อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
ai

Sam Altman บอกการที่แรมของโลกไปอยู่ในคอมของทุกคนและแทบไม่ได้ใช้ "แย่มาก" ช่วงแรมขาดตลาด

Sam Altman บอกในพอดแคสต์ว่าแรมที่อยู่ในคอมทุกคนและถูกใช้แค่ราว 5% ของเวลาเป็นการจัดสรรที่แย่ในยามขาดแคลน ควรใช้ในคลาวด์ให้เต็มที่ จึงถูกวิจารณ์

ภาพประกอบ: เซิร์ฟเวอร์คลาวด์ขนาดใหญ่กำลังดึงแผงหน่วยความจำแรมออกจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ไม่ได้ใช้งานที่วางอยู่รอบๆ
ภาพประกอบโดย ReadEval (สร้างด้วย AI)
สารบัญ (9 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. Altman พูดว่าอะไร คำต่อคำ
  3. ทำไมแรมถึงขาด และทำไม Altman บอกว่าตลาดแก้เองไม่ทัน
  4. ตัวเลข 5% มาจากไหน
  5. ทำไมหลายคนไม่เห็นด้วย
  6. สิ่งที่สื่อรายงานไม่ตรงกัน หรือตีความเกินคำพูดจริง
  7. ก่อนซื้อคอมหรืออัปเกรดแรมช่วงนี้ ควรคิดอย่างไร
  8. เกี่ยวกับไทย
  9. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

แรมในคอมพิวเตอร์ของคุณถูกใช้งานจริงกี่เปอร์เซ็นต์ของเวลา Sam Altman ซีอีโอ OpenAI หยิบเรื่องนี้มาอธิบายวิกฤตแรมขาดตลาดในพอดแคสต์ Cheeky Pint ที่เผยแพร่เมื่อ 29 ต.ค. เขาบอกว่าในมุมของการจัดสรรทรัพยากรทั้งโลก การที่แรมซึ่งโลกมีจำกัดไปกระจายอยู่ในคอมของทุกคน และ "ถูกใช้แค่ 5% ของเวลา" เป็นเรื่องที่ "แย่มากทีเดียว" ถ้าอยากรับมือกับภาวะของขาดแบบนี้ ควรรวมไปใช้ในคลาวด์ให้เต็มที่ที่สุด

บริบทของประโยคนี้สำคัญ พิธีกร John Collison ถามว่าเมื่อแรมและ GPU แพงขึ้นแล้ว ทำไมตลาดยังไม่แก้ปัญหาเอง Altman ยกตัวอย่างความเชื่อที่เขามองว่าผิด คือหลายคนคิดว่าต่อไปเราจะรัน AI แบบโอเพนซอร์สบนคอมของตัวเองได้ เลยไม่ต้องพึ่งศูนย์ข้อมูลมากนัก ในช่วงนี้เขาไม่ได้พูดถึงคนเล่นเกม และไม่ได้เสนอให้ใครเอาแรมออกจากเครื่อง แต่เถียงว่า AI ในเครื่องไม่ใช่ทางออกของการขาดแคลน

ลองนึกถึงรถยนต์ส่วนตัวที่จอดนิ่งเกือบทั้งวัน ถ้าเอารถเหล่านั้นไปวิ่งเป็นรถรับจ้าง รถจำนวนเท่าเดิมจะพาคนได้มากกว่า นั่นคือตรรกะของเขา แต่มันหยุดเป็นจริงตรงที่คอมทุกเครื่องต้องมีแรมเพื่อเปิดระบบปฏิบัติการและเบราว์เซอร์อยู่แล้ว และการใช้ AI ผ่านคลาวด์หมายถึงต้องต่อเน็ต จ่ายค่าสมาชิก และส่งข้อมูลออกไปนอกเครื่อง

