อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
security

งานวิจัยพบทีวี Samsung และ Vizio ยังส่งข้อมูลคล้ายติดตามการดู แม้กดปิด ACR แล้ว

งานวิจัย Northeastern พบทีวี Samsung และ Vizio รุ่นสหรัฐฯ ยังส่งข้อมูลคล้าย ACR แม้กดปิด ส่วน LG, Sony, Fire TV ปิดได้จริง ข้อมูลถูกเข้ารหัสจึงยังพิสูจน์ไม่ได้

ภาพประกอบ: สมาร์ททีวีในห้องมืดที่แสดงไอคอนสวิตช์ปิดบนหน้าจอ แต่ยังมีกระแสข้อมูลเรืองแสงแอบไหลออกจากด้านหลังเครื่องไปยังเซิร์ฟเวอร์
ภาพประกอบโดย ReadEval (สร้างด้วย AI)
สารบัญ (12 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. นักวิจัยทดลองอย่างไร
  3. ผลการทดลอง ปิดแล้วเงียบจริงไหม
  4. ทำไมพูดได้แค่ว่า "สอดคล้องกับ" ACR
  5. ข้อมูลที่หลุดแบบไม่เข้ารหัส
  6. Samsung และ Vizio ตอบว่าอย่างไร
  7. งานวิจัยนี้เชื่อได้แค่ไหน
  8. ทีวีที่ขายในไทยเกี่ยวไหม
  9. ปิด ACR ในเมนูอย่างไร
  10. ถ้าอยากแน่ใจกว่าการกดปิด
  11. แหล่งข่าวเขียนไม่ตรงกันตรงไหน
  12. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

คุณอาจเคยเข้าเมนูทีวีแล้วกดปิดตัวเลือกที่ให้ทีวีเก็บข้อมูลว่าคุณดูอะไร ทีมนักวิจัยของ Northeastern University ในสหรัฐฯ อยากรู้ว่ากดแล้วทีวีหยุดส่งข้อมูลจริงหรือไม่ และพบว่าทีวี Samsung กับ Vizio ที่ทดสอบยังส่งข้อมูลออกไปในรูปแบบเดียวกับตอนเปิดไว้ ส่วนทีวี LG, Sony และ Amazon Fire TV หยุดส่งจริงหลังกดปิด

ระบบที่ว่าคือระบบจดจำเนื้อหาบนจอ (ACR) ทำงานคล้ายแอปเดาเพลงที่ฝังอยู่ในทีวี คือเก็บภาพหรือเสียงสั้น ๆ จากหน้าจอเป็นระยะ ทำเป็น "ลายนิ้วมือ" แล้วส่งไปเทียบกับคลังรายการ เพื่อรู้ว่าคุณกำลังดูอะไร ต่างกันตรงที่แอปเดาเพลงทำงานเมื่อคุณกดเอง แต่ ACR ทำงานเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง และผลที่ได้ถูกนำไปใช้เลือกโฆษณาหรือขายต่อได้

ทีมสร้างห้องนั่งเล่นอัตโนมัติที่เปิดรายการเดียวกันให้ทีวีหลายยี่ห้อรวม 12 เครื่อง ทั้งผ่านเสาอากาศ สาย HDMI และแอปสตรีมมิง รวม 5,943 รอบ แล้วจดว่าทีวีส่งข้อมูลไปที่ใดบ้าง หลังกดปิด ACR ทีวี Samsung ยังส่งข้อมูลรูปแบบเดียวกับ ACR ใน 41 จาก 60 รอบที่ดูผ่านเสาอากาศ หรือราว 2 ใน 3 ส่วน Vizio ส่งไปยังปลายทางเดิมโดยปริมาณไม่ลดลงเลย

ปัญหาคือข้อมูลถูกเข้ารหัส นักวิจัยจึงเปิดดูไม่ได้ว่าข้างในมีอะไร เหมือนเห็นบุรุษไปรษณีย์มารับซองจากบ้านทุกวันแต่เปิดซองไม่ได้ ทีมจึงบอกได้แค่ว่าข้อมูลนี้ "สอดคล้องกับ" การทำงานของ ACR ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าบริษัทเก็บประวัติการดูต่อจริง และจนถึงวันที่ ReadEval ตรวจ Samsung กับ Vizio ยังไม่ได้ตอบคำถามของสื่อ

