อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
security

Google DeepMind ร่วมสิงคโปร์ทำ AI เตือนสแกมก่อนโอนเงินที่ทำงานในมือถือ ยังไม่เปิดใช้

Google DeepMind และ GovTech สิงคโปร์ฝึก Gemma ให้จับแชตสแกมในเครื่องและเตือนก่อนโอนเงิน แต่ยังไม่มีวันเปิดใช้ ไม่ระบุแอป และไม่เปิดเผยความแม่นยำ

การ์ด: DeepMind × GovTech
สารบัญ (9 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. ระบบนี้ทำงานอย่างไร
  3. แชตของฉันจะถูกส่งให้ Google หรือรัฐบาลไหม
  4. ใช้ได้เมื่อไร และอยู่ในแอปไหน
  5. แม่นแค่ไหน
  6. ต่างจากระบบตรวจสแกมใน Google Messages อย่างไร
  7. คนไทยใช้ได้ไหม
  8. จุดที่แหล่งข่าวเขียนไม่ตรงกัน
  9. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ลองนึกภาพแชตกับ "เจ้าหน้าที่ธนาคาร" ที่คุยกับคุณมาหลายวัน สุภาพ รู้ข้อมูล และไม่มีลิงก์แปลก ๆ จนวันหนึ่งเขาขอให้คุณย้ายเงินไปบัญชีที่ "ปลอดภัยกว่า" ก่อนคุณกดโอน มือถือเด้งคำเตือนให้หยุดคิดก่อน โดยไม่มีข้อความใดถูกส่งออกจากเครื่อง นี่คือสิ่งที่ Google DeepMind กับ GovTech หน่วยงานเทคโนโลยีของรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศว่ากำลังสร้างร่วมกัน

ทั้งสองฝ่ายนำ Gemma โมเดล AI ขนาดเล็กของ Google มาฝึกต่อด้วยบทสนทนาสแกมในสิงคโปร์ เช่น การแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือธนาคาร ระบบมีสองชั้น ตัวกรองเล็ก ๆ ที่กินแบตน้อยคัดทุกข้อความที่เข้ามา ถ้าข้อความไหนน่าสงสัย Gemma จึงอ่านบทสนทนาช่วงยาวขึ้นเพื่อยืนยันหรือปัดตก เหมือน รปภ. ที่มองทุกคนที่เดินผ่าน แต่เรียกหัวหน้ามาคุยเฉพาะกับคนท่าทางแปลก ต่างกันตรงที่หัวหน้าคนนี้มีหน้าที่เตือน ไม่ได้ห้ามใครเข้า และยังไม่มีใครบอกว่าเขาตัดสินถูกบ่อยแค่ไหน

ทำไมต้องทำในเครื่อง ในสิงคโปร์ สแกมคิดเป็นกว่าครึ่งของคดีที่มีการแจ้งความ และสร้างความเสียหายกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2019 Google DeepMind ระบุว่ากลโกงเปลี่ยนจากลิงก์ปลอมมาเป็นการคุยจนเหยื่อเชื่อใจแล้วค่อยขอเงิน (social engineering) ซึ่งทำความเสียหายถึง 80% ตัวกรองที่ดูแค่ลิงก์จึงจับยาก ส่วนแอปแชตที่เข้ารหัสตลอดทางก็ไม่ให้ระบบบนคลาวด์อ่านเนื้อหา ผู้พัฒนาจึงย้ายตัวอ่านมาไว้ในมือถือ และยืนยันว่าทั้ง Google และรัฐบาลสิงคโปร์เข้าถึงบทสนทนาผ่านระบบนี้ไม่ได้

ปัญหาคือตอนนี้ยังไม่มีใครใช้ได้ Google DeepMind เขียนว่าจะ "ทยอยปล่อยอย่างระมัดระวัง" ผ่านแอปต่าง ๆ แต่ยังไม่บอกวัน ไม่บอกแอป และไม่เปิดเผยความแม่นยำหรืออัตราการเตือนผิด สื่อบางแห่งเขียนว่าระบบ "ส่งมอบแล้ว" ซึ่งไม่ตรงกับโพสต์ต้นฉบับ

สำหรับคนไทย ยังไม่มีแผนใดประกาศ Google DeepMind บอกเพียงว่ากำลังสำรวจการใช้ในประเทศอื่น ระหว่างนี้หลักเดียวกับคำเตือนนี้ใช้ได้เลย ถ้าแชตไหนพาไปสู่การโอนเงินหรือขอข้อมูลสำคัญ ให้หยุดก่อน ด้านล่างมีวิธีทำงานของระบบ เรื่องความเป็นส่วนตัว จุดที่สื่อรายงานไม่ตรงกัน และความต่างจากระบบตรวจสแกมใน Google Messages

