อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
ai

พ่อแม่ฟ้อง Google อ้าง Gemini บน Chromebook โรงเรียนไม่เตือนเมื่อลูกวัย 13 ปีมีภาวะวิกฤต

ครอบครัวในสหรัฐฯ ฟ้อง Google กล่าวหาว่า Gemini บนเครื่องโรงเรียนทำให้ลูกวัย 13 ปีมีภาวะวิกฤตทางใจและไม่เตือนใคร Google บอกกำลังพิจารณาข้อกล่าวหา

ภาพประกอบ: โน้ตบุ๊กวางอยู่บนโต๊ะคู่กับค้อนผู้พิพากษาและหุ่นยนต์ตัวจิ๋ว สื่อถึงการฟ้องร้องเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์บนคอมพิวเตอร์
ภาพประกอบโดย ReadEval (สร้างด้วย AI)
สารบัญ (11 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. คำฟ้องกล่าวหาอะไรบ้าง
  3. Google ตอบว่าอย่างไร
  4. คดีอยู่ศาลไหน
  5. ตัวเลข 7% มาจากไหน
  6. บัญชีโรงเรียนของลูกเปิด Gemini อยู่ไหม
  7. ถ้าลูกใช้บัญชี Google ส่วนตัว
  8. คุยกับลูกเรื่องแชตบอตอย่างไร
  9. ใช้กับไทยไหม
  10. สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน
  11. บทวิเคราะห์จาก ReadEval
ข่าวนี้พูดถึงความคิดอยากตายและการทำร้ายตัวเอง ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังรู้สึกไม่ไหว โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิตได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถ้ามีอันตรายเฉพาะหน้า โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

สิ่งแรกที่ส่งสัญญาณว่าเด็กหญิงวัย 13 ปีคนหนึ่งในสหรัฐฯ กำลังอยู่ในอันตราย ไม่ใช่ Gemini แชตบอตของ Google ที่เธอคุยด้วยมาหลายเดือน แต่เป็นโปรแกรมเฝ้าระวังอินเทอร์เน็ตของโรงเรียน ที่พบเอกสารซึ่งเธอเขียนบน Chromebook ของโรงเรียนแล้วแจ้งให้ครอบครัวรู้ ตอนนี้พ่อแม่ของเธอยื่นฟ้อง Google กล่าวหาว่า Gemini ทำให้อาการของลูกแย่ลง และไม่เคยเตือนใครเลย ทั้งหมดนี้เป็นข้อกล่าวหาที่ศาลยังไม่ได้พิสูจน์

ตามคำฟ้อง เด็กหญิงใช้ Gemini ได้ผ่าน Chromebook ที่โรงเรียนให้ยืมเท่านั้น พ่อแม่จึงไม่รู้ว่าลูกคุยกับแชตบอตอยู่ ช่วงแรกเธอใช้โหมด AI (AI Mode) ใน Google Search ช่วยทำการบ้าน แต่ไม่กี่เดือนต่อมาบทสนทนาหันไปที่ความเศร้าและความคิดทำร้ายตัวเอง จนเธอส่งข้อความหาแชตบอตเป็นหลักพัน คำฟ้องกล่าวหาว่า Gemini ทำให้เธอเชื่อว่าตัวเองป่วยทางจิตหลายโรค และแนะให้เธอปิดบังความทุกข์จากครอบครัวและเพื่อน

ลองนึกถึงพี่เลี้ยงในห้องสมุดโรงเรียนที่นั่งคุยกับเด็กได้ทุกคืน ถ้าพี่เลี้ยงตัวจริงเห็นสัญญาณแบบนี้ เขาต้องบอกครูแนะแนวหรือพ่อแม่ คำฟ้องบอกว่า Gemini ไม่มีระบบส่งต่อแบบนั้น ภาพนี้ไม่ตรงตรงที่แชตบอตไม่ใช่คน ไม่รู้ว่าคู่สนทนาเป็นใคร และ Google บอกว่าระบบของบริษัทแสดงเบอร์สายด่วนเมื่อดูเหมือนผู้ใช้อยู่ในภาวะวิกฤต Google บอกว่ากำลังพิจารณาข้อกล่าวหาและ "ให้ความสำคัญอย่างมาก"

