Google เติมข้อยกเว้นในนโยบาย ข้อมูล Gmail และ Photos ที่เชื่อมกับ AI อาจถูกใช้เลือกโฆษณา
นโยบายฉบับ 16 ต.ค. 2026 ระบุว่าถ้าคุณเชื่อม Gmail หรือ Google Photos กับ AI ของ Google ผ่าน Personal Intelligence ข้อมูลที่ AI ดึงไปอาจถูกใช้เลือกโฆษณา
สารบัญ (9 หัวข้อ)
- สรุปประเด็นสำคัญ
- นโยบายเปลี่ยนตรงไหนบ้าง
- Personal Intelligence คืออะไร และเชื่อมอะไรได้บ้าง
- Google ใช้อะไรจากอีเมลและรูปไปเลือกโฆษณา
- นอกจากโฆษณา ยังมีเรื่องการฝึก AI และคนตรวจ
- คนไทยใช้ฟีเจอร์นี้ได้หรือยัง
- เช็กและปิดอย่างไร
- ปิดโฆษณาอย่างเดียว แต่เก็บ Personal Intelligence ไว้ได้ไหม
- บทวิเคราะห์จาก ReadEval
ตั้งแต่ปี 2017 Google สัญญาว่าจะไม่เอาเนื้อหาในอีเมลไปเลือกโฆษณา และนโยบายความเป็นส่วนตัวก็เขียนไว้ชัดว่า "เราไม่แสดงโฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับคุณโดยอิงจากเนื้อหาใน Drive, Gmail หรือ Photos" กลางเดือนตุลาคมนี้ประโยคนั้นยังอยู่ แต่ถูกเติมท้ายว่า "เว้นแต่คุณเลือกให้บริการอื่นของ Google ที่รองรับโฆษณาแบบปรับให้เหมาะกับคุณเข้าถึงข้อมูลจากบริการเหล่านี้"
"บริการอื่น" ที่ว่าคือ Personal Intelligence ฟีเจอร์ที่ให้ AI ของ Google ทั้งโหมดค้นหาแบบถามตอบ (AI Mode) และแอป Gemini อ่าน Gmail กับ Google Photos ของคุณเพื่อตอบให้ตรงตัวขึ้น เช่น ถามหาร้านอาหารใกล้ที่พัก ระบบอาจดูอีเมลยืนยันการจองโรงแรมมาประกอบ เหมือนยื่นกุญแจตู้จดหมายให้ผู้ช่วยไปวางแผนทริป ปัญหาคือผู้ช่วยคนนี้ทำงานในบริษัทโฆษณา ต่างกันตรงที่เขาไม่ได้ยื่นจดหมายให้ร้านค้า Google ยืนยันว่าผู้ลงโฆษณาไม่เห็นอีเมลหรือรูปของคุณ
หน้าช่วยเหลือของ Google เขียนว่าโฆษณาจะไม่ "อิงโดยตรง" จากกล่องจดหมายหรือคลังรูป แต่บทสรุปและสิ่งที่ AI อนุมานจากอีเมลและรูปเพื่อตอบคุณ "อาจถูกใช้แสดงโฆษณา" ด้วย และ Google เพิ่งบอกสื่อด้านการตลาดว่าเริ่มทดลองแสดงโฆษณาใน AI Mode ให้คนที่เชื่อมแอป ซึ่งเดิมไม่มีโฆษณาเลย ข่าวดีคือ Google ยังคงไม่ใช้เรื่องอ่อนไหวอย่างศาสนาหรือสุขภาพมาเลือกโฆษณา
ฟีเจอร์นี้ต้องกดเปิดเอง แต่ Ars Technica ตั้งข้อสังเกตว่า Google ใช้หน้าต่างเด้งชวนเปิดโดยไม่อธิบายผลให้ครบ คุณจึงอาจเปิดไว้โดยไม่รู้ตัว หน้าช่วยเหลือของ Google มีไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ผู้ใช้อายุ 18 ปีขึ้นไปเชื่อม Gmail กับการค้นหาได้ แต่ยังทยอยเปิด และไม่ได้บอกว่าทดลองโฆษณาในประเทศใด
ถ้าไม่อยากให้อีเมลและรูปเกี่ยวกับโฆษณา ให้เปิดหน้า Search Services Personalization ในบัญชี Google และหน้า Connected Apps ใน Gemini แล้วตัดการเชื่อม Gmail กับ Google Photos ถ้ายังอยากใช้ฟีเจอร์ต่อ อีกทางคือปิดโฆษณาแบบปรับให้เหมาะกับคุณใน My Ad Center แม้ Google ยังไม่ได้ยืนยันตรง ๆ ว่าครอบคลุมกรณีนี้ ขั้นตอนทีละเมนูและจุดที่สื่อเขียนไม่ตรงกันอยู่ด้านล่าง