งานนี้ทดสอบเฉพาะรุ่นที่ขายในสหรัฐฯ ทีวีที่ขายในไทยอาจทำงานต่างกัน แต่การกดปิด ACR ยังเป็นสิ่งแรกที่ควรทำ เพราะปิดได้ผลจริงในหลายยี่ห้อ ถ้าอยากแน่ใจกว่านั้น นักวิจัยแนะนำให้ตัดอินเทอร์เน็ตของทีวีแล้วดูผ่านกล่องสตรีมมิงแยก ผลรายยี่ห้อ ชื่อเมนูที่ต้องหา และรายชื่อโดเมนสำหรับบล็อกอยู่ด้านล่าง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • งานวิจัยของมหาวิทยาลัย: ทีมของ Northeastern University เผยแพร่งาน "Watching the Watchers" เมื่อ 19 ต.ค. 2026 ทดลอง 5,943 รอบกับทีวี 12 เครื่องที่ครอบคลุมระบบปฏิบัติการทีวี 8 ระบบ ซึ่งรวมกันราว 95% ของตลาดสมาร์ททีวีสหรัฐฯ
  • ปิดแล้วได้ผลจริง 4 ระบบ: webOS ของ LG, Google TV บนทีวี Sony, Fire TV OS ของ Amazon และ VIDAA OS (ทีวี Supersonic) ไม่พบข้อมูลลักษณะ ACR หลังกดปิด
  • Samsung (Tizen) ยังส่งต่อในหลายสถานการณ์: 30 จาก 30 รอบในบริการสตรีมมิงของ Samsung เอง 41 จาก 60 รอบผ่านเสาอากาศ และ 18 จาก 30 รอบผ่าน HDMI
  • Vizio (SmartCast) ไม่ต่างจากตอนเปิด: ปลายทางที่นักวิจัยระบุว่าเป็นของ ACR ยังได้รับข้อมูลในทุกรอบหลังกดปิด และปริมาณไม่ลดลง
  • ยังเป็นข้อสันนิษฐานจากพฤติกรรม ไม่ใช่เนื้อข้อมูล: ข้อมูลถูกเข้ารหัส นักวิจัยเขียนเองว่า "เราไม่อาจรู้แน่ชัดหากไม่ได้เห็นเนื้อข้อมูล"
  • Samsung และ Vizio ยังไม่ตอบ: Ars Technica ถามทั้งสองบริษัทตั้งแต่ 21 ต.ค. 2026 และ ReadEval ไม่พบคำชี้แจง ณ 6 พ.ย. 2026
  • คนไทยทำอะไรได้: ปิด ACR ในเมนูทีวี ถ้าต้องการให้แน่ใจให้ตัดอินเทอร์เน็ตของทีวีแล้วใช้กล่องสตรีมมิงแยก หรือบล็อกโดเมนของ ACR ที่เราเตอร์ตามรายการของนักวิจัย

นักวิจัยทดลองอย่างไร

ทีมของ Ilgar Mammadov, Het Rutul Joshi, Daniel J. Dubois และ David Choffnes จาก Northeastern University นำทีวีที่ขายในสหรัฐฯ มาทดสอบ 12 เครื่อง เลือกให้ครอบคลุมระบบปฏิบัติการก่อนยี่ห้อ เพราะ ACR ทำงานในระดับระบบปฏิบัติการ ถ้าระบบเดียวขายหลายยี่ห้อ ทีมก็ทดสอบมากกว่าหนึ่งเครื่อง

ระบบปฏิบัติการส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ (ตามงานวิจัย)ทีวีที่ทดสอบ
Tizen OS34%Samsung
Roku OS18%Roku, TCL
webOS15%LG
SmartCast OS (ปัจจุบันชื่อ Vizio OS)11%Vizio
Google TV8%Sony 2 เครื่อง, Hisense, TCL
Fire TV OS5%Amazon Fire
อื่น ๆ รวม VIDAA และ Xumo4%Supersonic, Westinghouse

ทีมส่งภาพและเสียงชุดเดียวกันเข้าทีวีทุกเครื่องพร้อมกัน 3 ทาง คือ ช่องทีวีที่ทีมกระจายสัญญาณเองเข้าช่องเสาอากาศ สาย HDMI ที่จำลองกล่องเคเบิลหรือเครื่องเล่นเกม และการแคสต์จอจากมือถือหรือแล็ปท็อป แล้วสลับไปเปิด Netflix, YouTube, Tubi และบริการสตรีมมิงที่ติดมากับทีวี รวม 10 สถานการณ์ รวมถึงการเปิดทีวีค้างไว้ที่หน้าหลักโดยไม่มีใครใช้

แต่ละสถานการณ์รัน 30 รอบตอนเปิด ACR และอีก 30 รอบหลังกดปิดในเมนูของทีวีเอง สลับลำดับแบบสุ่มเพื่อไม่ให้รอบหนึ่งรบกวนอีกรอบ มีกล้องถ่ายจอทุกเครื่องไว้ตรวจว่าทีวีทำตามคำสั่งจริง และบันทึกข้อมูลเครือข่ายทุกแพ็กเก็ตที่เข้าออก จากนั้นทีมหาว่าเซิร์ฟเวอร์ปลายทางใดตอบสนองต่อสิ่งที่อยู่บนจอ เช่น ส่งข้อมูลมากขึ้นเมื่อมีภาพเคลื่อนไหวหรือเสียง แล้วถือว่าปลายทางนั้นเป็นของ ACR