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ประกาศอะไร: Google DeepMind และ GovTech Singapore (Government Technology Agency) เปิดตัวโมเดลตรวจสแกมที่ทำงานในเครื่อง ในบล็อกของ Google DeepMind เมื่อ 14 ต.ค. 2026 และนำเสนอที่งาน Singapore International Cyber Week (SICW 2026) เป็นส่วนหนึ่งของ National AI Partnership ระหว่าง Google DeepMind กับรัฐบาลสิงคโปร์
  • ทำงานอย่างไร: Gemma ที่ฝึกต่อ (fine-tune) ด้วยบทสนทนาสแกมในท้องถิ่น ทำงานคู่กับตัวกรองขนาดเล็กแบบสองชั้น เมื่อพบรูปแบบการชักจูง จะแสดงคำเตือนแบบทันทีให้ผู้ใช้หยุดและระวังก่อนให้ข้อมูลสำคัญหรือเงิน
  • ความเป็นส่วนตัว: โมเดลจะเข้าถึงบทสนทนาในเครื่องได้เฉพาะเมื่อผู้ใช้ยินยอม ตามเงื่อนไขของแอปที่นำไปใช้ และผู้พัฒนาระบุว่าทั้ง Google และรัฐบาลสิงคโปร์เข้าถึงบทสนทนาผ่านระบบนี้ไม่ได้
  • ยังไม่เปิดใช้: ยังไม่มีวันเปิดใช้ ยังไม่ระบุแอป และ Google DeepMind ใช้คำว่า "เมื่อนำไปใช้" (when deployed) ตลอดโพสต์
  • ไม่มีตัวเลขความแม่นยำ: ไม่เปิดเผยอัตราการจับถูก อัตราการเตือนผิด ขนาดโมเดล หรือรุ่นของ Gemma ที่ใช้
  • ไทย: ไม่มีแผนที่ประกาศ Google DeepMind บอกเพียงว่ากำลังสำรวจการใช้ในประเทศอื่น โดยไม่ระบุประเทศ

ระบบนี้ทำงานอย่างไร

Google DeepMind อธิบายว่าโมเดลทั่วไปมักจับกลโกงที่เป็นแบบเฉพาะท้องถิ่นได้ไม่ดี ทีมจึงนำ Gemma ซึ่งเป็นโมเดลแบบเปิดของ Google ที่ออกแบบให้รันได้ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ไปจนถึงมือถือ มาฝึกต่อด้วยบทสนทนาสแกมในสิงคโปร์ ตั้งแต่การปลอมเป็นหน่วยงานรัฐ ธนาคาร และบุคคลที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น ไปจนถึงกลโกงที่กำลังระบาดในภูมิภาค เพื่อให้แยก "แชตทั่วไป" ออกจาก "การชักจูงจริง" ได้

ความยากคือการรันโมเดลตรวจสแกมบนมือถือโดยไม่ทำให้แบตหมดเร็ว ทีมจึงแบ่งงานเป็นสองชั้น

แผนภาพระบบตรวจสแกมสองชั้นในมือถือ: ตัวกรองขนาดเล็กคัดทุกข้อความ แล้ว Gemma ที่ฝึกด้วยสแกมในสิงคโปร์อ่านบทสนทนาที่น่าสงสัยเพื่อเตือนหรือปัดตก โดยไม่ส่งแชตขึ้นคลาวด์
ชั้นทำอะไรทำไมแบ่งแบบนี้ (ReadEval สรุปจากโพสต์)
ชั้น 1 ตัวกรองขนาดเล็กคัดทุกข้อความขาเข้า โดยใช้พลังงานน้อย มองหาสัญญาณที่อาจเป็นภัยใช้พลังงานน้อย จึงคัดได้ทุกข้อความ
ชั้น 2 Gemma ที่ฝึกต่ออ่านบทสนทนาช่วงที่ยาวขึ้น เพื่อยืนยันว่าเป็นภัยหรือปัดตกว่าเป็นสัญญาณหลอกใช้โมเดลที่หนักกว่าเฉพาะกรณีที่น่าสงสัย
ผลลัพธ์แสดงคำเตือนทันทีบนเครื่อง ให้หยุดและระวังก่อนให้ข้อมูลสำคัญหรือเงินโพสต์อธิบายว่าเป็นคำเตือน ไม่ได้บอกว่าจะบล็อกการโอน