สรุปประเด็นสำคัญ
- นโยบายฉบับ 16 ต.ค. 2026 เติมข้อยกเว้น: Google ยังไม่ใช้เนื้อหาใน Drive, Gmail หรือ Google Photos เลือกโฆษณา "เว้นแต่คุณเลือก" ให้บริการอื่นที่รองรับโฆษณาเข้าถึงข้อมูลนั้น
- ช่องทางหลักคือ Personal Intelligence: เมื่อเชื่อม Gmail หรือ Google Photos กับบริการค้นหา (Search services) บทสรุปและสิ่งที่ AI อนุมานจากข้อมูลนั้นอาจถูกใช้แสดงโฆษณาได้ ตามหน้าช่วยเหลือของ Google
- โฆษณาเริ่มเข้ามาใน AI Mode: Google ยืนยันว่ากำลังทดลองแสดงโฆษณาใน AI Mode ให้ผู้ที่เชื่อมแอปผ่าน Personal Intelligence ซึ่งเดิมไม่มีโฆษณา
- ปิดได้: ตัดการเชื่อมแอปใน Search Services Personalization และใน Gemini หรือปิดโฆษณาแบบปรับให้เหมาะกับคุณทั้งบัญชีใน My Ad Center
นโยบายเปลี่ยนตรงไหนบ้าง
Android Authority เป็นผู้พบการเปลี่ยนแปลงนี้ก่อน ตามที่ The Verge และ Ars Technica รายงาน ReadEval เปิดหน้าเปรียบเทียบที่ Google เก็บไว้ในคลังนโยบาย (policies.google.com/privacy/archive) ระหว่างฉบับที่มีผล 1 ต.ค. 2026 กับฉบับปัจจุบันที่มีผล 16 ต.ค. 2026 แล้วพบว่าส่วนที่แก้อยู่ในหัวข้อการใช้ข้อมูลเพื่อปรับบริการและโฆษณาทั้งหมด

ประโยคเดิมที่เคยจบแค่ "Drive, Gmail หรือ Photos" ถูกเติมข้อยกเว้นต่อท้าย และยังมีจุดแก้อื่นในส่วนเดียวกันอีก 3 จุด
| จุดที่แก้ | ฉบับ 1 ต.ค. 2026 | ฉบับ 16 ต.ค. 2026 |
|---|---|---|
| ย่อหน้าใหม่เรื่องให้บริการหนึ่งเข้าถึงข้อมูลของอีกบริการ | ไม่มี | "คุณอาจเลือกให้บริการบางอย่างของ Google เช่น Search หรือ Gemini Apps เข้าถึงข้อมูลจากบริการอื่นที่คุณใช้ เช่น Google Photos และแอป Workspace อย่าง Gmail และ Drive ... ตัวอย่างเช่น Search อาจประมวลผลข้อมูลบางส่วนที่คุณอนุญาตให้ Search เข้าถึง เพื่อปรับเนื้อหาให้เหมาะกับคุณ รวมถึงโฆษณา" |
| ที่มาของโฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับคุณ | "ความสนใจและกิจกรรมของคุณในบริการต่าง ๆ ของ Google" | "ความสนใจ กิจกรรม หรือเนื้อหาที่ปรับให้เหมาะกับคุณจากบริการของ Google" |
| ข้อยกเว้นเรื่อง Drive, Gmail, Photos | "เราไม่แสดงโฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับคุณโดยอิงจากเนื้อหาของคุณใน Drive, Gmail หรือ Photos" | เติม "เว้นแต่คุณเลือกให้บริการอื่นของ Google ที่รองรับโฆษณาแบบปรับให้เหมาะกับคุณเข้าถึงข้อมูลจากบริการเหล่านี้" |