ทีมยังทดลองตัดภาพหรือตัดเสียงออกเพื่อดูว่าทีวีแต่ละยี่ห้อ "ดู" หรือ "ฟัง" ผลคือ Samsung ใช้ภาพ (ข้อมูลหายไปเมื่อจอดำ) LG ใช้เสียง (ข้อมูลลดลง 97.3% เมื่อไม่มีเสียง) ส่วนทีวี Sony ที่ใช้ระบบของ Samba TV ใช้ภาพ

ผลการทดลอง ปิดแล้วเงียบจริงไหม

ในการตัดสินว่าทีวี "ยังส่งต่อ" หรือไม่ ทีมไม่นับข้อมูลเบื้องหลังปริมาณน้อย ที่น้อยกว่า 5% ของตอนเปิด ACR ไว้ ข้อมูลที่มากกว่านั้นจึงถูกนับว่า "สอดคล้องกับ ACR"

ระบบ (ยี่ห้อที่ทดสอบ)หลังกดปิด ACRชื่อเมนูปิดในทีวี (ตามงานวิจัย)
webOS (LG)ไม่พบข้อมูลลักษณะ ACRLive Plus
Google TV (Sony)ไม่พบSamba Interactive TV
Fire TV OS (Amazon)ไม่พบAutomatic Content Recognition
VIDAA OS (Supersonic)ไม่พบEnhanced Viewing Service
Roku OS (Roku, TCL)ปิดได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นบริการสตรีมมิงของ Roku เอง ซึ่ง Roku เขียนไว้ในข้อตกลงแล้วUse info from TV inputs
Tizen (Samsung)ยังพบในหลายสถานการณ์Viewing Information Services
SmartCast (Vizio)ยังพบทุกรอบ ปริมาณไม่ลดViewing Data
ตารางสีจากงานวิจัย Watching the Watchers แสดงร้อยละของรอบที่ทีวีแต่ละระบบส่งข้อมูลไปยังปลายทาง ACR ตอนเปิดและหลังปิด ACR ใน 10 สถานการณ์
ภาพ: Mammadov, Joshi, Dubois และ Choffnes, Northeastern University (ภาพทางการจากงานวิจัยบน watchingthewatchers.github.io (Figure 7, สัญญาอนุญาต CC BY 4.0))

ภาพด้านบนมาจากงานวิจัย ครึ่งบนคือตอนเปิด ACR ครึ่งล่างคือหลังกดปิด ตัวเลขในช่องคือร้อยละของ 30 รอบที่ปลายทาง ACR ยังได้รับข้อมูล ช่องสีเข้มที่เหลืออยู่ในครึ่งล่างคือจุดที่ปิดแล้วไม่เงียบ

Samsung: หลังกดปิด ยังพบข้อมูลลักษณะ ACR ใน 30 จาก 30 รอบของบริการสตรีมมิงของ Samsung เอง 41 จาก 60 รอบที่ดูผ่านเสาอากาศ 18 จาก 30 รอบผ่าน HDMI และ 6 จาก 30 รอบบน Tubi ที่แปลกกว่านั้นคือพบใน 9 รอบที่ทีวีเปิดค้างไว้เฉย ๆ 2 รอบบน Netflix และ 3 รอบบน YouTube ทั้งที่ตอนเปิด ACR ไว้ สามสถานการณ์นี้ไม่ถูกติดตามเลย

Vizio: ข้อมูลไปที่บริการ Amazon Kinesis ซึ่งเป็นบริการรับข้อมูลจำนวนมากแบบต่อเนื่องของ AWS ทีมสรุปว่า "การตั้งค่าปิดไม่มีผลที่สังเกตได้" และพบว่าทีวี Vizio ส่งข้อมูลลักษณะนี้แม้เปิดค้างที่หน้าหลักโดยไม่มีใครดูอะไร ครบทุกรอบ ทั้งตอนเปิดและปิด ACR

ส่วนที่ไม่มีใครติดตาม: ไม่มีทีวีเครื่องใดติดตาม Netflix หรือ YouTube ตอนเปิด ACR และทีวี Google TV ของ Hisense กับ TCL ที่ทดสอบไม่มีเมนู ACR และไม่พบปลายทาง ACR เช่นเดียวกับระบบ Xumo บนทีวี Westinghouse

