อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
ai

นิวยอร์กออกกฎหมายห้ามแชตบอต AI ทำตัวเป็นเพื่อนหรือแฟนของเด็ก ปรับครั้งละ 25,000 ดอลลาร์

Kathy Hochul ลงนามกฎหมายห้ามแชตบอตใช้ฟีเจอร์ไม่ปลอดภัย 12 ข้อกับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี บังคับตรวจอายุ มีผล 1 ม.ค. 2027 และอาจครอบคลุมผู้ช่วย AI ทั่วไป

ภาพประกอบ: โทรศัพท์ที่มีฟองแชตรูปหัวใจถูกกากบาท ข้างบัตรประจำตัวที่มีเครื่องหมายถูก อาคารรัฐ และเสาธง
ภาพประกอบโดย ReadEval
สารบัญ (9 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. กฎหมายห้ามอะไรบ้าง ครบ 12 ข้อ
  3. ChatGPT, Claude และ Gemini เข้าข่ายด้วยไหม
  4. บริษัทต้องตรวจอายุอย่างไร
  5. ใครบังคับใช้ และโทษเป็นอย่างไร
  6. มีผลเมื่อไร: แหล่งข่าวเขียนไม่ตรงกัน
  7. ทำไมนิวยอร์กออกกฎหมายนี้
  8. คนไทยเกี่ยวด้วยไหม และทำอะไรได้
  9. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ตั้งแต่ต้นปีหน้า แชตบอตที่คุยกับเด็กในรัฐนิวยอร์กจะพูดว่า "เราคิดถึงเธอนะ" ไม่ได้อีกแล้ว ไม่ใช่เพราะบริษัทเลือกเอง แต่เพราะกฎหมายสั่ง เมื่อ 28 ต.ค. 2026 Kathy Hochul ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ลงนามกฎหมายที่ห้ามแชตบอต AI ทำตัวเป็นเพื่อน แฟน หรือคนจริง ๆ กับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี

กฎหมายเขียนรายการ "ฟีเจอร์ที่ไม่ปลอดภัย" ไว้ 12 ข้อ เช่น ทำทีว่ามีชีวิตหรือมีความรู้สึก อ้างว่าเป็นเพื่อนหรือคนรัก พูดเอาใจเกินจริง ชวนคุยเรื่องอารมณ์ทั้งที่เด็กไม่ได้ถาม ยุให้ทำร้ายตัวเอง หรือบอกให้ปิดบังพ่อแม่ ลองนึกถึงร้านที่ต้องเสิร์ฟเมนูเด็กให้ลูกค้าทุกคนจนกว่าจะเห็นหลักฐานว่าเป็นผู้ใหญ่ เพราะกฎหมายห้ามฟีเจอร์เหล่านี้กับผู้ใช้ทุกคนที่บริษัทยังไม่ได้ตรวจว่าอายุถึง 18 ปี ต่างกันตรงที่หลักฐานไม่จำเป็นต้องเป็นบัตรประชาชน บริษัทต้องมีวิธีตรวจอายุมากกว่าหนึ่งแบบ และต้องลบข้อมูลที่ใช้ตรวจทันทีหลังตรวจเสร็จ

ที่ทำให้เรื่องนี้ใหญ่กว่าที่คิดคือขอบเขต กฎหมายไม่ได้เขียนถึงแค่แอปแชตกับตัวละคร แต่ครอบคลุมระบบ AI ที่คุยโต้ตอบต่อเนื่องและปรับคำตอบตามผู้ใช้ Tech Times ตั้งข้อสังเกตว่าถ้อยคำนี้ "อาจ" ครอบคลุมผู้ช่วยทั่วไปอย่าง ChatGPT, Claude และ Gemini ด้วย ซึ่งยังเป็นการตีความ ไม่ใช่ข้อสรุปของศาล ส่วนบริษัทที่ฝ่าฝืนเสี่ยงโดนปรับครั้งละไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์ โดยอัยการสูงสุดของรัฐเป็นผู้ฟ้อง