| คำอธิบายเพิ่มเติม (footnote) | ไม่มี | ถ้าคุณให้บริการหนึ่งประมวลผลข้อมูลของอีกบริการ "รวมถึงฟีเจอร์อย่าง Personal Intelligence" ข้อมูลเดียวกันอาจถูกใช้ปรับประสบการณ์ เช่น Search ใช้รายละเอียดการจองจากอีเมลแนะนำสิ่งที่น่าทำใกล้โรงแรม |
คำแปลในตารางเป็นของ ReadEval ข้อความภาษาอังกฤษฉบับเต็มอยู่ในหน้านโยบายของ Google ส่วนประโยคที่ว่า Google ไม่ใช้หมวดหมู่อ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา รสนิยมทางเพศ หรือสุขภาพ มาเลือกโฆษณา และไม่ส่งข้อมูลที่ระบุตัวคุณ เช่น ชื่อหรืออีเมล ให้ผู้ลงโฆษณา ยังอยู่เหมือนเดิม
Google ยังกลับไปเติมหมายเหตุลงในบล็อกปี 2017 ที่ Diane Greene ซึ่งตอนนั้นเป็นซีอีโอของ Google Cloud ประกาศว่า "เนื้อหาใน Gmail ของผู้ใช้ทั่วไปจะไม่ถูกใช้หรือสแกนเพื่อปรับโฆษณาใด ๆ" หมายเหตุลงวันที่ 16 ต.ค. 2026 ระบุว่า Google เพิ่มฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้เลือกเชื่อมแอป Workspace กับบริการอื่น และ "ถ้าผู้ใช้เลือกเปิดฟีเจอร์เหล่านี้ ข้อมูลจากแอป Workspace จะถูกประมวลผลเพื่อปรับประสบการณ์อื่นของ Google และข้อมูลชุดย่อยเดียวกันนั้นอาจถูกใช้แสดงโฆษณาด้วย ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของผู้ใช้"
Personal Intelligence คืออะไร และเชื่อมอะไรได้บ้าง
Google เปิดตัว Personal Intelligence ในเดือนมกราคม 2026 และเปิดให้ผู้ใช้ทุกคนในสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม ตามที่ Fast Company รายงาน ฟีเจอร์นี้มีอยู่ 2 ที่ ซึ่งตั้งค่าแยกกัน
| ที่ | ใช้กับอะไร | แอปที่เชื่อมได้ (ตามหน้าช่วยเหลือของ Google) |
|---|---|---|
| บริการค้นหา (Search services) | AI Mode และ Ask Maps | Google Workspace (ตอนนี้คือ Gmail และ Google Calendar) และ Google Photos |
| แอป Gemini | Gemini บนแอปมือถือ เว็บ gemini.google.com, Gemini ใน Chrome และบนนาฬิกา | Contacts, Google Photos, Google Wallet, Google Workspace, Search services และ YouTube |
จุดที่หลายคนไม่ทันสังเกตคือ หน้าช่วยเหลือของ Google ระบุว่า การเชื่อมแอปกับบริการค้นหาครั้งเดียวจะอนุญาตให้ "บริการค้นหาทั้งหมด" เข้าถึง Gmail, Google Calendar และ Google Photos ได้ ไม่ใช่แค่ AI Mode โดยบริการค้นหาหมายถึง Google Search (รวม AI Mode และ Discover), Maps (รวม Ask Maps), Shopping, Flights, Hotels, Translate และ News
ฝั่งค้นหาจะใช้อีเมลได้ก็ต่อเมื่อเปิดเงื่อนไขครบ ได้แก่ ใช้บัญชี Google ส่วนตัว เปิด Personalized Recommendations ในบริการค้นหา เชื่อมแอป และเปิด "Smart features in other Google products" ใน Gmail ส่วน Google Photos ต้องเปิด Face Groups เลือกหน้าตัวเอง และเปิดการประมาณตำแหน่งที่ขาดหาย (Estimate missing locations) ก่อน