ทำไมพูดได้แค่ว่า "สอดคล้องกับ" ACR

ข้อมูล ACR ของทีวีเกือบทุกยี่ห้อถูกเข้ารหัส ทีมจึงตัดสินจากพฤติกรรมของข้อมูล ได้แก่ ส่งไปที่ใด ส่งบ่อยแค่ไหน ปริมาณเท่าไร และเปลี่ยนตามภาพหรือเสียงบนจอหรือไม่ ไม่ได้อ่านเนื้อข้อมูล งานวิจัยเขียนว่า "พฤติกรรมเหล่านี้ชี้ว่าอาจละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่เราไม่อาจรู้แน่ชัดหากไม่ได้เห็นเนื้อข้อมูล" และยอมรับว่าไม่รู้ว่าเซิร์ฟเวอร์ปลายทางนำข้อมูลไปประมวลผลหรือเก็บไว้หรือไม่

Ilgar Mammadov ผู้เขียนหลัก ผู้ช่วยวิจัยของ Northeastern บอก Ars Technica ว่ามีคำอธิบายได้หลายทาง

  • ยังเก็บข้อมูลต่อ: เขาชี้ว่า Roku เขียนไว้ในข้อตกลงว่ายังติดตามบริการสตรีมมิงของตัวเองแม้ผู้ใช้ปิด ACR "การเทียบนี้ชี้ว่าข้อมูลที่เราเห็นบน Tizen และ Vizio OS อาจสะท้อนการเก็บข้อมูลที่ยังดำเนินอยู่เช่นกัน"
  • เป็นข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์: แม้เป็นเช่นนั้น "ผลต่อผู้ใช้ก็เหมือนกัน คือสิ่งที่ผู้ใช้เลือกไม่ได้สะท้อนในการทำงานของทีวี"
  • ส่งไปแล้วทิ้งที่ปลายทาง: ทีมมองว่า "ไม่น่าเป็นไปได้" เพราะเปลืองเน็ตของผู้ใช้และภาระของเซิร์ฟเวอร์โดยไม่มีประโยชน์ แต่เขาก็ยอมรับว่าทีมตรวจสอบข้อนี้เองไม่ได้

ReadEval จึงใช้คำว่า "ข้อมูลลักษณะเดียวกับ ACR" ตลอดข่าวนี้ ไม่ได้เขียนว่าทีวีแอบดูคุณแน่นอน

ข้อมูลที่หลุดแบบไม่เข้ารหัส

ทีวี 2 ระบบในงานนี้ส่งข้อมูลการรับชมแบบที่คนอื่นอ่านได้

  • VIDAA OS บนทีวี Supersonic: ส่งข้อมูล ACR ไปยังเซิร์ฟเวอร์ ACR ของ Unruly ซึ่งงานวิจัยระบุคู่กับ Nexxen โดยไม่เข้ารหัส ในข้อมูลมีรหัสประจำเครื่องที่รีเซ็ตไม่ได้ ชื่อแอป ช่องทางที่ดู และลายนิ้วมือเสียง เซิร์ฟเวอร์ตอบกลับเป็นประเภทเนื้อหา เช่น ศาสนา สุขภาพ หรือการเมือง ที่หนักกว่านั้นคือเซิร์ฟเวอร์ไม่ต้องล็อกอิน ทีมเก็บตัวอย่างราว 3 ชั่วโมงก็ได้ผลตรวจจับมากกว่า 57 ล้านรายการจากทีวีมากกว่า 1 ล้านเครื่อง VIDAA ยืนยันปัญหาหลังได้รับแจ้ง และเมื่อตรวจในเดือนกันยายน 2026 เซิร์ฟเวอร์ต้องล็อกอินแล้ว แต่ข้อมูลยังส่งแบบไม่เข้ารหัส
  • บริการ WatchFree+ ของ Vizio: ชื่อรายการหรือช่องที่คุณดูอยู่ในชื่อโดเมนที่ทีวีถามหา (DNS) ไปยัง Amagi ผู้ส่งสัญญาณวิดีโอ เช่น soul-5mincrafteng-vizio.amagi.tv ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือใครก็ตามบนเส้นทางเครือข่ายจึงเรียงประวัติการดูได้ ข้อนี้ไม่เกี่ยวกับ ACR ปิดในเมนูไม่ได้ และบล็อกไม่ได้โดยไม่ทำให้ WatchFree+ ใช้ไม่ได้

ข้อควรระวังคือผลของ VIDAA มาจากทีวี Supersonic เครื่องเดียว ส่วนทีวี Hisense ที่ทีมทดสอบเป็นรุ่น Google TV ไม่ใช่ VIDAA จึงสรุปผลส่วนนี้ไปถึงทีวี Hisense ในไทยไม่ได้