คำพูดนี้ถูกวิจารณ์เพราะคนพูดคือหัวหน้าบริษัทที่ขายบริการ AI บนคลาวด์ และเคยลงนามเบื้องต้นกับ Samsung และ SK hynix เพื่อหาชิปความจำราว 900,000 แผ่นเวเฟอร์ต่อเดือนให้โครงการศูนย์ข้อมูลของตัวเอง ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคเจอผลจากแรมแพงจนยอดส่งพีซีทั่วโลกไตรมาสล่าสุดร่วงราว 20% ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยเถียงว่าการรัน AI ในเครื่องช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัว ใช้ได้แม้ไม่มีเน็ต และไม่ต้องจ่ายรายเดือน

สำหรับคุณ คำพูดของ Altman ไม่ได้เปลี่ยนอะไรทันที ไม่มีนโยบายหรือสินค้าใหม่ตามมา สิ่งที่ควรคิดก่อนซื้อคอมหรืออัปเกรดแรมช่วงนี้คือคุณจะรัน AI ในเครื่องจริงไหม ถ้าใช้แค่ ChatGPT หรือ Gemini ผ่านเว็บ งานหนักเกิดที่เซิร์ฟเวอร์ ไม่ต้องซื้อแรมเผื่อ AI แต่ถ้าอยากรันโมเดลเอง แรมยังจำเป็น ด้านล่างมีคำพูดฉบับเต็มพร้อมบริบท เหตุผลของแต่ละฝั่ง และจุดที่สื่อตีความเกินคำพูดจริง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ใครพูด ที่ไหน: Sam Altman ซีอีโอ OpenAI ในพอดแคสต์ Cheeky Pint ของ John Collison (ผู้ร่วมก่อตั้ง Stripe) ตอน "Why Sam Altman is against a single superintelligence" เผยแพร่ 29 ต.ค. 2026 อยู่ในช่วงที่คุยเรื่องทรัพยากรประมวลผล (เริ่มนาทีที่ 25:17 ตามสารบัญของรายการ)
  • พูดว่าอะไร: การที่ทุกคนมีแรม (DRAM) ซึ่งโลกมีจำกัดตั้งอยู่ในคอมของตัวเองและถูกใช้แค่ราว 5% ของเวลา เป็นเรื่อง "แย่มากทีเดียว" ในมุมการจัดสรรทรัพยากรโลก ในภาวะที่ของขาดแบบนี้ควรใช้งานในคลาวด์ให้เต็มที่
  • ในบริบทไหน: เขาโต้แย้งความเชื่อว่า AI ที่รันในเครื่อง (local inference) จะทำให้ไม่ต้องพึ่งศูนย์ข้อมูล ไม่ได้พูดถึงเกม และไม่ได้เสนอนโยบายใด
  • ตัวเลข 5%: เป็นการประมาณของ Altman เอง เขาไม่ได้บอกที่มา
  • เขามองว่าตลาดแก้ปัญหาเองไม่ทัน: Altman บอกว่า "มือที่มองไม่เห็น" ของตลาดกำลังล้มเหลว เพราะผู้ผลิตแรมจำบทเรียนการลงทุนเกินตัวในอดีตได้ จึงขยายโรงงานอย่างระมัดระวัง และเขาอยากเห็นกำลังผลิตเพิ่มขึ้นอีกมาก
  • เสียงวิจารณ์: OpenAI ขายบริการบนคลาวด์ จึงได้ประโยชน์จากข้อเสนอนี้ ส่วนการรัน AI ในเครื่องมีข้อดีเรื่องความเป็นส่วนตัว ใช้ออฟไลน์ได้ และไม่ผูกกับค่าสมาชิก
  • ไทย: ReadEval ยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่าราคาแรมและคอมในร้านไทยขยับขึ้นเท่าไรเป็นเงินบาท

Altman พูดว่าอะไร คำต่อคำ

ข้อความด้านล่างมาจากบทถอดความที่รายการเผยแพร่เอง ทั้งในฟีดพอดแคสต์และหน้า Substack ของ Cheeky Pint