ที่มา: บล็อก Google DeepMind (14 ต.ค. 2026)

ด้านการพัฒนา Google DeepMind ระบุ 3 ข้อ

  • ฝึกในพื้นที่ของรัฐ (Sovereign Sandbox): การฝึกต่อทำในระบบ Google Cloud (GCP) ที่ GovTech Singapore ดูแลเอง โดยแยกข้อมูลฝึกออกจากระบบอื่น
  • ไม่ใช้ข้อมูลประชาชน: ไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ แต่ใช้ชุดข้อมูลที่ลบตัวตนแล้วจากรายงานสแกมและแหล่งข่าวกรอง
  • ทดสอบหนัก: ทดสอบกับบทสนทนาที่สร้างขึ้น (synthetic) และคลังข้อความท้องถิ่น ให้ครอบคลุมสแกมหลายประเภทและกลวิธีปลอมตัวที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ The Straits Times (ผ่าน The Star) รายงานเพิ่มว่าบทสนทนาที่สร้างขึ้นสะท้อนสำนวนการพูดแบบท้องถิ่น และโมเดลจะถูกฝึกต่อเนื่องตามกลโกงใหม่

แชตของฉันจะถูกส่งให้ Google หรือรัฐบาลไหม

ตามโพสต์ของ Google DeepMind คำตอบคือไม่ เพราะโมเดลทำงานในเครื่องทั้งหมด และ "ทั้งรัฐบาลสิงคโปร์และ Google จะเข้าถึงบทสนทนาของผู้ใช้ผ่านการนำโมเดลนี้ไปใช้ไม่ได้" โมเดลจะเข้าถึงบทสนทนาได้เฉพาะเมื่อผู้ใช้ยินยอม ตามเงื่อนไขการใช้งานของแอปที่นำโมเดลไปใช้

Mark Chen ผู้อำนวยการด้าน Trust and Safety ของ GovTech Singapore กล่าวว่า "การต่อสู้กับสแกมไม่ควรต้องแลกกับความเป็นส่วนตัว" และอธิบายว่าการนำ AI มาไว้ในเครื่องของประชาชน ทำให้จับสแกมที่เจาะจงเป้าหมายในท้องถิ่นได้ทันที โดยการสื่อสารส่วนตัวยังเป็นส่วนตัว ส่วน JJ Geewax ผู้อำนวยการด้าน Applied AI ของ Google DeepMind ซึ่งเขียนโพสต์นี้ร่วมกับ Miguel de Andrés ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ (group product manager) ถูก Marketing-Interactive อ้างคำพูดว่าโครงการนี้พิสูจน์ว่าความปลอดภัยดิจิทัลกับความเป็นส่วนตัวอยู่ร่วมกันในเครื่องได้

ข้อควรอ่านให้ครบมี 2 จุด

  • คำยืนยันมีขอบเขต: ประโยคในโพสต์เขียนว่า "ผ่านการนำโมเดลนี้ไปใช้" (through its deployment) หมายถึงตัวโมเดลไม่ส่งแชตออกไป แต่แอปที่นำโมเดลไปใช้มีเงื่อนไขการใช้งานของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นแอปไหน
  • ยังเป็นคำยืนยันของผู้พัฒนา: ReadEval ไม่พบผลตรวจสอบจากฝ่ายอิสระ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของระบบที่ยังไม่ได้เปิดใช้

ใช้ได้เมื่อไร และอยู่ในแอปไหน

ยังไม่มีคำตอบจากแหล่งไหนเลย

คำถามสิ่งที่ยืนยันได้ที่มา
เปิดใช้แล้วหรือยังยัง การนำไปใช้ในแอปจะ "ทยอยเป็นระยะอย่างระมัดระวัง" และพัฒนาร่วมกับรัฐบาลสิงคโปร์Google DeepMind
เปิดเมื่อไรยังไม่ประกาศวันThe Star (จาก The Straits Times)
ติดตั้งอย่างไรรายละเอียดว่าผู้ใช้ Android จะติดตั้งและใช้อย่างไรจะประกาศภายหลังSingapore Business Review
ใช้บนมือถือแบบไหนสื่อหลายแห่งรายงานว่าเป็นของผู้ใช้ Android แต่โพสต์ของ Google DeepMind ไม่ได้เอ่ยถึงระบบปฏิบัติการใดเลยThe Star, Marketing-Interactive, Singapore Business Review
จะเป็นฟีเจอร์ติดมากับ Android ไหมยังไม่ชัดเจนThe Star (จาก The Straits Times)
ตรวจแชตในแอปไหนThe Straits Times เขียนว่าวิเคราะห์ข้อความในแอปแชต "เช่น WhatsApp และ Telegram" แต่ยังไม่มีแอปใดประกาศว่ารองรับ และโพสต์ต้นฉบับพูดเพียงว่า "แอปที่ประชาชนติดตั้ง"The Star, Google DeepMind