Google ใช้อะไรจากอีเมลและรูปไปเลือกโฆษณา
หน้าคำถามที่พบบ่อยของ Personal Intelligence ตอบคำถาม "ถ้าเชื่อมแอปแล้ว Gmail หรือ Google Photos ของฉันจะถูกใช้แสดงโฆษณาไหม" ไว้ดังนี้ (แปลโดย ReadEval)
โฆษณาจะไม่ได้อิงโดยตรงจากกล่องจดหมาย Gmail หรือคลังรูป Google Photos ของคุณ ถ้าคุณเชื่อมแอปกับบริการค้นหา Search อาจอ้างอิงบทสรุป ข้อความที่ยกมา และสิ่งที่อนุมานได้จากแหล่งเหล่านี้ เพื่อปรับประสบการณ์และทำสิ่งต่าง ๆ ให้คุณ ข้อมูลเดียวกันนั้นอาจถูกใช้แสดงโฆษณาให้คุณ เพื่อให้โฆษณามีประโยชน์กับคุณยิ่งขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ Google ไม่ได้สแกนอีเมลทั้งกล่องเพื่อสร้างโปรไฟล์โฆษณา แต่ถ้าคุณถาม AI Mode แล้วระบบดึงข้อมูลจากอีเมลมาตอบ สิ่งที่ดึงมานั้นอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกโฆษณา Google ให้แถลงการณ์กับ Ars Technica ว่า "การเชื่อมแอปเป็นทางเลือกที่ผู้ใช้ต้องเลือกเปิดเองทั้งหมด โฆษณาจะยังเกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ อย่างคำค้นของคุณ บริบทของคำตอบ และความสนใจของคุณ" และโฆษกของ Google บอก Ars ว่าการแก้ถ้อยคำครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนวิธีที่ Google จัดการข้อมูลกับพันธมิตรด้านโฆษณา
เรื่องโฆษณาใน AI Mode ก็เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน Search Engine Roundtable อ้างว่าเมื่อเดือนมีนาคม Google เคยบอกว่า "ตอนนี้ยังไม่มีโฆษณาสำหรับคนที่เลือกเชื่อมแอปกับ AI Mode" แต่ล่าสุด Google บอก Search Engine Land ว่า "กำลังเริ่มทดลองแสดงโฆษณาใน AI Mode ให้ผู้ใช้ที่เชื่อมแอปผ่าน Personal Intelligence" ส่วนแอป Gemini นั้น Ars Technica ระบุว่ายังไม่มีโฆษณา
นอกจากโฆษณา ยังมีเรื่องการฝึก AI และคนตรวจ
หน้าช่วยเหลือเดียวกันระบุเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเชื่อมแอปอีก 3 ข้อ
- ใช้ฝึกโมเดล AI: Google ไม่ฝึกโมเดลจากกล่องจดหมายหรือคลังรูปโดยตรง แต่ฝึกจากบทสรุป ข้อความที่ยกมา และสิ่งที่อนุมานได้จากอีเมลและไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับคำถาม และบางกรณีที่อีเมลสั้นหรือเกี่ยวข้องมาก "บทสรุปอาจเป็นอีเมลหรือไฟล์นั้นทั้งฉบับ"
- มีคนตรวจ: ข้อมูลบางส่วนที่ AI Mode และ Ask Maps ประมวลผลจะถูกส่งให้ผู้ตรวจที่เป็นมนุษย์ (รวมผู้ให้บริการภายนอกที่ผ่านการอบรม) โดย Google ตัดการเชื่อมโยงกับบัญชีและลดข้อมูลส่วนตัวก่อน และ Google เขียนเองว่า "อย่าเชื่อมแอปถ้ามีข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลลับที่คุณไม่อยากให้ผู้ตรวจเห็น"
