเขากลับมาไม่ได้ เพราะสวิตช์เปิดกลายเป็นสีเทากดไม่ได้ ภาพนี้ไม่ตรงทั้งหมดตรงที่ยามคนอื่นอย่าง Microsoft Defender ยังเฝ้าอยู่ และเครื่องที่เปิด Smart App Control ไว้อยู่แล้วไม่ได้รับผลกระทบ

Microsoft ยืนยันปัญหานี้และบอกว่ากำลังแก้ แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีแพตช์แก้ มีเพียงวิธีอ้อมด้วยการแก้รีจิสทรี ถ้าเครื่องคุณเปิด Smart App Control อยู่ ช่วงนี้อย่าเพิ่งปิด ส่วนฟีเจอร์ใหม่ Microsoft ทยอยเปิดให้ทีละกลุ่ม ถ้ายังไม่เห็นก็รออีกสักพัก ขั้นตอนเปลี่ยนปุ่ม Copilot วิธีย้ายเครื่องแบบใหม่ และคำสั่งเปิด Smart App Control คืนอยู่ด้านล่าง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • อัปเดตตัวไหน: KB5127648 อัปเดตความปลอดภัยวันที่ 13 ต.ค. 2026 สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2, 25H2 และ 26H2 รวมฟีเจอร์จากอัปเดตตัวอย่าง KB5124010 (22 ก.ย. 2026) ไว้ด้วย ฟีเจอร์เหล่านี้อยู่ในหมวด "ทยอยเปิดให้" (gradual rollout)
  • ปุ่ม Copilot: เปลี่ยนให้ทำงานเป็นปุ่ม Right Ctrl หรือปุ่ม Context Menu ได้ ที่ Settings > Bluetooth & devices > Keyboard
  • เปิดแอปขยายเต็มจอ: ตัวเลือก Open apps maximized ที่ Settings > Accessibility > Visual effects
  • PC-to-PC Migration ถูกถอด: หน้าเอกสารของ Microsoft ระบุว่า "PC-to-PC Migration is no longer available" ให้ใช้ Windows Backup แทน
  • บั๊ก Smart App Control: เครื่องที่เคยปิดฟีเจอร์นี้ไว้อาจเปิดกลับไม่ได้ Microsoft ยังไม่ออกแพตช์แก้ (ตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2026) มีวิธีอ้อมผ่านรีจิสทรีหรือ Group Policy

อัปเดตนี้คืออะไร ทำไมบางเครื่องยังไม่เห็นฟีเจอร์ใหม่

KB5127648 เป็นอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนตุลาคม 2026 ที่ออกวันที่ 13 ต.ค. ติดตั้งแล้ว Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 จะเป็น build 26300.9711 เวอร์ชัน 25H2 เป็น 26200.9711 และเวอร์ชัน 24H2 เป็น 26100.9711 หน้า KB ของ Microsoft ระบุว่าอัปเดตนี้ "รวมการปรับปรุงจากอัปเดตที่ออกก่อนหน้า" คือ KB5124010 วันที่ 22 ก.ย. 2026 ซึ่งเป็นอัปเดตตัวอย่าง (preview) ที่ไม่บังคับติดตั้ง

ฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมดในบทความนี้ Microsoft ประกาศครั้งแรกในหน้า KB5124010 ภายใต้หัวข้อ Gradual rollout แปลว่าติดตั้งอัปเดตแล้วอาจยังไม่เห็นทันที Microsoft จะทยอยเปิดสวิตช์ให้ทีละกลุ่มเครื่อง ตัวหน้า KB5127648 เองไม่ได้ไล่รายการฟีเจอร์เหล่านี้ซ้ำ BleepingComputer เป็นผู้รวบรวมรายการฟีเจอร์ของ KB5127648 โดยอิงจากบันทึกของ Microsoft

เรื่องอื่นของอัปเดตรอบนี้ ReadEval เขียนแยกไว้แล้ว ได้แก่ ช่องโหว่กว่า 1,400 รายการที่แพตช์นี้ปิดและวิธีเช็กว่าติดตั้งแล้ว (ข่าว "แพตช์ Windows เดือนตุลาคมแก้ช่องโหว่กว่า 1,400 รายการ") การที่ KB5127648 เป็นแพตช์สุดท้ายของ Windows 11 24H2 รุ่น Home และ Pro (ข่าว "Windows 11 24H2 รุ่น Home และ Pro หมดแพตช์แล้ว") และใบรับรอง Secure Boot ที่หมดอายุ