ReadEval มองว่าคำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบคือ โมเดลจะ "เห็น" แชตในแอปอื่นได้อย่างไร เพราะโพสต์บอกว่าโมเดลทำงานภายในแอปและอยู่ใต้เงื่อนไขของแอปนั้น ถ้าอยู่ในแอปของรัฐ ก็ต้องรู้ว่าแอปนั้นขอสิทธิ์อะไรจากเครื่อง ถ้าอยู่ในแอปแชตเอง ก็ต้องรอให้ผู้ให้บริการแชตเข้าร่วม ซึ่งยังไม่มีรายใดประกาศ

แม่นแค่ไหน

ยังไม่มีใครรู้ โพสต์ของ Google DeepMind ไม่มีตัวเลขผลทดสอบเลย ทั้งอัตราการจับสแกมได้ อัตราการเตือนผิด หรือขนาดและรุ่นของ Gemma ที่ใช้ สื่อที่รายงานข่าวนี้ก็ไม่มีตัวเลขเพิ่มเติม

เรื่องนี้สำคัญกับระบบเตือนสแกมเป็นพิเศษ ถ้าเตือนพลาดบ่อย ผู้ใช้จะเริ่มกดปิดคำเตือนโดยไม่อ่าน แต่ถ้าปล่อยหลุดบ่อย ผู้ใช้ก็อาจเชื่อใจแชตที่ไม่มีคำเตือน ชั้นที่ 2 ของระบบออกแบบมาเพื่อปัดสัญญาณหลอกโดยตรง แต่จะทำได้ดีแค่ไหนต้องรอผลจากการใช้งานจริงหรือการทดสอบที่เปิดเผย

ต่างจากระบบตรวจสแกมใน Google Messages อย่างไร

วันเดียวกัน (14 ต.ค. 2026) Google ประกาศโหมด Enhanced protection ใน Google Messages ซึ่ง ReadEval เขียนถึงแล้ว สองระบบนี้แก้ปัญหาเดียวกัน แต่เลือกทางต่างกัน

โมเดลของ Google DeepMind กับ GovTechEnhanced protection ใน Google Messages
อ่านบทสนทนาที่ไหนในเครื่องทั้งหมดใช้ Gemini บนคลาวด์ใน Private AI Compute ของ Google อ่านบริบทแชตกับผู้ส่งที่ไม่รู้จัก ส่วนการตรวจลิงก์ใช้ Gemini Nano ในเครื่อง
โมเดลGemma ที่ฝึกต่อด้วยสแกมในสิงคโปร์Gemini
ผู้ใช้ต้องทำอะไรยินยอมตามเงื่อนไขของแอปที่นำไปใช้เลือกเปิดเอง (opt-in)
สถานะยังไม่เปิดใช้ ยังไม่ระบุแอปGoogle บอกว่าจะทยอยปล่อยในอีกไม่กี่สัปดาห์
ประเทศฝึกด้วยสแกมในสิงคโปร์ประกาศไม่ได้ระบุประเทศ และบอกว่าบางฟีเจอร์อาจไม่มีในทุกประเทศ

ที่มา: บล็อก Google DeepMind และบล็อก Google (14 ต.ค. 2026)

ส่วนแนวคิดเตือนว่าผู้ใช้อาจกำลังถูกหลอกโอนเงินฝั่ง iPhone อ่านได้ในข่าวเรื่อง iOS 27

คนไทยใช้ได้ไหม

ยังไม่ได้ และยังไม่มีแผนสำหรับไทยที่ประกาศออกมา โมเดลนี้ฝึกด้วยสแกมในสิงคโปร์โดยเฉพาะ ส่วนประโยคเดียวที่พูดถึงประเทศอื่นคือ Google DeepMind "ตั้งตารอจะเล่าเพิ่มเติม" เกี่ยวกับความร่วมมือกับสิงคโปร์ และกำลังสำรวจศักยภาพในการนำเทคโนโลยีลักษณะเดียวกันไปใช้ในประเทศอื่น โดยไม่ระบุว่าประเทศใด ถ้าจะใช้กับไทย ReadEval ประเมินว่าน่าจะต้องฝึกโมเดลใหม่ด้วยภาษาและกลโกงแบบไทย เพราะเหตุผลที่ผู้พัฒนาให้ไว้เองคือโมเดลทั่วไปจับกลโกงท้องถิ่นได้ไม่ดี