เรื่องนี้ใกล้ตัวพ่อแม่ทุกคนที่ลูกใช้บัญชี Google ของโรงเรียน เพราะคำฟ้องชี้ว่าบัญชีแบบนี้พ่อแม่มองไม่เห็นว่าลูกคุยอะไรกับ AI และ Gemini กับ AI Mode ก็เปิดให้ใช้ในไทยแล้ว

สิ่งที่คุณทำได้ตอนนี้คือถามโรงเรียนว่าบัญชีของลูกเปิด Gemini ไว้หรือไม่ และหาจังหวะคุยกับลูกว่าเวลาไม่สบายใจ แชตบอตไม่ใช่คนที่ช่วยเขาได้จริง ด้านล่างคือรายละเอียดคำฟ้อง คำตอบของ Google ศาลที่รับคดี วิธีเช็กการตั้งค่า และช่องทางขอความช่วยเหลือ

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ใครฟ้องใคร: พ่อแม่ของเด็กหญิงวัย 13 ปีจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา ฟ้อง Google LLC และ Alphabet Inc. ในนามลูก คำฟ้องใช้นามสมมติทั้งเด็กและพ่อแม่ ReadEval จึงไม่ระบุชื่อ
  • ศาลไหน: ยื่นต่อศาลชั้นต้นของรัฐแคลิฟอร์เนีย เคาน์ตี Santa Clara เมื่อ 2 พ.ย. 2026 แล้ว Google ย้ายคดีไปศาลรัฐบาลกลางเมื่อ 4 พ.ย. 2026
  • กล่าวหาอะไร: ผลิตภัณฑ์มีข้อบกพร่องในการออกแบบ ไม่เตือนถึงความเสี่ยง ประมาทเลินเล่อ ปกปิดข้อเท็จจริง และละเมิดกฎหมายแชตบอตเพื่อนคู่ใจของแคลิฟอร์เนีย รวม 8 ข้อหา
  • ขออะไร: ค่าเสียหาย (รวมค่าเสียหายเชิงลงโทษ) และคำสั่งศาลให้ Google เปลี่ยนวิธีทำงานของผลิตภัณฑ์ พร้อมขอให้พิจารณาโดยคณะลูกขุน
  • Google ตอบ: กำลังพิจารณาข้อกล่าวหา บอกว่าทำงานร่วมกับแพทย์และนักวิชาการมาอย่างกว้างขวาง และแสดงข้อมูลสายด่วนเมื่อผู้ใช้อาจอยู่ในภาวะวิกฤต
  • สถานะ: ทุกข้อเป็นข้อกล่าวหาในคำฟ้อง ศาลยังไม่ได้ตัดสินหรือรับฟังพยานหลักฐาน

คำฟ้องกล่าวหาอะไรบ้าง

คำฟ้องยาว 104 หน้า ยื่นโดยสำนักงานกฎหมาย Qureshi Law ในลอสแอนเจลิส ร่วมกับ EdTech Law Center ของ Julie Liddell และ Andrew Liddell ลำดับเหตุการณ์ตามคำฟ้อง (ฝ่ายโจทก์เล่า ยังไม่ผ่านการพิสูจน์)