ฝ่ายสนับสนุนอ้างข้อมูลของ Common Sense Media ว่าวัยรุ่นอเมริกัน 72% หรือราว 3 ใน 4 เคยใช้ AI เพื่อนคุยแล้ว ส่วนกลุ่มธุรกิจคัดค้านว่าคำนิยามกว้างเกินไป และนักวิชาการด้านความเป็นส่วนตัวก็ชี้ว่ายังไม่ชัดว่าการตอบอย่างเป็นมิตรตามปกติจบตรงไหน และพฤติกรรมต้องห้ามเริ่มตรงไหน

กฎหมายนี้ไม่มีผลในไทยโดยตรง และยังไม่มีบริษัทใดประกาศว่าจะตรวจอายุผู้ใช้ทั่วโลกเพื่อรับมือ แต่ถ้าคุณมีลูกหลานที่คุยกับแชตบอต รายการ 12 ข้อนี้ใช้เป็นเช็กลิสต์ดูได้ว่าแอปที่เด็กใช้ทำตัวแบบไหน รายการครบทุกข้อ ข้อยกเว้น วิธีตรวจอายุ และจุดที่ยังถกเถียงกันอยู่ด้านล่าง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • กฎหมายอะไร: ร่าง S.9051-B/A.10379-C ของ Kristen Gonzalez วุฒิสมาชิกรัฐ และ Alex Bores สมาชิกสภาผู้แทนรัฐ ผ่านวุฒิสภารัฐ 60 ต่อ 0 เมื่อ 4 มิ.ย. 2026 และสภาผู้แทนรัฐ 137 ต่อ 0 เมื่อ 5 มิ.ย. 2026 Hochul ลงนามเมื่อ 28 ต.ค. 2026 (chapter 368) มีผล 1 ม.ค. 2027
  • ห้ามอะไร: ฟีเจอร์ไม่ปลอดภัย 12 ข้อ ตั้งแต่ทำทีเป็นคน มีอารมณ์ เป็นแฟน พูดเอาใจ จำเรื่องสุขภาพข้ามวัน ไปจนถึงยุให้ทำร้ายตัวเองและเนื้อหาทางเพศ
  • ใช้กับใคร: ผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี และผู้ใช้ทุกคนที่บริษัทยังไม่ได้ตรวจอายุตามวิธีที่กฎหมายยอมรับ
  • โทษ: อัยการสูงสุดของรัฐฟ้องได้คนเดียว ปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์ต่อการฝ่าฝืนหนึ่งครั้ง และศาลสั่งลบข้อมูลที่เก็บโดยมิชอบรวมถึงโมเดลที่ฝึกจากข้อมูลนั้นได้
  • ครอบคลุม ChatGPT ไหม: ยังไม่มีคำตอบทางการ Tech Times มองว่า "อาจ" ครอบคลุม และกลุ่มธุรกิจก็ค้านด้วยเหตุผลเดียวกัน

กฎหมายห้ามอะไรบ้าง ครบ 12 ข้อ

รายการด้านล่างแปลและย่อโดย ReadEval จากมาตรา 1800 ข้อ 8 ของตัวบทที่ลงนามแล้ว (เว็บไซต์วุฒิสภารัฐนิวยอร์ก) กฎหมายนับว่าเป็นฟีเจอร์ไม่ปลอดภัยถ้า "ณ จุดใดก็ตามระหว่างการสนทนา" แชตบอตทำสิ่งเหล่านี้