จุดที่แหล่งข่าวเขียนไม่ตรงกัน

ประเด็นต้นฉบับ (Google DeepMind)สื่อบางแห่งReadEval ยึดตาม
สถานะ"เมื่อนำไปใช้" และ "จะทยอยปล่อย"AI Weekly พาดหัวว่า "ship" และเขียนว่า "ได้นำไปใช้แล้ว" (have deployed)ต้นฉบับ ยังไม่เปิดใช้ ซึ่ง The Star, Marketing-Interactive และ Singapore Business Review ก็รายงานว่ายังอยู่ระหว่างพัฒนา
ระบบปฏิบัติการไม่ระบุThe Star (จาก The Straits Times), Marketing-Interactive และ Singapore Business Review ระบุว่าเป็นของผู้ใช้ Androidรายงานว่าเป็น Android แต่ต้นฉบับไม่ได้ยืนยัน
แอปที่ตรวจ"แอปที่ประชาชนติดตั้ง" ไม่ระบุชื่อThe Straits Times ยกตัวอย่าง WhatsApp และ Telegramยังไม่มีแอปใดประกาศว่ารองรับ

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Val · โต๊ะความปลอดภัย

แนวคิดน่าสนใจและตอบโจทย์สแกมยุคใหม่ตรงจุด แต่ตอนนี้ยังเป็นงานต้นแบบที่ไม่มีวันเปิดใช้และไม่มีตัวเลขให้ตัดสิน

จุดที่น่าสนใจคือการแบ่งงานสองชั้น ตัวกรองเล็กคอยเฝ้า แล้วค่อยเรียกโมเดลใหญ่กว่ามาเฉพาะตอนจำเป็น นี่คือวิธีที่ทำให้ AI อ่านแชตได้ตลอดบนมือถือโดยไม่ต้องส่งข้อความขึ้นคลาวด์ ซึ่งต่างจากทางที่ Google Messages เลือกในวันเดียวกัน สองแนวทางนี้สะท้อนการแลกกันที่ชัดเจน คลาวด์ใช้โมเดลที่ใหญ่กว่าได้ ส่วนในเครื่องเก็บข้อมูลไว้กับผู้ใช้ได้ดีกว่า

สิ่งที่ยังต้องรอดูมี 3 อย่าง คือแอปไหนจะนำไปใช้และขอสิทธิ์อะไร โมเดลเตือนถูกและผิดบ่อยแค่ไหน และมีใครนอกจาก Google กับรัฐบาลสิงคโปร์ได้ตรวจคำยืนยันเรื่องความเป็นส่วนตัวหรือไม่ จนกว่าจะมีคำตอบ ข่าวนี้ควรอ่านเป็นการประกาศทิศทาง ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ใช้ได้แล้ว

ข้อคิดที่ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ AI ตัวไหน คือคำเตือนที่ระบบนี้ออกแบบมาให้แสดง ถ้าแชตพาไปสู่การโอนเงินหรือขอข้อมูลสำคัญ ให้หยุดก่อนเสมอ

แหล่งที่มา

  1. Google DeepMind: Google DeepMind and Singapore Government collaborate to build fine-tuned AI model for scam detection (14 ต.ค. 2026)
  2. The Star (จาก The Straits Times/ANN): Google, Singapore's GovTech developing first-of-its-kind AI model to flag scams in real time for Android users (14 ต.ค. 2026)
  3. Marketing-Interactive: Google, GovTech develop on-device AI model to detect scams in Singapore
  4. Singapore Business Review (ผ่าน Longbridge): Singapore, Google develop on-device AI scam detector (15 ต.ค. 2026)
  5. Tech Coffee House: Google และสิงคโปร์ ประกาศ AI ตรวจสแกมและความร่วมมือด้านไซเบอร์ (14 ต.ค. 2026)
  6. AI Weekly: DeepMind and GovTech Singapore ship on-device Gemma scam filter (ตัวอย่างสื่อที่เขียนว่าเปิดใช้แล้ว)
  7. Google Blog: New Android protections to help keep you safe from mobile scams (14 ต.ค. 2026)
  8. Google DeepMind: Gemma
  9. Google DeepMind: Strengthening Singapore's AI Future: A New National Partnership (20 พ.ค. 2026)
  10. Wikimedia Commons: Flag of Singapore