Samsung และ Vizio ตอบว่าอย่างไร

Ars Technica ติดต่อ Samsung และ Vizio ตั้งแต่ 21 ต.ค. 2026 และเขียนว่าจะอัปเดตข่าวถ้าได้คำตอบ ณ 6 พ.ย. 2026 ข่าวของ Ars ยังไม่มีคำตอบ ReadEval ไม่พบคำชี้แจงจากทั้งสองบริษัทในข่าวของ Malwarebytes, Techlicious และ CyberInsider และไม่พบประกาศบนเว็บไซต์ของ Samsung ที่ตอบงานวิจัยนี้

สิ่งที่ Samsung เขียนไว้ก่อนหน้า (ไม่ใช่คำตอบต่องานวิจัย) อยู่ในหน้าช่วยเหลือเรื่อง ACR ของ Samsung สหรัฐฯ ว่า ACR ทำงานเฉพาะเมื่อผู้ใช้ยินยอม Viewing Information Services เก็บประวัติการรับชม รหัสบริการส่วนบุคคล (Personalized Service ID) และที่อยู่ IP ผู้ใช้ "มีสิทธิ์เลือกไม่เข้าร่วม ACR และการเก็บประวัติการรับชมได้ทุกเมื่อ" และ "Samsung ไม่ได้บันทึกหรือดูเนื้อหาที่แสดงบน Smart TV ของคุณ" หน้าเดียวกันระบุว่าข้อนี้ใช้กับ Smart TV ทุกรุ่นที่ Samsung ผลิต

ทั้งสองบริษัทมีประวัติเรื่อง ACR อยู่แล้ว ในปี 2017 Vizio จ่าย 2.2 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติข้อกล่าวหาของคณะกรรมการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (FTC) ว่าเก็บข้อมูลการรับชมโดยไม่ได้รับความยินยอม และตกลงให้ผู้ใช้เลือกไม่เข้าร่วม ACR ได้ งานวิจัยระบุว่าตรวจไม่ได้ว่าพฤติกรรมที่พบละเมิดข้อตกลงนั้นหรือไม่ เพราะเปิดเนื้อข้อมูลไม่ได้ ส่วน Samsung เป็นหนึ่งใน 5 ผู้ผลิตที่อัยการสูงสุดรัฐเท็กซัสฟ้องเมื่อเดือนธันวาคม 2025 และต่อมาตกลงกับรัฐเท็กซัสว่าจะขอความยินยอมอย่างชัดแจ้งก่อนเก็บข้อมูล ACR

งานวิจัยนี้เชื่อได้แค่ไหน

ReadEval ให้ระดับ 🟢 วัดผลจริงจัง สำหรับผลการวัด (ตามเกณฑ์ 6 ข้อของ ReadEval ผ่าน 5–6 ข้อ) แต่ระดับนี้ใช้กับข้อที่ว่า "ข้อมูลยังไหลไปที่ปลายทาง ACR" ไม่ใช่ข้อที่ว่า "บริษัทเก็บประวัติการดูต่อ" ซึ่งยังไม่มีใครพิสูจน์ได้

  • ทำซ้ำได้: ทีมเปิดข้อมูลเครือข่ายที่บันทึกไว้ สคริปต์ควบคุมทีวี โค้ดวิเคราะห์ และรายชื่อโดเมนสำหรับบล็อก ยกเว้นข้อมูลของผู้อื่นที่ได้มาจากเซิร์ฟเวอร์ของ VIDAA
  • วัดหลายรอบ: แต่ละสถานการณ์ 30 รอบต่อสถานะ สลับลำดับแบบสุ่ม
  • เป็นอิสระ: ทีมเป็นนักวิจัยมหาวิทยาลัย ได้ทุนบางส่วนจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ (NSF) และ Ludlow Institute ไม่ได้ขายทีวีหรือระบบ ACR
  • ยอมรับข้อจำกัด: ทีมเขียนเองว่าผล "สะท้อนเฉพาะอุปกรณ์และเฟิร์มแวร์ ณ เวลาที่ทดสอบ และอาจใช้กับรุ่นหรือภูมิภาคอื่นไม่ได้"
  • ข้อที่ยังขาด: ReadEval ไม่พบตารางเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของแต่ละเครื่องในงานวิจัย และแต่ละระบบทดสอบเพียง 1–2 เครื่อง

เรื่อง peer review เว็บไซต์ของโครงการระบุว่างานนี้อยู่ใน Proceedings of Privacy Enhancing Technologies Symposium ปี 2027 ซึ่งเป็นงานประชุมวิชาการด้านความเป็นส่วนตัวที่คัดเลือกบทความด้วยการตรวจทานโดยผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ไฟล์ PDF ยังมีช่องเลขปีและฉบับที่ว่างอยู่ และ ReadEval ยังหาบทความนี้ในเว็บไซต์ของงานประชุมไม่พบ จึงยืนยันได้เพียงว่าทีมแจ้งว่าจะตีพิมพ์ในงานนี้ ยังไม่เห็นฉบับตีพิมพ์จริง