ก่อนถึงประโยคนี้ Collison ตั้งข้อสังเกตว่ามีคำพูดในวงการว่า "ทางแก้ของราคาแพงคือราคาแพง" (ราคาสูงจะดึงคนมาผลิตเพิ่มจนราคาลงเอง) แล้วถามว่าตอนนี้ราคาแรม GPU และอื่น ๆ แพงแล้ว ทางแก้คืบหน้าแค่ไหน Altman ตอบสั้น ๆ ว่า "แย่" จากนั้นอธิบายเรื่องผู้ผลิตแรม แล้วพูดต่อว่า

"A lot of people want local inference. And somehow, they assume that the problem is solved now. Because, we are going to have open-source models. We're going to be able to run them on our computers. And so we're not going to need all the stuff in the data center. But from a global allocation perspective, actually, it's quite terrible to have everybody have a bunch of the world's limited supply of DRAM sitting in their own computer. And, being used— 5% of the time. You want maximum utilization in the cloud if you're trying to deal with this very supply constrained environment. And somehow everyone's... Many people's intuition is the opposite of that."

แปลเป็นไทยโดย ReadEval:

"คนจำนวนมากอยากรัน AI ในเครื่องตัวเอง และไม่รู้ทำไมพวกเขาถึงคิดว่าปัญหาจบแล้ว เพราะเราจะมีโมเดลโอเพนซอร์ส เราจะรันมันบนคอมของเราเองได้ เลยไม่ต้องใช้ของทั้งหมดในศูนย์ข้อมูล แต่ในมุมของการจัดสรรทรัพยากรทั้งโลก จริง ๆ แล้วมันแย่มากทีเดียวที่ทุกคนต่างมี DRAM ส่วนหนึ่งจากปริมาณที่โลกมีอยู่จำกัด ตั้งอยู่ในคอมของตัวเอง และถูกใช้งานแค่ 5% ของเวลา คุณต้องการให้ใช้งานในคลาวด์ได้เต็มที่ที่สุด ถ้าคุณกำลังพยายามรับมือกับสภาพที่อุปทานตึงตัวมากแบบนี้ แต่สัญชาตญาณของคนจำนวนมากกลับคิดตรงกันข้าม"

หลังจากนั้นรายการก็คุยต่อเรื่องอื่นที่ราคาแพงขึ้น เช่น กังหัน แบตเตอรี่ คอนกรีต และเหล็ก ช่วงท้ายของส่วนเดียวกัน Altman พูดว่าต้นทุนพลังงาน ชิป และห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด "ควรจะลดลง ถ้ามันไม่ลด ผมจะเสียใจมาก" และ "กำลังผลิตต้องเพิ่มขึ้นอีกมาก" นั่นคือข้อสรุปของเขาเองว่าทางออกระยะยาวคือผลิตให้มากขึ้น

ทำไมแรมถึงขาด และทำไม Altman บอกว่าตลาดแก้เองไม่ทัน

แรมแพงเพราะศูนย์ข้อมูล AI ต้องการชิปความจำจำนวนมหาศาล ผู้ผลิตจึงป้อนลูกค้ากลุ่มนี้ก่อน ReadEval เล่ารายละเอียดและตัวเลขไว้แล้วในข่าวยอดส่งพีซีและมือถือทั่วโลกร่วงราว 20% เพราะแรมแพง ตัวอย่างที่ชัดที่สุดของการเลือกข้างนี้คือ Micron ผู้ผลิตแรมรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งประกาศเมื่อ 3 ธ.ค. 2025 ว่าจะเลิกทำธุรกิจ Crucial แบรนด์แรมและ SSD สำหรับผู้บริโภค โดยส่งของถึงสิ้นไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 (กุมภาพันธ์ 2026) บริษัทให้เหตุผลว่า "การเติบโตของศูนย์ข้อมูลจาก AI ทำให้ความต้องการหน่วยความจำและหน่วยเก็บข้อมูลพุ่งสูง" และต้องการเพิ่มของให้ "ลูกค้ารายใหญ่เชิงกลยุทธ์"