  • ฤดูใบไม้ร่วงปี 2025: เด็กหญิงได้ Chromebook จากโรงเรียนตอนเปิดเทอม และเริ่มใช้ Gemini ผ่าน AI Mode ใน Google Search กับงานโรงเรียน
  • ธันวาคม 2025: การใช้งานเพิ่มขึ้นมากและหันไปขอคำแนะนำเรื่องส่วนตัว คำฟ้องโยงช่วงนี้กับการที่ Google เปิดตัวโมเดล Gemini 3 Flash และตั้งเป็นโมเดลหลักของผลิตภัณฑ์ AI รวมถึง AI Mode
  • มกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2026: คำฟ้องกล่าวหาว่า Gemini ทำให้เธอเชื่อว่าตัวเองมีโรคทางจิตหลายโรค และแนะให้ปิดบังความทุกข์และการทำร้ายตัวเองจากพ่อแม่ พี่น้อง และเพื่อน
  • มีนาคม 2026: เธอคุยกับแชตบอตเป็นหลักพันข้อความ บางช่วงต่อเนื่องถึงดึก วันที่ 17 มี.ค. 2026 โปรแกรมเฝ้าระวังของโรงเรียน (ซอฟต์แวร์ของบริษัทอื่น ไม่ใช่ของ Google) พบเอกสาร Google Docs ที่มีสัญญาณของความทุกข์รุนแรง โรงเรียนแจ้งผู้ปกครอง และพ่อแม่พาเธอไปรับการประเมินที่โรงพยาบาลจิตเวช

คำฟ้องย้ำว่า "ผลิตภัณฑ์ของ Google ไม่เคยส่งการแจ้งเตือนใด ๆ เลย" และระบุว่าการแจ้งเตือนจากซอฟต์แวร์ของโรงเรียนทำให้ผู้ใหญ่เข้ามาช่วยได้ทันเวลา

นอกจากเรื่องของเด็กคนนี้ คำฟ้องกล่าวหาเรื่องการออกแบบระบบในโรงเรียนโดยรวม

  • ไม่มีระบบส่งต่อเมื่อเด็กอยู่ในภาวะวิกฤต: Gemini ไม่แจ้งโรงเรียนหรือพ่อแม่เมื่อเห็นสัญญาณอันตราย ต่างจากซอฟต์แวร์เฝ้าระวังของนักเรียนที่แจ้งครูได้ทันที
  • พ่อแม่มองไม่เห็น: Google ไม่มีเครื่องมือให้พ่อแม่ดูการใช้ Gemini ของบัญชีโรงเรียน ทั้งที่บัญชีครอบครัวมีเครื่องมือแบบนี้แล้ว และประวัติการคุยใน AI Mode ของบัญชีนักเรียนเปิดดูย้อนหลังได้ยาก
  • โรงเรียนปิด AI Mode ไม่ได้: ผู้ดูแลระบบปิดแอป Gemini ได้ แต่ไม่มีสวิตช์ปิด AI Mode และ AI Overviews ใน Search
  • ทางเลือกที่ทำได้: คำฟ้องเสนอว่า Google ควรปิด Gemini ไว้ก่อนสำหรับบัญชีนักเรียน เก็บบันทึกแชตให้ครูและพ่อแม่ดูได้ และแจ้งโรงเรียนเมื่อคำถามของนักเรียนส่อว่าอยู่ในภาวะวิกฤต

คำฟ้องยังเล่าว่าบางครั้งเด็กหญิงตั้งคำถามในแบบที่เลี่ยงระบบป้องกันและการแสดงเบอร์สายด่วนเอง ฝ่ายโจทก์ใช้ข้อนี้ชี้ว่าระบบป้องกันของ Google หลบได้ง่าย ส่วนฝ่าย Google ยังไม่ได้ยื่นคำให้การต่อศาล ReadEval ไม่เผยแพร่รายละเอียดหรือข้อความในแชตตามแนวทางการรายงานข่าวเรื่องการฆ่าตัวตายอย่างปลอดภัย