ทีวีที่ขายในไทยเกี่ยวไหม

ยังยืนยันไม่ได้ ทุกเครื่องในงานนี้เป็นรุ่นที่ขายในสหรัฐฯ และทดลองในรัฐแมสซาชูเซตส์ งานวิจัยเองอ้างงานก่อนหน้าที่เทียบทีวี Samsung กับ LG ในอังกฤษและสหรัฐฯ แล้วพบว่าพฤติกรรม ACR ต่างกันตามประเทศ เช่น ในอังกฤษบริการสตรีมมิงของผู้ผลิตไม่ถูกติดตาม ทีมจึงคาดว่ากฎหมายของแต่ละประเทศอาจทำให้ ACR ทำงานต่างกัน

สิ่งที่พอบอกได้สำหรับคนไทยมีดังนี้

  • Samsung และ LG: เป็นทีวียี่ห้อหลักในไทย หน้าเว็บ Samsung ประเทศไทยเขียนว่าผู้ใช้ "เลือกไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจได้ทุกเมื่อ" ผ่านการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว แปลว่าทีวีที่ขายในไทยมีระบบโฆษณาตามความสนใจ แต่ไม่ได้บอกว่า ACR ในไทยทำงานแบบเดียวกับรุ่นสหรัฐฯ หรือไม่
  • Sony: งานวิจัยระบุว่า Sony ยืนยันกับทีมว่า ACR มีเฉพาะในทีวี Bravia รุ่นตระกูล N เช่น Bravia 2 ในสหรัฐฯ ส่วนทีวี Sony รุ่น W830K อีกเครื่องที่ทีมทดสอบไม่มีเมนู ACR และไม่พบปลายทาง ACR ReadEval ไม่ทราบว่ารุ่นที่ขายในไทยมี Samba Interactive TV หรือไม่
  • Vizio, Supersonic และ Westinghouse: ReadEval ไม่พบว่าวางขายอย่างเป็นทางการในไทย
  • Hisense: ผลของ VIDAA มาจากทีวี Supersonic และทีวี Google TV ของ Hisense ที่ทดสอบไม่พบ ACR จึงสรุปถึง Hisense ในไทยไม่ได้ทั้งสองทาง

ปิด ACR ในเมนูอย่างไร

ReadEval ไม่ได้ทดลองกดบนเครื่องจริง ขั้นตอนด้านล่างอ้างจากหน้าช่วยเหลือของผู้ผลิต ซึ่งเขียนไว้สำหรับประเทศอื่น เมนูในทีวีของคุณอาจต่างไปตามรุ่นและปีที่ผลิต ข่าว นักวิจัยอ้างพบโค้ดในทีวี Samsung วิเคราะห์เสียงและภาพหน้าจอ มีขั้นตอนของ Samsung ครบกว่านี้ รวมถึงการปิดไมค์และรีเซ็ตรหัสโฆษณา ส่วนข่าว คนนับพันสั่ง AI เอเจนต์ล้างโฆษณาออกจากสมาร์ททีวีเอง มีขั้นตอนของ Google TV และ TCL

Samsung (Tizen) ตามหน้าช่วยเหลือของ Samsung ฮ่องกง

  1. กดปุ่ม Home บนรีโมต Smart Remote
  2. กดปุ่มซ้ายไปที่ Menu แล้วเลือก Privacy Choices
  3. เลือก Terms & Conditions, Privacy Policy แล้วเลื่อนไปที่ View details เพื่ออ่านแต่ละข้อ
  4. เลือก Viewing Information Services แล้วกด Select เพื่อถอนความยินยอม (ถ้าไม่ต้องการโฆษณาตามความสนใจ ให้ถอน Interest-Based Advertisement Services ด้วย)
  5. เลือก OK เพื่อบันทึก

Samsung เตือนว่าบางฟีเจอร์อาจใช้ไม่ได้เมื่อถอนความยินยอม และข้อความข้อตกลงบนทีวีมีแต่ภาษาอังกฤษ ตามผลงานวิจัย ขั้นตอนนี้อาจไม่ได้หยุดข้อมูลทั้งหมด แต่ยังเป็นการบอกบริษัทอย่างเป็นทางการว่าคุณไม่ยินยอม

LG (webOS) ตามหน้าช่วยเหลือของ LG สหรัฐฯ (ปรับปรุง 28 ก.ค. 2026)

  1. กดปุ่ม Settings (รูปเฟือง) บนรีโมต แล้วเลือก All Settings
  2. เลือก Support > Privacy & Terms
  3. เลือก User Agreements แล้วทบทวนข้อตกลงที่เกี่ยวกับข้อมูลการรับชม (Viewing Information) และโฆษณา