วิธีเปลี่ยนปุ่ม Copilot ให้เป็น Right Ctrl หรือปุ่มเมนู

ปุ่ม Copilot เริ่มมีบนคอมเครื่องใหม่ตั้งแต่ปี 2024 และในบางเครื่องวางแทนปุ่ม Right Ctrl หรือปุ่ม Context Menu (ปุ่มที่กดแล้วได้เมนูเหมือนคลิกขวา) เมื่อ พ.ค. 2026 Windows Central รายงานว่าหน้าช่วยเหลือของ Microsoft ยอมรับว่า "ลูกค้าที่ใช้ปุ่ม Right Ctrl หรือปุ่ม Context menu กับคีย์ลัดหรือเทคโนโลยีช่วยเหลือ (เช่น โปรแกรมอ่านหน้าจอ) เจอความติดขัดในการทำงาน" และสัญญาว่าจะเพิ่มตัวเลือกนี้ภายในปี ก่อนหน้านั้น Microsoft ให้ตั้งปุ่มนี้ให้เปิด Windows Search หรือแอปอื่นแทน Copilot ได้แล้ว แต่ยังให้เป็นปุ่ม Ctrl ไม่ได้

ขั้นตอน (ตามหน้าช่วยเหลือของ Microsoft)

  1. ติดตั้งอัปเดตล่าสุดจาก Settings > Windows Update แล้วรีสตาร์ต
  2. เปิด Settings > Bluetooth & devices > Keyboard
  3. หาตัวเลือกของปุ่ม Copilot แล้วเลือกให้ทำงานเป็น Right Ctrl หรือ Context Menu

ถ้าไม่เจอตัวเลือกนี้ แปลว่าเครื่องของคุณยังไม่ถึงคิวในการทยอยเปิด หรือเครื่องไม่มีปุ่ม Copilot หน้า KB ไม่ได้บอกว่าจะเปิดให้ครบทุกเครื่องเมื่อไร

ข้อควรรู้ก่อนเปลี่ยน

  • คีย์ลัดบางชุดใช้ไม่ได้: หน้าช่วยเหลือของ Microsoft ระบุว่าถ้าตั้งปุ่ม Copilot เป็น Right Ctrl คีย์ลัดที่ใช้ RCtrl+Win และ RCtrl+Shift "จะทำงานไม่เหมือนปกติ" ให้ใช้ปุ่ม Ctrl ซ้ายกับคีย์ลัดเหล่านี้แทน
  • อย่าตั้งซ้อนกันสองที่: โน้ตบุ๊กบางยี่ห้อมีโปรแกรมของผู้ผลิตที่เปลี่ยนปุ่มนี้ได้อยู่แล้ว Microsoft แนะนำให้ใช้ที่ใดที่หนึ่ง คือการตั้งค่าของ Windows หรือของผู้ผลิต ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง และตัวเลือกที่เห็นอาจต่างกันตามผู้ผลิต

ตั้งให้แอปเปิดขยายเต็มจอทุกครั้งได้ที่ไหน

Microsoft จัดฟีเจอร์ Open apps maximized ไว้ในหมวดการช่วยการเข้าถึง (Accessibility) และอธิบายว่าเป็น "การตั้งค่าที่ขยายหน้าต่างแอปให้เต็มจออัตโนมัติเมื่อเปิด" ReadEval มองว่าเหมาะกับคนที่มองหน้าต่างเล็กไม่ถนัด หรือไม่อยากคอยกดปุ่มขยายทุกครั้ง

  1. เปิด Settings > Accessibility > Visual effects
  2. เปิดสวิตช์ Open apps maximized

ฟีเจอร์นี้อยู่ในกลุ่มทยอยเปิดเช่นกัน

อัปเดตนี้มีอะไรใหม่อีกบ้าง

  • ทัชแพด: เลื่อนหน้าขึ้นลงด้วยนิ้วเดียวโดยลากจากขอบซ้ายหรือขวาของทัชแพด และเลื่อนอัตโนมัติ ตั้งที่ Settings > Bluetooth & devices > Touchpad (เฉพาะ precision touchpad)
  • อีโมจิ: เพิ่มชุด Emoji 17.0
  • Widgets: เพิ่มวิดเจ็ต Tips บนกระดาน Widgets และหน้าจอล็อก
  • File Explorer: ไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากเว็บแสดงตัวอย่างในบานหน้าต่าง Preview ได้ง่ายขึ้น ไฟล์ HTML จะมีปุ่ม "Preview anyway" ส่วนไฟล์อื่นอย่าง PDF แสดงตัวอย่างให้เลย
  • Camera roll backup: สำรองรูปจากมือถือขึ้น OneDrive โดยตั้งค่าในหน้า Settings แล้วสแกน QR code บนมือถือ Microsoft ระบุว่าใช้ได้กับ "ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์" และขึ้นกับอุปกรณ์และตลาด
  • Settings: หน้า Installed apps แสดงเลขเวอร์ชันของแอปที่ติดตั้งแบบแพ็กเกจ