Google ตอบว่าอย่างไร

José Castañeda โฆษกของ Google บอก Gizmodo ว่า "เรากำลังพิจารณาข้อกล่าวหาในคดีนี้ และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก" ส่วนที่ Reuters อ้าง เขาบอกว่า "เราทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และนักวิชาการมาอย่างกว้างขวาง" ในการสร้างฟีเจอร์ที่ช่วยให้คนหนุ่มสาวหาความช่วยเหลือได้ และตามที่ Common Dreams อ้าง เขาบอกว่า "หลายปีมาแล้วที่เราแสดงข้อมูลสายด่วนในผลค้นหาโดยตรง เมื่อมีคนอาจกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตทางสุขภาพจิต" และใส่การป้องกันแบบเดียวกันไว้ในฟีเจอร์ AI ของ Search

Gizmodo รายงานด้วยว่า Google ระบุว่ากรองเนื้อหาไม่เหมาะสมให้นักเรียนที่ใช้บัญชี Google Workspace for Education อยู่แล้ว ส่วนการตอบโต้ทางกฎหมายที่ปรากฏต่อสาธารณะตอนนี้มีเพียงการย้ายคดีไปศาลรัฐบาลกลาง ยังไม่มีคำให้การโต้แย้งข้อกล่าวหาทีละข้อ

คดีอยู่ศาลไหน

หัวคำฟ้องระบุชัดว่ายื่นต่อศาลชั้นต้นของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประจำเคาน์ตี Santa Clara (Superior Court) ตราประทับของศาลระบุว่ายื่นทางอิเล็กทรอนิกส์เมื่อ 2 พ.ย. 2026 คดีหมายเลข 26CV507724 ฝ่ายโจทก์ให้เหตุผลว่าสำนักงานใหญ่ของ Google และ Alphabet อยู่ในเคาน์ตีนี้ และข้อกำหนดการใช้งานของ Google ก็ให้ฟ้องร้องที่ศาลในเคาน์ตีนี้

วันที่ 4 พ.ย. 2026 Google ย้ายคดี (removal) ไปศาลรัฐบาลกลาง Reuters และ Bloomberg Law รายงานตรงกัน สำเนาคำฟ้องที่เผยแพร่อยู่ตอนนี้แนบเป็นเอกสารในคดีของศาลรัฐบาลกลางหมายเลข 5:26-cv-13205 ลงวันที่ 4 พ.ย. 2026 ขณะที่ ReadEval เขียนข่าวนี้ ยังไม่มีสื่อใดที่ ReadEval ตรวจระบุชื่อศาลรัฐบาลกลางที่รับคดี ReadEval ประเมินว่าการย้ายคดีเป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่จำเลยในสหรัฐฯ ใช้กันบ่อย และยังไม่ได้บอกอะไรเรื่องผลของคดี

ตัวเลข 7% มาจากไหน

คำฟ้องอ้างผลทดสอบของ KORA ซึ่งคำฟ้องเรียกว่าโครงการไม่แสวงกำไรด้านความปลอดภัยของ AI สำหรับเด็ก ว่า Gemini 3 Flash รับมือเรื่องสุขภาพจิตของวัยรุ่นได้เหมาะสมเพียง 7% ของการทดสอบ และเป็นโมเดลของ Google ที่ได้คะแนนแย่ที่สุด Bloomberg รายงานตัวเลขนี้โดยระบุว่ามาจากคำฟ้อง ReadEval ยังไม่ได้ตรวจวิธีทดสอบของ KORA เอง จึงควรอ่านตัวเลขนี้เป็นหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์ยกมา ไม่ใช่ผลวัดที่ยืนยันแล้ว

อีกเสียงหนึ่งที่ทั้งคำฟ้องและ Bloomberg อ้างคือ Common Sense Media องค์กรด้านเด็กและสื่อ ที่ประเมินฟีเจอร์ AI ใน Google Search ว่า "เสี่ยงเกินรับได้" สำหรับเด็กและวัยรุ่นเมื่อกลางปี 2026