LG ระบุว่าเส้นทางเมนูต่างกันเล็กน้อยตามปีที่ผลิต (เวอร์ชันของ webOS) งานวิจัยระบุว่าชื่อสวิตช์ ACR ของ LG คือ Live Plus ถ้าทีวีของคุณมีเมนูนี้ ให้ปิดด้วย ReadEval ไม่พบหน้าของ LG รุ่นปัจจุบันที่บอกเส้นทางไปยัง Live Plus โดยตรง

Sony (Google TV) ตามหน้าช่วยเหลือของ Sony แคนาดา เรื่อง Samba TV

  1. เปิดการตั้งค่าของทีวี แล้วไปที่ System Preferences
  2. เลือก Samba Interactive TV แล้วปิด

Sony ระบุว่าการปิดจะหยุดการเก็บและประมวลผลประวัติการรับชมของ Samba TV ในงานวิจัยนี้ การปิดบนทีวี Sony ได้ผลจริง ถ้าไม่เห็นเมนูนี้ ทีวีของคุณอาจเป็นรุ่นที่ไม่มี ACR ของ Samba TV

ถ้าอยากแน่ใจกว่าการกดปิด

นักวิจัยเสนอ 2 ทาง และย้ำว่าทั้งสองทางไม่ได้แก้ปัญหาชื่อรายการรั่วใน WatchFree+ ของ Vizio

ทางที่ 1: ตัดอินเทอร์เน็ตของทีวี แล้วดูผ่านกล่องสตรีมมิงแยก ทีวีที่ไม่ต่อเน็ตส่งข้อมูลออกไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเปิด ACR ไว้หรือไม่ ทางนี้เหมาะถ้าคุณดูผ่านกล่องแยกหรือเครื่องเล่นเกมอยู่แล้ว แต่แอปในตัวทีวีและการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านเน็ตจะใช้ไม่ได้ Techlicious เตือนว่างานวิจัยทดสอบระบบบนตัวทีวี ไม่ได้ทดสอบกล่องหรือแท่งสตรีมมิงที่เสียบเพิ่ม จึงควรเข้าไปปิดการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของกล่องที่ใช้ด้วย

ทางที่ 2: บล็อกโดเมนของ ACR ที่เราเตอร์ ทีมเผยแพร่รายชื่อโดเมนไว้บน GitHub ใช้ได้กับ Pi-hole, AdGuard Home หรือเราเตอร์ที่รับรายการบล็อกได้ ในห้องทดลองการบล็อกไม่ทำให้ทีวีเสียหรือภาพแย่ลงในสถานการณ์ที่ทดสอบ แต่ทางนี้ต้องมีความรู้เรื่องเครือข่ายพอสมควร กฎที่ทีมแนะนำสำหรับยี่ห้อที่ขายในไทย ตามตารางในงานวิจัย

ยี่ห้อ (ผู้ให้บริการ ACR)กฎที่แนะนำให้บล็อก
Samsung (Samsung เอง)*.samsungcloud.tv, *.samsungacr.com
LG (Alphonso)*.alphonso.tv
Sony (Samba TV)*.samba.tv และบล็อก IP 216.183.117.80 ที่ไฟร์วอลล์เพิ่มด้วย

ข้อควรระวัง:

  • ทีมแยกโดเมนของ Amagi (*.amagi.tv) ออกจากรายการที่แนะนำ เพราะใช้ส่งช่องสตรีมมิงฟรีด้วย บล็อกแล้วช่องเหล่านั้นจะเล่นไม่ได้ ควรใช้รายการล่าสุดจาก GitHub ของทีมแทนการพิมพ์เอง และอ่านคำเตือนในไฟล์ก่อนใช้
  • ผู้ให้บริการ ACR อาจเปลี่ยนโดเมนได้ แม้ทีมพบว่าโดเมนที่งานวิจัยเมื่อ 2 ปีก่อนพบยังไม่เปลี่ยน
  • รายชื่อนี้มาจากทีวีรุ่นสหรัฐฯ ทีวีในไทยอาจใช้โดเมนอื่น