PC-to-PC Migration หายไปไหน แล้วย้ายเครื่องใหม่ต้องทำอย่างไร

PC-to-PC Migration เป็นเครื่องมือในแอป Windows Backup ที่ย้ายไฟล์และการตั้งค่าบางอย่างจากคอมเครื่องเก่าไปเครื่องใหม่ผ่าน Wi-Fi หรือสาย LAN ในบ้านโดยตรง ไม่ต้องผ่าน OneDrive จับคู่สองเครื่องด้วยรหัสใช้ครั้งเดียว เลือกได้ว่าจะย้ายโฟลเดอร์ไหน และย้ายวอลเปเปอร์กับธีมไปด้วย แต่ไม่ย้ายแอปที่ติดตั้งไว้ รหัสผ่านที่บันทึกไว้ หรือข้อมูลล็อกอิน Windows Latest เริ่มทดสอบเครื่องมือนี้ตั้งแต่ ก.ค. 2025 ตอนที่มันทยอยมากับอัปเดตรายเดือน

ใครเป็นคนบอกว่าถูกถอด: Windows Latest (16 ก.ย. 2026) เป็นสื่อแรกที่สังเกตว่าหน้าช่วยเหลือ "Transfer your files and settings to a new Windows PC" ของ Microsoft ขึ้นข้อความว่า "PC-to-PC Migration is no longer available" ต่อมาหน้า KB5124010 ของ Microsoft ก็ระบุข้อความเดียวกันในหมวด Windows Backup ส่วน BleepingComputer นับเรื่องนี้เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงของ KB5127648 หน้า KB5127648 เองไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ตรง ๆ แต่ระบุว่ารวมการปรับปรุงของ KB5124010 ไว้แล้ว ตอนนี้หน้าช่วยเหลือของ Microsoft บอกว่า "ฟีเจอร์นี้ไม่มีให้ใช้แล้ว ให้ใช้ Windows Backup and Restore แทน" Microsoft ไม่ได้ให้เหตุผลที่ถอดออก

ย้ายเครื่องด้วย Windows Backup (ตามหน้าช่วยเหลือของ Microsoft)

ต้องใช้บัญชี Microsoft ส่วนตัว (เช่น outlook.com) บัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียนใช้ไม่ได้ และไฟล์จะขึ้นไปเก็บใน OneDrive ซึ่งบัญชีฟรีได้ 5GB

บนเครื่องเก่า

  1. ตรวจว่าล็อกอินด้วยบัญชี Microsoft ที่ Settings > Accounts > Your info ถ้าเห็นคำว่า "Sign in with a Microsoft account instead" ให้กดเพื่อเปลี่ยนจากบัญชีในเครื่อง
  2. กด Start พิมพ์ backup แล้วเลือก Windows Backup
  3. ใน Folders เปิดสวิตช์ Desktop, Documents, Pictures, Videos และ Music ที่ต้องการ
  4. เลือกการตั้งค่าที่จะสำรอง เช่น Installed apps, Accessibility, Accounts, Wi-Fi network and passwords, Personalization และ Language preferences
  5. กด Back up แล้วดูสถานะได้ที่ Settings > Accounts > Windows backup

บนเครื่องใหม่

  1. ระหว่างตั้งค่าเครื่องครั้งแรก ล็อกอินด้วยบัญชี Microsoft เดียวกัน
  2. ระบบจะเสนอให้กู้คืนข้อมูลสำรอง ถ้ามีหลายเครื่อง ให้กด More options แล้วเลือกเครื่องเก่า
  3. เมื่อเข้าหน้าเดสก์ท็อป ไอคอนแอปที่ปักหมุดและการตั้งค่าจะกลับมา แต่แอปต้องติดตั้งใหม่ (แอปจาก Microsoft Store ติดตั้งจากไอคอนที่ปักหมุดได้) ส่วนไฟล์จะอยู่ใน OneDrive