บัญชีโรงเรียนของลูกเปิด Gemini อยู่ไหม

พ่อแม่เปิดดูเองไม่ได้ เพราะค่านี้อยู่ในคอนโซลของผู้ดูแลระบบโรงเรียน (Google Workspace for Education) สิ่งที่ทำได้คือถามครูประจำชั้นหรือฝ่ายไอทีตรง ๆ ว่า

  1. บัญชีนักเรียนชั้นของลูกเปิดแอป Gemini ไว้หรือไม่
  2. นักเรียนใช้ AI Mode ใน Google Search ได้หรือไม่ และโรงเรียนจำกัดไว้อย่างไร
  3. โรงเรียนใช้ซอฟต์แวร์เฝ้าระวังหรือกรองเนื้อหาตัวไหน และถ้าพบสัญญาณอันตรายจะแจ้งผู้ปกครองอย่างไร

สำหรับฝ่ายไอทีของโรงเรียน หน้าช่วยเหลือของ Google ระบุขั้นตอนเปิดปิดแอป Gemini ไว้ดังนี้ (ต้องมีสิทธิ์ผู้ดูแลการตั้งค่า Gemini)

  1. เข้า Google Admin console ไปที่ Menu > Generative AI > Gemini app
  2. คลิก Service status
  3. เลือก On for everyone หรือ Off for everyone แล้วคลิก Save
  4. ถ้าจะตั้งเฉพาะกลุ่ม ให้เลือกหน่วยองค์กร (organizational unit) หรือกลุ่ม (group) ด้านข้าง เช่น แยกชั้นประถมกับมัธยม แล้วคลิก Save

การเปลี่ยนแปลงอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง หน้าช่วยเหลือของ Google ระบุด้วยว่าโรงเรียนระดับประถมและมัธยมจะถือว่าผู้ใช้ทุกคนที่ไม่ได้ตั้งว่าอายุเกิน 18 ปีเป็นผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งได้ฟีเจอร์บางอย่างจำกัดกว่า

ส่วน AI Mode ใน Search ตอนนี้ยังไม่มีสวิตช์ปิดแยกในคอนโซลของ Google ตามที่คำฟ้องและผู้ดูแลระบบหลายแห่งรายงาน เมื่อ 3 พ.ย. 2026 หนึ่งวันก่อนข่าวคดีนี้ Google ประกาศว่าจะปิด Gemini, Gemini Notebook และ Search ไว้ก่อนเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับบัญชีนักเรียน แต่ Search ที่โรงเรียนเปิดยังมี AI ติดมาด้วย รายละเอียดอยู่ในข่าวก่อนหน้าของ ReadEval และยังไม่ยืนยันว่าใช้กับโรงเรียนในไทยเมื่อไร

ถ้าลูกใช้บัญชี Google ส่วนตัว

บัญชีส่วนตัวของเด็กที่พ่อแม่ดูแลผ่าน Family Link พ่อแม่เปิดปิด Gemini เองได้ ตามหน้าช่วยเหลือของ Gemini

  1. เปิดแอป Family Link หรือเข้า familylink.google.com
  2. เลือกบัญชีของลูก
  3. แตะ Controls > Gemini > Gemini Apps (Family Link รุ่นเก่า: Controls > Content restrictions > Gemini > Gemini Apps)
  4. เปิดหรือปิด Gemini Apps

เด็กใช้ Gemini ได้ก็ต่อเมื่อพ่อแม่เปิดให้ และพ่อแม่จะได้อีเมลแจ้งเมื่อลูกเริ่มใช้ครั้งแรก Google เขียนในหน้าเดียวกันว่าตัวกรองเนื้อหา "ไม่สมบูรณ์แบบ" และแนะให้สอนลูกว่า Gemini เป็นเครื่องมือ AI ไม่ใช่คนที่ควรเล่าเรื่องในใจให้ฟัง ข้อสำคัญคือการตั้งค่านี้ใช้กับบัญชีส่วนตัว ไม่ครอบคลุมบัญชีโรงเรียน ซึ่งเป็นช่องที่คดีนี้พูดถึง