ในพอดแคสต์ Altman อธิบายว่าทำไมผู้ผลิตไม่เร่งสร้างโรงงานเพิ่มแม้ราคาสูง เขาเล่าว่าเป็นเวลานานที่ผู้ผลิต DRAM ลงทุน 20,000 ล้านดอลลาร์เพื่อทำรายได้ 19,000 ล้านดอลลาร์ ผ่านวงจรขึ้นลงมาหลายรอบ แต่ตอนนี้แต่ละรายกำลังจะมีกระแสเงินสดอิสระปีละราว 100,000 ล้านดอลลาร์ ถึงอย่างนั้นพวกเขา "จำประวัติของตัวเองได้" ว่าเกือบล้มละลายกี่ครั้งเพราะสร้างโรงงานมากเกินไป จึงยังลงทุนอย่างระมัดระวัง ตัวเลขชุดนี้เป็นคำเล่าของ Altman ในรายการ ไม่ใช่ตัวเลขจากรายงานการเงินที่ ReadEval ตรวจได้

ตัวเลข 5% มาจากไหน

Altman ไม่ได้อ้างงานวิจัยหรือข้อมูลใด เป็นการประมาณคร่าว ๆ ระหว่างคุย Gadget Review (เผยแพร่ผ่าน Yahoo Tech) เล่าตัวเลขเดียวกันในอีกด้านว่าแรมในเครื่องส่วนตัว "ว่างอยู่ราว 95% ของเวลา" ReadEval ยังไม่พบข้อมูลอิสระที่วัดเรื่องนี้ และตัวเลขนี้ขึ้นกับว่านับ "ใช้งาน" อย่างไร เพราะเมื่อเปิดเครื่อง แรมจะถูกใช้เก็บระบบปฏิบัติการและโปรแกรมตลอดเวลา แม้คุณจะไม่ได้รัน AI อยู่ก็ตาม

ทำไมหลายคนไม่เห็นด้วย

  • ผลประโยชน์ทับซ้อน: Gadget Review ชี้ว่า OpenAI ขายการเข้าถึง AI ผ่านคลาวด์ ข้อเสนอให้ใช้งานรวมศูนย์จึงเข้าทางธุรกิจของบริษัทเอง แม้ตรรกะเรื่องอัตราการใช้งานอาจฟังขึ้นในทางเทคนิค
  • OpenAI เองก็เป็นผู้ซื้อรายใหญ่: เมื่อ 1 ต.ค. 2025 Samsung และ SK hynix ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงกับ OpenAI เพื่อผลิตชิปความจำให้โครงการศูนย์ข้อมูล Stargate ซึ่ง The Register รายงานว่าคิดเป็นราว 900,000 แผ่นเวเฟอร์ DRAM ต่อเดือน (เป็นข้อตกลงเบื้องต้น ยังไม่ใช่สัญญาซื้อขายผูกพัน)
  • ความเป็นส่วนตัวและการพึ่งพา: ผู้เขียนของ Gadget Review ระบุว่าการรัน AI ในเครื่องทำให้ข้อมูลอยู่กับเรา ใช้ได้แม้เน็ตล่มหรือบริการล่ม และไม่ต้องขึ้นกับเงื่อนไขค่าสมาชิกที่ผู้ใช้กำหนดเองไม่ได้ การรวมศูนย์ยังทำให้อำนาจไปกองอยู่กับบริษัทไม่กี่แห่ง
  • OpenAI ก็ปล่อยโมเดลให้รันในเครื่อง: น่าสังเกตว่า OpenAI เองเผยแพร่โมเดลแบบเปิดน้ำหนัก (open-weight) ชื่อ gpt-oss ซึ่งหน้า GitHub ของบริษัทระบุว่ารุ่น gpt-oss-20b ออกแบบมา "สำหรับการใช้งานในเครื่อง (local)" และรันได้ในหน่วยความจำ 16GB