- ตัดการเชื่อมแล้วข้อมูลเก่ายังอยู่: การตัดการเชื่อมหรือลบอีเมลไม่ได้ลบข้อมูลใน Search Services History ซึ่งยังใช้ปรับปรุงบริการได้ ต้องลบเองที่ activity.google.com
คนไทยใช้ฟีเจอร์นี้ได้หรือยัง
หน้าช่วยเหลือของ Google เรื่องการเชื่อมแอปกับบริการค้นหาระบุไทยไว้ในรายชื่อประเทศที่รองรับ และมีภาษาไทยในรายชื่อภาษา สำหรับผู้ใช้อายุ 18 ปีขึ้นไป แต่มีข้อจำกัดดังนี้
- การเชื่อม Google Calendar ใช้ได้เฉพาะในสหรัฐฯ เป็นภาษาอังกฤษ
- การเชื่อม Google Photos "ยังไม่เปิดในทุกภูมิภาค" โดยไม่ได้ระบุว่าไทยอยู่ในกลุ่มไหน
- การเชื่อม Gmail กับ Ask Maps ใน Google Maps ยังไม่มีไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่รองรับ
- Personal Intelligence ใน Gemini ไม่เปิดในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ไนจีเรีย สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ส่วนประเทศอื่น Google บอกว่ากำลังทยอยเปิด
ReadEval จึงยืนยันได้เพียงว่าไทยอยู่ในรายชื่อที่ Google ประกาศ แต่ยืนยันไม่ได้ว่าบัญชีของคุณได้รับฟีเจอร์แล้วหรือยัง และ Google ยังไม่บอกว่าการทดลองโฆษณาใน AI Mode สำหรับผู้ที่เชื่อมแอปเกิดขึ้นในประเทศใดบ้าง วิธีที่แน่นอนที่สุดคือเปิดเมนูตามขั้นตอนด้านล่างแล้วดูว่ามีแอปใดเชื่อมอยู่
เช็กและปิดอย่างไร
ขั้นตอนด้านล่างอ้างจากหน้าช่วยเหลือของ Google ณ วันที่ 25 ต.ค. 2026 ทั้งนี้ Google แจ้งว่ากำลังปรับหน้าตั้งค่าของบริการค้นหา ชื่อเมนูที่คุณเห็นจึงอาจต่างไปบ้าง ReadEval ไม่ได้ทดลองกดในบัญชีจริง
1. ตัดการเชื่อม Gmail และ Photos ออกจากบริการค้นหา (จุดที่เกี่ยวกับโฆษณาโดยตรง)
- เปิด Google Account (myaccount.google.com) บนคอมพิวเตอร์ แล้วไปที่ Data & privacy > Personalization settings
- เลือก Personalized Recommendations in Search services หรือเข้าตรงที่ google.com/search-personalization ซึ่งจะเปิดหน้า Search Services Personalization
- ไปที่ Additional Personal Intelligence > Connected Content Apps
- ดูว่า Google Workspace และ Google Photos เชื่อมอยู่หรือไม่ ถ้าเชื่อมอยู่และไม่ต้องการ ให้ตัดการเชื่อม
ถ้าไม่อยากให้บริการค้นหาปรับผลตามข้อมูลของคุณเลย ก็ปิด Personalized Recommendations ในหน้าเดียวกันได้ เพราะเป็นเงื่อนไขของการใช้ Personal Intelligence ในการค้นหา แต่ Google ระบุว่าการปิดข้อนี้ไม่ได้ลบ Search Services History และไม่ได้ปิดการปรับเนื้อหาในบริการอื่นของ Google
2. ตัดการเชื่อมใน Gemini
- เปิด Gemini (gemini.google.com หรือแอป)
- ไปที่ Settings & help > Personal Intelligence > Connected Apps
- ปิดสวิตช์ของแอปที่ไม่ต้องการ เช่น Google Workspace, Google Photos หรือ Search services