แหล่งข่าวเขียนไม่ตรงกันตรงไหน

  • "สี่จากแปดทีวี": Malwarebytes เขียนว่า "มีสมาร์ททีวีเพียง 4 จาก 8 เครื่อง" ที่ปิดได้จริง แต่งานวิจัยนับเป็นระบบปฏิบัติการ 8 ระบบจากทีวี 12 เครื่อง และระบบที่ประเมินการปิดได้มี 7 ระบบ เพราะ Xumo ไม่มี ACR ให้ปิด ReadEval ใช้ตัวเลขของงานวิจัย
  • Roku: Ars Technica นับ Roku เป็นหนึ่งใน 3 ระบบที่ยังส่งข้อมูลหลังปิด ส่วน Malwarebytes และ Techlicious เน้นแค่ Samsung กับ Vizio งานวิจัยระบุว่า Roku ยังส่งเฉพาะในบริการสตรีมมิงของตัวเอง ซึ่งเขียนไว้ในข้อตกลงแล้ว (ทีวี TCL แจ้งในเมนูด้วย แต่ทีวี Roku ไม่แจ้ง) ReadEval จึงแยก Roku ออกจากกรณี Samsung และ Vizio
  • ปิดได้จริงกี่ระบบ: บทความของ Techlicious เรื่อง Samsung เขียนว่า Fire TV เป็น 1 ใน 2 ระบบที่ปิดได้สมบูรณ์ร่วมกับ Sony แต่ย่อหน้าก่อนหน้าในบทความเดียวกัน และงานวิจัย ระบุ 4 ระบบ คือ LG, Sony, Fire TV และ VIDAA
  • ขอบเขตของ Vizio: Malwarebytes เขียนว่า Vizio ยังส่งข้อมูล 100% ตอนดูบริการสตรีมมิงของตัวเองและทีวีผ่านเสาอากาศ งานวิจัยกว้างกว่านั้น คือทุกสถานการณ์ที่ปลายทางนี้ได้รับข้อมูลตอนเปิด ACR รวมการเปิดทีวีค้างไว้เฉย ๆ ไม่ลดลงเลยหลังปิด
  • วันที่เผยแพร่: Ars Technica ลงข่าว 21 ต.ค. 2026 และเขียนว่างานวิจัยเผยแพร่ "เมื่อวันจันทร์" คือ 19 ต.ค. ส่วน Malwarebytes เพิ่งรายงานเมื่อ 5 พ.ย. ผลการทดลองไม่ได้เปลี่ยนระหว่างนั้น

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Val · โต๊ะความปลอดภัย

ปุ่มปิดในทีวีบางยี่ห้อยังไม่แน่ว่าปิดได้จริง แต่การที่ LG, Sony และ Fire TV ปิดได้จริงในการทดลองเดียวกัน แสดงว่าผู้ผลิตทำให้ปุ่มนี้ใช้ได้จริงได้

ข้อดีของงานนี้คือวัดซ้ำหลายพันรอบด้วยวิธีที่เปิดให้คนอื่นตรวจ และนักวิจัยระวังคำพูดตัวเองมาก ไม่ได้กล่าวหาว่า Samsung หรือ Vizio แอบเก็บข้อมูล บอกเพียงว่าข้อมูลยังไหลไปที่เดิมในรูปแบบเดิม ภาระการอธิบายจึงอยู่ที่ผู้ผลิต ถ้าข้อมูลที่ส่งหลังกดปิดเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ประวัติการดู ก็อธิบายได้ไม่ยาก แต่จนถึงวันนี้ทั้งสองบริษัทยังเงียบ ขณะที่ทั้งคู่เคยมีกรณีเรื่อง ACR กับหน่วยงานรัฐมาแล้ว

สำหรับคนไทย ReadEval มองว่าไม่ต้องตื่นตกใจหรือรีบเปลี่ยนทีวี เพราะยังไม่มีหลักฐานว่ารุ่นที่ขายในไทยทำแบบเดียวกัน แต่ควรเข้าเมนูไปปิด ACR ไว้ก่อน ถ้าคุณดูทีวีผ่านกล่องแยกอยู่แล้ว การถอดสาย LAN หรือลืม Wi-Fi ในตัวทีวีคือทางที่ง่ายและแน่นอนที่สุด

แหล่งที่มา

  1. Northeastern University: Watching the Watchers (หน้าสรุปผลการวิจัย)
  2. Watching the Watchers: Privacy Analysis of U.S. Smart TV Automatic Content Recognition (ฉบับ PDF, Proceedings of PETS 2027)
  3. GitHub: Watching the Watchers ACR Blocklist
  4. Ars Technica: Does opting out of smart TV tracking work? Research finds "suspicious" traffic
  5. Malwarebytes: Vizio, Samsung smart TVs seem to ignore tracking opt-outs
  6. Techlicious: Your Samsung TV may still be watching after you opt out
  7. Techlicious: This Walmart-owned TV keeps tracking you, even after you opt out
  8. CyberInsider: Smart TV privacy study finds tracking persists even when opting out
  9. Samsung US: Smart TV Automatic Content Recognition (ACR) Feature
  10. Samsung Hong Kong: How to adjust Privacy Settings on your Samsung Smart TV
  11. Samsung ประเทศไทย: ปรับแต่ง Smart TV (ข้อความเรื่องโฆษณาตามความสนใจ)
  12. LG US Support: How to Agree to the User Agreements
  13. Sony Canada: Information about Samba TV
  14. Wikimedia Commons: Samsung wordmark
  15. Wikimedia Commons: Vizio logo