สิ่งที่สื่อรายงานไม่ตรงกัน หรือตีความเกินคำพูดจริง

  • "แรมในคอมคุณแย่" หรือ "AI ในเครื่องไม่ใช่ทางแก้": พาดหัวของ Tom's Hardware สรุปว่า Altman บอกว่า "แย่มากที่พีซีของคุณมีแรม" ซึ่งแรงกว่าคำพูดจริง เพราะในบทถอดความเขาพูดถึงการจัดสรรแรมทั้งโลกในภาวะขาดแคลน โดยยกตัวอย่างความคิดที่ว่า AI ในเครื่องจะทำให้ไม่ต้องพึ่งศูนย์ข้อมูล
  • เกมเมอร์: TheGamer เขียนว่าตรรกะเดียวกันใช้กับเครื่องเล่นเกมที่มีแรม 32GB ได้ด้วย นั่นคือการตีความของสื่อ Altman ไม่ได้พูดถึงเกมหรือเครื่องเล่นเกมในช่วงนี้
  • โทษผู้บริโภคว่าทำให้แรมขาด: TheGamer อ่านว่า Altman มองว่าปัญหามาจากแรมที่อยู่ในบ้านคน ไม่ใช่ศูนย์ข้อมูล แต่ในบทถอดความ เขาอธิบายสาเหตุของการขาดแคลนว่ามาจากผู้ผลิตแรมที่ลงทุนอย่างระมัดระวัง และบอกว่ากำลังผลิตต้องเพิ่มขึ้นอีกมาก ส่วนเรื่องแรมในเครื่องเป็นเหตุผลว่าทำไม AI ในเครื่องจะไม่ช่วยแก้ปัญหา Gadget Review ก็เตือนว่าการที่ Micron หันไปหาลูกค้าองค์กรไม่ได้พิสูจน์ว่าเครื่องของผู้บริโภคเป็นต้นเหตุ
  • Gadget Review ไม่ได้ดูต้นฉบับ: บทความระบุเองว่ายังไม่มีบทถอดความหรือแหล่งต้นทางให้ตรวจ ReadEval จึงยึดถ้อยคำจากบทถอดความที่รายการเผยแพร่เอง

ก่อนซื้อคอมหรืออัปเกรดแรมช่วงนี้ ควรคิดอย่างไร

  • ถ้าใช้ AI ผ่านเว็บหรือแอป: ChatGPT, Gemini และบริการคล้ายกันประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท คุณไม่ต้องซื้อแรมเพิ่มเพื่อใช้บริการเหล่านี้ ซื้อแรมให้พอกับงานที่ทำจริง เช่น เปิดเบราว์เซอร์หลายแท็บ ตัดต่อวิดีโอ หรือเล่นเกม
  • ถ้าอยากรัน AI ในเครื่องเอง: แรมยังเป็นตัวกำหนดว่ารันโมเดลขนาดไหนได้ ตัวอย่างเช่น gpt-oss-20b ต้องการหน่วยความจำราว 16GB ตามที่ OpenAI ระบุ ลองดูความต้องการของโมเดลที่จะใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ
  • อย่ารอราคาดิ่ง: บริษัทวิจัยตลาดที่ ReadEval อ้างในข่าวก่อนหน้ามองตรงกันว่าราคาจะยังไม่กลับไปเท่าปีก่อนเร็ว ๆ นี้ และคำพูดของ Altman เองก็ยืนยันว่าเขามองว่าการแก้ปัญหาฝั่งผู้ผลิตยัง "แย่"