การปิด Personal Intelligence เฉพาะแชตใดแชตหนึ่งไม่ได้ตัดการเชื่อมแอป และ Google ระบุว่าแชตนั้นยังถูกบันทึกใน Gemini Apps Activity ถ้าไม่อยากให้บันทึกต้องใช้แชตชั่วคราว (temporary chat)
3. ปิดโฆษณาแบบปรับให้เหมาะกับคุณทั้งบัญชี
- เปิด My Ad Center (myadcenter.google.com)
- เลือก Off ที่ Personalized ads แล้วยืนยัน
ตามหน้าช่วยเหลือของ My Ad Center คุณจะยังเห็นโฆษณา แต่เป็นโฆษณาแบบไม่ปรับเฉพาะบุคคลที่อิงบริบท เช่น คำที่กำลังค้นหา หรือตำแหน่งปัจจุบัน และการตั้งค่านี้มีผลกับบริการของ Google ในทุกอุปกรณ์ที่ล็อกอินบัญชีเดียวกัน
4. (ไม่บังคับ) ปิดสิทธิ์ของ Gmail และลบข้อมูลเก่า
- ใน Gmail บนคอมพิวเตอร์ ไปที่ Settings > See all settings > แท็บ General > Google Workspace smart features > Manage Workspace smart feature settings แล้วปิด Smart features in other Google products ซึ่ง Google ระบุว่าเป็นเงื่อนไขให้บริการค้นหาใช้ข้อมูล Gmail ได้
- ลบประวัติที่เกิดขึ้นแล้วใน Search Services History ที่ activity.google.com เพราะการตัดการเชื่อมไม่ได้ลบข้อมูลส่วนนี้
ปิดโฆษณาอย่างเดียว แต่เก็บ Personal Intelligence ไว้ได้ไหม
ข้อนี้สื่อแต่ละสำนักเขียนไว้ไม่ตรงกัน
| แหล่ง | บอกว่าต้องทำอะไร |
|---|---|
| Ars Technica | ถ้าต้องการให้แน่ใจว่าโฆษณาจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัวในทางนี้ ต้องปิด Personal Intelligence |
| The Verge | ตัดการเชื่อมแอปจาก Personal Intelligence ของบริการค้นหา หรือปิด Personalized Recommendations ทั้งหมด |
| Techlicious | ปิดโฆษณาแบบปรับให้เหมาะกับคุณใน My Ad Center ได้แยกต่างหาก แต่ไม่ได้หยุดการประมวลผลข้อมูลจากแอปที่เชื่อมเพื่อปรับคำตอบ AI และพัฒนาโมเดล |
ReadEval ตรวจจากหน้าของ Google เองแล้วพบว่า หมายเหตุในบล็อกปี 2017 เขียนว่าข้อมูลจากแอปที่เชื่อม "อาจถูกใช้แสดงโฆษณา ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของผู้ใช้" ขณะที่หน้าช่วยเหลือของ My Ad Center ระบุว่าเมื่อปิด Personalized ads โฆษณาบนบริการของ Google จะเป็นแบบไม่ปรับเฉพาะบุคคล และจะไม่ใช้ข้อมูลที่คุณบันทึกไว้แสดงโฆษณา ทั้งสองข้อชี้ว่าการปิดใน My Ad Center น่าจะกันข้อมูลจากแอปที่เชื่อมออกจากโฆษณาได้ แต่หน้าคำถามที่พบบ่อยของ Personal Intelligence ไม่ได้กล่าวถึง My Ad Center เลย และเอ่ยถึงเพียงการตัดการเชื่อมแอปเท่านั้น
ข้อสรุปของ ReadEval: ถ้าต้องการความแน่นอน ให้ตัดการเชื่อมแอป (ตรงกับที่ Ars แนะนำ) ถ้าอยากใช้ Personal Intelligence ต่อ ให้ปิด Personalized ads ใน My Ad Center ซึ่งตามถ้อยคำของ Google น่าจะได้ผล แม้ยังไม่มีประโยคยืนยันตรง ๆ และไม่ว่าทางไหน ข้อมูลที่ AI ดึงไปก็ยังใช้ฝึกโมเดลและอาจผ่านตาผู้ตรวจได้ตามที่อธิบายไว้ด้านบน