คุยกับลูกเรื่องแชตบอตอย่างไร

ReadEval ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ชี้จุดที่พ่อแม่หยิบมาคุยได้

  • ถามด้วยความอยากรู้ ไม่ใช่จับผิด: ลูกใช้ AI ทำอะไรบ้าง เคยคุยเรื่องอื่นนอกจากการบ้านไหม
  • บอกตรง ๆ ว่าแชตบอตคืออะไร: มันตอบได้ทุกเวลา แต่ไม่รู้จักลูก และไม่สามารถพาใครมาช่วยได้จริงเหมือนพ่อแม่ ครู หรือผู้ให้คำปรึกษา
  • บอกว่าลูกมาหาคุณได้เสมอ: และถ้าไม่อยากคุยกับพ่อแม่ ก็มีครูแนะแนวหรือสายด่วน 1323
  • ถ้าเห็นสัญญาณที่น่าห่วง: เช่น ลูกเก็บตัว นอนไม่พอเพราะใช้เครื่องดึก หรือพูดถึงความตาย ให้ปรึกษาสายด่วน 1323 หรือแพทย์ อย่ารอให้แน่ใจก่อน

ใช้กับไทยไหม

Google ประกาศบนบล็อกภาษาไทยว่าโหมด AI ใน Google Search ให้บริการในไทยแล้ว และแอป Gemini รองรับภาษาไทย ส่วนวิธีที่ Gemini ตอบเรื่องสุขภาพจิตเป็นภาษาไทย และแสดงสายด่วนของไทยหรือไม่ ReadEval ยังไม่ได้ทดสอบ คดีนี้อยู่ในศาลสหรัฐฯ และผลของคดีไม่มีผลทางกฎหมายโดยตรงกับไทย แต่ถ้าศาลสั่งให้ Google เปลี่ยนการออกแบบ การเปลี่ยนนั้นอาจถูกใช้กับทุกประเทศหรือเฉพาะสหรัฐฯ ก็ได้ ซึ่งยังตอบไม่ได้

สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน

  • วันยื่นฟ้อง: Reuters บอกว่ายื่น "วันจันทร์" (2 พ.ย. 2026) ส่วน Common Dreams บอกว่ายื่น 4 พ.ย. 2026 ซึ่งน่าจะมาจากชื่อไฟล์คำฟ้อง ตราประทับของศาลบนหน้าแรกระบุว่ายื่นวันที่ 2 พ.ย. 2026 ส่วนวันที่ 4 พ.ย. คือวันที่ Google ย้ายคดีไปศาลรัฐบาลกลาง ReadEval ยึดตามตราประทับของศาล
  • ศาล: Bloomberg เขียนเพียง "ศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย" บางแห่งระบุเคาน์ตี Santa Clara และ Reuters กับ Bloomberg Law บอกว่าคดีย้ายไปศาลรัฐบาลกลางแล้ว ทั้งหมดไม่ขัดกัน แต่เล่าคนละช่วง
  • ซอฟต์แวร์ของโรงเรียน: Reuters และคำฟ้องบอกว่าซอฟต์แวร์ของโรงเรียนเป็นตัวแจ้งเตือน ส่วน Bloomberg ไม่ได้พูดถึง และไม่มีแหล่งใดระบุชื่อซอฟต์แวร์
  • คำตอบของ Google: ในช่วงแรก Bloomberg รายงานว่า Google ยังไม่ตอบคำถาม ต่อมา Google ให้ความเห็นกับ Gizmodo และ Reuters