ถ้าไฟล์เกิน 5GB และไม่อยากซื้อพื้นที่ OneDrive เพิ่ม ReadEval ประเมินว่าการคัดลอกไฟล์ผ่านฮาร์ดดิสก์ภายนอกยังเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด

บั๊ก Smart App Control: ใครโดน และแก้แล้วหรือยัง

Smart App Control เป็นฟีเจอร์ของ Windows 11 ที่ถามบริการบนคลาวด์ของ Microsoft ว่าแอปที่กำลังจะเปิดปลอดภัยไหม ถ้าบริการตัดสินไม่ได้ ก็จะบล็อกแอปที่ไม่มีลายเซ็นดิจิทัลหรือลายเซ็นไม่ถูกต้อง ทำงานคู่กับ Microsoft Defender และ SmartScreen

เดิมฟีเจอร์นี้มีข้อจำกัดใหญ่ คือถ้าปิดแล้วจะเปิดกลับได้ก็ต่อเมื่อติดตั้ง Windows ใหม่หรือรีเซ็ตเครื่องเท่านั้น จนอัปเดต KB5083769 เดือนเมษายน 2026 ที่ทำให้เปิดกลับได้โดยไม่ต้องลงใหม่ (Topedia) หน้าช่วยเหลือของ Microsoft ตอนนี้ก็เขียนว่า "อัปเดตรุ่นหลัง ๆ ของ Windows ให้เปิด Smart App Control กลับได้โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่" บั๊กของ KB5127648 จึงทำให้ความสามารถใหม่นี้ใช้ไม่ได้ในบางเครื่อง

อาการตามหน้า KB5127648: หลังติดตั้งอัปเดต บางเครื่องอาจเปิด Smart App Control ใน Windows Security ไม่ได้ถ้าเคยปิดไว้ ตัวเลือกอาจเป็นสีเทา Microsoft ระบุว่า "เครื่องที่เปิด Smart App Control อยู่แล้วไม่ได้รับผลกระทบและยังได้รับการป้องกัน" กระทบ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2, 25H2 และ 26H2

คนที่น่าจะเจอ: IT-Connect ชี้ว่าคือคนที่เคยปิด Smart App Control ไปก่อน เช่น ตอนจะติดตั้งแอปที่ถูกบล็อกผิด แล้วอยากเปิดกลับ นอกจากนี้หน้าช่วยเหลือของ Microsoft ระบุว่าฟีเจอร์นี้อาจปิดตัวเองอัตโนมัติถ้าระบบตรวจว่าผู้ใช้เป็นองค์กรหรือนักพัฒนา

สถานะล่าสุด (ตรวจ 26 ต.ค. 2026): หน้า KB5127648 ยังเขียนว่า Microsoft "กำลังหาทางแก้และจะแจ้งความคืบหน้าในรุ่นถัดไป" ยังไม่มีอัปเดตที่แก้ปัญหานี้ BleepingComputer, PCWorld และ IT-Connect รายงานตรงกันว่ายังไม่มีแพตช์แก้ มีเพียงวิธีอ้อมชั่วคราว ที่น่าสังเกตคือหน้า Windows release health ของเวอร์ชัน 25H2 และ 26H2 (อัปเดตล่าสุด 21 ต.ค. 2026) ยังไม่มีปัญหานี้ในรายการ ข้อมูลอย่างเป็นทางการจึงมีอยู่ในหน้า KB5127648 ที่เดียว

ถ้าอยากเปิด Smart App Control คืนตอนนี้

เช็กสถานะก่อน: เปิดแอป Windows Security > App & browser control > Smart App Control settings ถ้าเห็นว่าเปิด (On) อยู่ ไม่ต้องทำอะไร และไม่ควรปิดจนกว่า Microsoft จะออกแพตช์แก้

ถ้าปิดอยู่และสวิตช์เป็นสีเทา คุณเลือกได้สองทาง คือรอแพตช์แก้จาก Microsoft ซึ่งระหว่างนี้ Microsoft Defender ยังทำงานตามปกติ หรือใช้วิธีอ้อมที่ Microsoft ให้ไว้ในหน้า KB5127648

วิธีที่ 1 แก้รีจิสทรี (เครื่องส่วนตัว)

การแก้รีจิสทรีผิดอาจทำให้ระบบมีปัญหา PCWorld แนะนำให้สำรองรีจิสทรีก่อน และต้องใช้สิทธิ์ผู้ดูแลเครื่อง