เกี่ยวกับไทย

คำพูดนี้ไม่มีผลทางนโยบายหรือบริการใดในไทย ส่วนเรื่องราคาแรมและคอมในไทย ReadEval ยังไม่พบข้อมูลยืนยันเป็นเงินบาทว่าราคาในร้านขยับไปเท่าไร เพราะแรมซื้อขายในตลาดโลก ราคาต้นทางที่สูงขึ้นมักส่งผลถึงหลายประเทศ แต่จังหวะและสัดส่วนในแต่ละตลาดอาจต่างกัน ก่อนซื้อจึงควรเทียบราคาจากหลายร้านในช่วงที่จะซื้อจริง

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Rea · โต๊ะข่าว AI

สรุปสั้น ๆ คือ Altman พูดเรื่องการจัดสรรของที่ขาดแคลน ไม่ได้ด่าคนมีคอม แต่ก็พูดในฐานะคนที่ได้ประโยชน์จากคำตอบของตัวเอง ตรรกะเรื่องอัตราการใช้งานมีส่วนจริง เหมือนรถที่จอดทิ้งไว้ทั้งวัน แต่แรมในคอมไม่ได้มีไว้รัน AI อย่างเดียว และสิ่งที่ผู้ใช้ได้จากการรัน AI ในเครื่อง คือความเป็นส่วนตัว การใช้งานออฟไลน์ และการไม่ผูกกับค่าสมาชิก ก็เป็นคุณค่าที่ตัวเลข 5% ไม่ได้นับ อีกด้านหนึ่ง ข้อสรุปของ Altman เองคือโลกต้องผลิตแรมให้มากขึ้น ไม่ใช่ให้ผู้บริโภคใช้น้อยลง สื่อหลายแห่งตัดส่วนนี้ออกไปจนประโยคฟังแรงกว่าที่เขาพูด สิ่งที่ควรจับตาต่อคือกำลังผลิตใหม่ของผู้ผลิตแรมจะมาเร็วแค่ไหน เพราะนั่นต่างหากที่จะกำหนดราคาคอมเครื่องถัดไปของคุณ

แหล่งที่มา

  1. Cheeky Pint: Why Sam Altman is against a single superintelligence (ตอนพอดแคสต์และบทถอดความทางการ share.transistor.fm/s/92f18066/transcript.txt, 29 ต.ค. 2026)
  2. Cheeky Pint (Substack): บทถอดความเต็มและสารบัญเวลาของตอนเดียวกัน (29 ต.ค. 2026)
  3. Cheeky Pint บน YouTube: คลิปตอนเดียวกัน (ลิงก์ที่ TheGamer อ้าง)
  4. TheGamer: OpenAI CEO Sam Altman says consumers having DRAM is terrible (30 ต.ค. 2026)
  5. Gadget Review ผ่าน Yahoo Tech: Sam Altman Wants Your Laptop's RAM โดย Annemarije de Boer (30 ต.ค. 2026)
  6. Tom's Hardware: OpenAI CEO says it's 'quite terrible' for your PC to have RAM (พาดหัว, 30 ต.ค. 2026)
  7. Micron: Micron Announces Exit from Crucial Consumer Business (3 ธ.ค. 2025)
  8. The Register: OpenAI ropes in Korean giants Samsung and SK Hynix (ราว 900,000 แผ่นเวเฟอร์ DRAM ต่อเดือน, 2 ต.ค. 2025)
  9. The Korea Times: Samsung, SK form AI infrastructure partnership with OpenAI (หนังสือแสดงเจตจำนง 1 ต.ค. 2025)
  10. OpenAI บน GitHub: gpt-oss (gpt-oss-20b สำหรับการใช้งานในเครื่อง รันได้ในหน่วยความจำ 16GB)
  11. The Register: Global PC shipments crater 20% as rising prices hammer demand (IDC: ไตรมาส 3 ปี 2026 ลด 20.1%)
  12. Wikimedia Commons: Sam Altman ที่ TED (Steve Jurvetson, CC BY 2.0)