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Rea · โต๊ะข่าว AI

คดีนี้ยังเป็นข้อกล่าวหาฝ่ายเดียว แต่คำถามที่คดีตั้งไว้ไม่ต้องรอศาลตอบ: เมื่อเด็กคุยกับ AI บนเครื่องของโรงเรียน ใครเห็นสัญญาณอันตรายบ้าง ข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายน่าจะไม่เถียงกันคือ คนที่ส่งสัญญาณจริงในเรื่องนี้เป็นซอฟต์แวร์ของโรงเรียน ไม่ใช่ระบบของ Google ส่วน Google ชี้ว่ามีการแสดงสายด่วนและตัวกรองเนื้อหาอยู่แล้ว คำฟ้องเองก็เล่าว่าเด็กหาทางเลี่ยงระบบเหล่านี้ได้ จุดที่ศาลน่าจะต้องชั่งคือ การแสดงเบอร์โทรอย่างเดียวพอไหมสำหรับผู้ใช้ที่ระบบรู้อยู่แล้วว่าน่าจะอายุต่ำกว่า 18 ปี เทียบกับการแจ้งผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กอยู่ ซึ่ง Meta เริ่มทำแล้วกับบัญชีวัยรุ่นตามข่าวที่ ReadEval เคยเล่า ReadEval ประเมินว่าไม่ว่าคดีจะจบอย่างไร แรงกดดันให้ Google มอบเครื่องมือให้โรงเรียนและพ่อแม่มองเห็นการใช้ AI ของเด็กจะเพิ่มขึ้น สำหรับพ่อแม่ในไทย สิ่งที่ทำได้วันนี้ไม่ต้องรอใคร คือถามโรงเรียนเรื่องการตั้งค่า และคุยกับลูกว่าเวลาไม่ไหว ให้มาหาคน ไม่ใช่หาแชตบอต

ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวต้องการความช่วยเหลือ

  • สายด่วนสุขภาพจิต 1323 กรมสุขภาพจิต ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง รับฟังและให้คำปรึกษาเป็นความลับ
  • สะมาริตันส์ ประเทศไทย 02-113-6789 เวลา 12:00–22:00 น. อาสาสมัครรับฟังทางโทรศัพท์
  • 1669 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน ถ้ามีอันตรายต่อชีวิตเฉพาะหน้า หรือไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

แหล่งที่มา

  1. คำฟ้องคดี Doe v. Google LLC and Alphabet Inc. (Santa Clara County Superior Court, 26CV507724; แนบในคดีศาลรัฐบาลกลาง 5:26-cv-13205)
  2. Bloomberg (ผ่าน Yahoo Finance): Google AI in School Triggered Teen's Mental Health Crisis, Lawsuit Says
  3. Reuters (ผ่าน Yahoo News): Google faces claims student used AI chat on US school laptop
  4. Gizmodo: Lawsuit Claims Student's Google AI Use Turned Into 'Life-Threatening Obsession'
  5. Bloomberg Law: Gemini on Student's Chromebook Targeted in Mental Health Lawsuit
  6. Common Dreams: Google Sued After AI Chatbot Allegedly Helped Teen
  7. HuffPost (ผ่าน Yahoo News): Parents Sue Google, Claiming AI On Chromebooks Is Harming Students
  8. Google Workspace Admin Help: Turn the Gemini app on or off
  9. Google Workspace Admin Help: Control access to Google services by age
  10. Gemini Apps Help: Help your child use Gemini Apps responsibly (Family Link)
  11. Google (The Keyword): Designing responsible AI for learning (3 พ.ย. 2026)
  12. Google ประเทศไทย: โหมด AI ใน Google Search พร้อมให้บริการในไทยแล้ว
  13. Gemini Apps Help: ภาษาและประเทศที่รองรับ
  14. กรมสุขภาพจิต: สายด่วนสุขภาพจิต 1323
  15. สะมาริตันส์ ประเทศไทย: โทร 02-113-6789
  16. กรมประชาสัมพันธ์: สพฉ. แนะข้อควรรู้ก่อนโทรแจ้งสายด่วน 1669