  1. เปิด Command Prompt ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล (พิมพ์ cmd ในเมนู Start แล้วเลือก Run as administrator)
  2. วางคำสั่งสองบรรทัดนี้ทีละบรรทัด
powershell
reg add "HKLM\SYSTEM\CurrentControlSet\Policies\Microsoft\FeatureManagement\Overrides" /v 2883193997 /t REG_DWORD /d 1 /f
reg add "HKLM\SYSTEM\CurrentControlSet\Policies\Microsoft\FeatureManagement\Overrides" /v 2850574478 /t REG_DWORD /d 1 /f
  1. รีสตาร์ตเครื่อง แล้วกลับไปเปิด Smart App Control ใน Windows Security

วิธีที่ 2 Group Policy (ฝ่ายไอทีที่ดูแลหลายเครื่อง)

ดาวน์โหลดและติดตั้งแพ็กเกจ Group Policy พิเศษสองตัวจากลิงก์ในหน้า KB5127648 คือ "KB5074105 261015_19222 Feature Preview" และ "KB5074105 261015_19221 Feature Preview" ตั้งทั้งสองค่าเป็น Enabled แล้วรีสตาร์ต ตัวแรกเปิด Smart App Control ส่วนตัวที่สองเปิดการเก็บ log ไว้ตรวจปัญหา ถ้าเป็นคอมของที่ทำงาน ให้แจ้งฝ่ายไอทีแทนการแก้เอง

ข้อยกเว้นที่ควรรู้: หน้าช่วยเหลือของ Microsoft ระบุว่าถ้าเครื่องปิดการส่งข้อมูลวินิจฉัยเพิ่มเติม (optional diagnostic data) ไว้ จะต้องรีเซ็ตหรือติดตั้ง Windows ใหม่และเลือก "Send optional diagnostic data" ระหว่างติดตั้งจึงจะเปิด Smart App Control ได้ ข้อนี้เป็นเงื่อนไขของฟีเจอร์เอง ไม่เกี่ยวกับบั๊กรอบนี้

ใช้ในไทยได้ไหม

หน้า KB ของ Microsoft ไม่ได้จำกัดประเทศสำหรับการเปลี่ยนปุ่ม Copilot และตัวเลือกเปิดแอปเต็มจอ เครื่องในไทยที่ติดตั้ง KB5127648 จึงควรได้ฟีเจอร์เหล่านี้ แต่เพราะเป็นการทยอยเปิด ReadEval จึงยืนยันไม่ได้ว่าเครื่องในไทยจะเห็นเมื่อไร ส่วน Camera roll backup ที่ Microsoft ระบุว่า "ขึ้นกับตลาด" ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเปิดในไทยแล้วหรือยัง บั๊ก Smart App Control และการถอด PC-to-PC Migration ไม่มีข้อจำกัดรายประเทศ

แหล่งข่าวต่างกันตรงไหน

  • การถอด PC-to-PC Migration อยู่ในอัปเดตไหน: BleepingComputer นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของ KB5127648 แต่หน้า KB5127648 ไม่มีข้อความนี้ ข้อความ "PC-to-PC Migration is no longer available" อยู่ในหน้า KB5124010 (อัปเดตตัวอย่าง 22 ก.ย.) และหน้าช่วยเหลือเรื่องการย้ายเครื่องของ Microsoft ซึ่ง Windows Latest พบตั้งแต่ 16 ก.ย. ReadEval จึงเขียนว่า Microsoft ถอดเครื่องมือนี้ตั้งแต่ช่วงอัปเดตเดือนกันยายน และ KB5127648 รวมการเปลี่ยนแปลงนั้นมาด้วย
  • ปุ่ม Copilot ใช้ได้แล้วหรือยัง: หน้า KB5124010 และรายงานของ BleepingComputer ระบุว่าฟีเจอร์มาแล้ว (แบบทยอยเปิด) แต่หน้าช่วยเหลือเรื่องปุ่ม Copilot ของ Microsoft ยังเขียนว่า "เมื่อพร้อมใช้งาน" และ "อัปเดตจะมาในปีนี้" ReadEval ประเมินว่าหน้าช่วยเหลือยังไม่ได้ปรับข้อความ และยึดหน้า KB เป็นหลัก
  • Smart App Control ใน release health: ปัญหานี้อยู่ในหน้า KB5127648 แต่ยังไม่อยู่ในหน้า release health ของ 25H2 และ 26H2 ณ วันที่ 21 ต.ค. 2026 หน้า KB ไม่ได้ระบุวันที่เพิ่มปัญหานี้ BleepingComputer รายงานเรื่องนี้เมื่อ 16 ต.ค.
  • ปัญหาที่ผู้ใช้รายงานเอง: ผู้อ่านบางคนของ BleepingComputer รายงานว่าเชื่อมต่อ Wi-Fi องค์กรมีปัญหาหลังอัปเดต แต่ BleepingComputer ไม่ได้ยืนยัน ส่วนหน้า KB เตือนว่าการเปลี่ยนค่า NTLMv1 เป็นโหมดบังคับอาจกระทบ Wi-Fi, Ethernet และ VPN ที่ใช้ MS-CHAPv2 (รายละเอียดอยู่ในข่าวแพตช์เดือนตุลาคมของ ReadEval)