บทวิเคราะห์จาก ReadEval
Ade · โต๊ะแอปและแพลตฟอร์ม
กำแพงที่เคยกั้น Gmail ออกจากโฆษณายังอยู่ แต่ตอนนี้มีประตูแล้ว และกุญแจคือปุ่มเชื่อมแอปที่คุณอาจกดไปแล้ว
ในทางเทคนิค Google พูดถูกว่าทุกอย่างเป็นทางเลือกของผู้ใช้ และไม่ได้สแกนกล่องจดหมายทั้งกล่องไปขายโฆษณา แต่คำว่า "ไม่อิงโดยตรง" คือรายละเอียดที่ทำให้ข้อยกเว้นนี้เกิดขึ้นได้ เพราะสิ่งที่ AI สรุปและอนุมานจากอีเมลก็คือข้อมูลจากอีเมลในอีกรูปแบบหนึ่ง เรื่องนี้ยังถูกพบผ่านการแก้ถ้อยคำในนโยบายและหน้าช่วยเหลือ ซึ่งสื่อเป็นฝ่ายเจอ มากกว่าการประกาศให้ผู้ใช้รับรู้ตรง ๆ ทั้งที่เป็นการแก้คำสัญญาที่ Google ยึดมาตั้งแต่ปี 2017 เมื่อเดือนกรกฎาคม Lena Cohen นักเทคโนโลยีของ Electronic Frontier Foundation (EFF) เคยบอก Fast Company ว่าผู้ใช้ทั่วไปไม่มีทางรู้ได้ชัดว่าอีเมลของตนเชื่อมกับระบบโฆษณาผ่านฟีเจอร์ AI นี้หรือไม่ ถ้าไม่มีนักข่าวไปถาม และนโยบายฉบับใหม่ก็ตอบคำถามนั้นแล้วว่า "อาจเชื่อม"
สำหรับผู้ใช้ ReadEval มองว่าไม่จำเป็นต้องตื่นตกใจหรือเลิกใช้ Gmail เพราะถ้าคุณไม่เคยเชื่อมแอป ข้อยกเว้นนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ แต่ควรใช้เวลาไม่กี่นาทีเปิดดูว่าเคยเผลอกดเชื่อมไว้หรือไม่ แล้วตัดสินใจเองว่าคำตอบ AI ที่ตรงใจขึ้นคุ้มกับการให้ข้อมูลที่ดึงจากอีเมลและรูปไปใช้ทั้งเลือกโฆษณา ฝึกโมเดล และให้คนตรวจหรือไม่
แหล่งที่มา
- Google Privacy Policy: เปรียบเทียบฉบับ 1 ต.ค. กับ 16 ต.ค. 2026
- Google Privacy Policy (มีผล 16 ต.ค. 2026)
- Google Privacy Policy (ฉบับ 1 ต.ค. 2026)
- Google Search Help: Connect your Google content apps (Personal Intelligence)
- Google Search Help: Manage Personalized Recommendations in Search services
- Gemini Apps Help: Connect your Google apps to personalize your Gemini experience
- My Ad Center Help: How personalized ads work
- Google Blog (2017, อัปเดต 16 ต.ค. 2026): G Suite's Gmail and consumer Gmail to more closely align
- The Verge: Now Google says it might use your Gmail and Google Photos data to target ads
- Ars Technica: Updated Google privacy policy says your Gmail might be used for advertising
- Techlicious: Google can now use insights from your Gmail and Photos to target ads
- Search Engine Roundtable: Google Ads Now In AI Mode With Personal Intelligence
- Fast Company: Google promised not to show ads based on your emails. AI could undo that
- Wikimedia Commons: Google "G" logo