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Ade · โต๊ะแอปและแพลตฟอร์ม

อัปเดตนี้ให้ผู้ใช้เลือกเองได้มากขึ้นที่ปุ่มบนคีย์บอร์ด แต่ฟีเจอร์ความปลอดภัยที่เพิ่งกลับมาเปิดได้ก็หลุดอีกครั้ง การยอมให้เปลี่ยนปุ่ม Copilot เป็น Ctrl ขวาเป็นการยอมรับว่าการใส่ปุ่ม AI แทนปุ่มเดิมกระทบคนจริง โดยเฉพาะผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ และการวางตัวเลือกเปิดแอปเต็มจอไว้ในหมวด Accessibility ก็ไปทางเดียวกัน ฝั่งที่น่ากังวลกว่าคือ Smart App Control เพราะ Microsoft เพิ่งแก้ข้อจำกัด "ปิดแล้วเปิดคืนไม่ได้" ไปเมื่อเดือนเมษายน แล้วอัปเดตเดือนตุลาคมก็ทำให้บางเครื่องกลับไปติดปัญหาเดิม ทั้งที่ยังไม่อยู่ในหน้า release health ที่ฝ่ายไอทีใช้ติดตาม คนที่เปิดฟีเจอร์นี้อยู่ไม่ต้องกังวล แค่อย่าเพิ่งปิด ส่วนการถอด PC-to-PC Migration ทำให้การย้ายเครื่องโดยไม่ใช้คลาวด์ยากขึ้น คนที่มีไฟล์เกิน 5GB ต้องเลือกระหว่างซื้อพื้นที่ OneDrive กับคัดลอกเอง ReadEval ประเมินว่าควรติดตั้งแพตช์นี้ต่อไป เพราะปิดช่องโหว่ที่ถูกโจมตีอยู่ตามที่รายงานในข่าวแพตช์เดือนตุลาคม และค่อยรอแพตช์แก้ Smart App Control ในรอบถัดไป

แหล่งที่มา

  1. Microsoft Support: KB5127648 (October 13, 2026 security update) และปัญหาที่รู้แล้ว
  2. Microsoft Support: KB5124010 (September 22, 2026 preview) รายการฟีเจอร์แบบทยอยเปิด
  3. Microsoft Support: Understand updates to the Copilot key on Windows devices
  4. Microsoft Support: Transfer your files and settings to a new Windows PC (ประกาศเลิกให้บริการ)
  5. Microsoft Support: Back up and restore with Windows Backup
  6. Microsoft Support: What is Smart App Control
  7. Microsoft Learn: Windows 11, version 25H2 known issues (release health, อัปเดต 21 ต.ค. 2026)
  8. Microsoft Learn: Windows 11, version 26H2 known issues (release health, อัปเดต 21 ต.ค. 2026)
  9. BleepingComputer: Windows 11 KB5127648 and KB5126653 cumulative updates released
  10. BleepingComputer: October Windows update may break Smart App Control
  11. Windows Latest: Microsoft is killing the local PC-to-PC transfer tool for Windows 11
  12. Ubergizmo: Microsoft pushes OneDrive after killing Windows 11 transfer tool
  13. Windows Central: Microsoft admits the Copilot key breaks certain workflows (18 พ.ค. 2026)
  14. IT-Connect: Windows 11 KB5127648, Smart App Control grisé (ภาษาฝรั่งเศส)
  15. PCWorld: Windows 11's October update blocks Smart App Control
  16. Topedia: Smart App Control can now be re-enabled without reinstalling (KB5083769, เม.ย. 2026)