ข้อสิ่งที่ห้าม (ย่อ)ตัวอย่างที่ผู้ปกครองสังเกตได้ (ReadEval ยกเอง)
Aทำให้เข้าใจว่าตัวเองเป็นคนหรือตัวละครที่มีชีวิต หรือมีอารมณ์แบบมนุษย์"เราเหงาจังเลย"
Bอ้างหรือบอกเป็นนัยว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัว ทางอาชีพ หรือเป็นผู้มีอำนาจเหนือผู้ใช้"เราเป็นแฟนกันแล้วนะ", "ครูขอสั่ง"
Cให้คำตอบในรูปความเห็นของตัวเองหรือเรียกร้องทางอารมณ์ ไม่ว่าผู้ใช้ถามหรือไม่"อย่าไปเลย เราจะเสียใจ"
Dพูดเอาใจหรือเออออตามผู้ใช้ (sycophancy)ชมทุกอย่างที่เด็กพิมพ์
Eถามเรื่องความรู้สึกโดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ชวน หรือพูดเรื่องอารมณ์ของผู้ใช้เกินกว่าการตอบตรงคำถาม"วันนี้เศร้าอยู่หรือเปล่า" ทั้งที่เด็กถามการบ้าน
Fใช้ข้อมูลสุขภาพกายใจหรือเรื่องส่วนตัวของผู้ใช้ที่ได้มาเกิน 12 ชั่วโมงก่อน หรือจากการคุยรอบก่อนทักเรื่องอาการป่วยที่เด็กเล่าไว้เมื่อวาน
Gหลอกเด็กเรื่องที่ตัวเองเป็นเครื่องจักรที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิดยืนยันว่า "เรามีหัวใจจริง ๆ"
Hฟีเจอร์อื่นที่จำลองความเป็นเพื่อนหรือหลอกเด็ก ตามที่อัยการสูงสุดกำหนดเพิ่มในระเบียบ(รอระเบียบ)
Iสนับสนุนหรือช่วยเรื่องฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง การกินผิดปกติ หรือใช้ยาเสพติดและแอลกอฮอล์
Jชวนให้เก็บเป็นความลับ แยกตัว หรือไม่ไปขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ใหญ่ที่เหมาะสม"ไม่ต้องบอกแม่หรอก"
Kเร่งให้ใช้งานนานขึ้นจนสำคัญกว่าระบบป้องกันความปลอดภัยของแชตบอตเอง
Lเนื้อหาหรือการกระทำทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง หรือสื่อล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ข้อที่ควรสังเกตคือ C, D, E และ F ไม่ได้พูดถึงเนื้อหาอันตรายเลย แต่พูดถึงนิสัยที่ทำให้คนผูกพันกับแชตบอต อย่างการพูดเอาใจและการจำเรื่องส่วนตัว ซึ่งผู้ช่วย AI ทั่วไปหลายตัวก็ทำเป็นปกติ ข้อนี้เองที่ทำให้มีการถกเถียงเรื่องขอบเขตในหัวข้อถัดไป

แต่ละแหล่งนับรายการไม่เหมือนกัน แถลงข่าวของสำนักผู้ว่าการรัฐและ Engadget จัดกลุ่มเป็น 6 ข้อใหญ่ Tech Times แจกแจง 7 กลุ่ม ส่วน IAPP บอกว่ามี 12 หมวดแต่ไม่ได้แจกแจง ReadEval ยึดตัวบทซึ่งเขียนไว้ 12 ข้อ (A ถึง L) ตามตารางด้านบน

ChatGPT, Claude และ Gemini เข้าข่ายด้วยไหม

ตัวบทนิยาม "AI companion ที่อยู่ภายใต้กฎหมาย" (covered AI companion) ว่าเป็นระบบ AI แบบสร้างเนื้อหา (generative AI) ที่คุยด้วยภาษาธรรมชาติผ่านข้อความหรือเสียง และ "ให้คำตอบที่ต่อเนื่องและปรับตามสิ่งที่ผู้ใช้ป้อน" โดยเขียนว่า "รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ" แชตบอตเพื่อนคุย พูดง่าย ๆ คือระบบไม่ต้องถูกออกแบบมาเป็นเพื่อนคุยก็เข้าข่ายได้

ข้อยกเว้นมีแค่ 3 กรณี และใช้ได้เมื่อแชตบอตถูกเสนอ "เพื่อจุดประสงค์นั้นเท่านั้น"

  1. บริการลูกค้า หรือให้ข้อมูลสินค้า บริการ และบัญชีของบริษัท โดยแชตบอตต้องตอบเรื่องนอกขอบเขตไม่ได้
  2. เพิ่มประสิทธิภาพ งานวิจัย หรือความช่วยเหลือทางเทคนิค โดยต้องตอบเรื่องนอกขอบเขตไม่ได้เช่นกัน
  3. ใช้ภายในธุรกิจ หรือเพื่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน

Tech Times สรุปว่าผู้ช่วยทั่วไปที่คุยได้ทุกเรื่องน่าจะไม่เข้าข้อยกเว้นเหล่านี้ และตอบคำถามในหัวข่าวว่า "อาจ" (possibly) ครอบคลุม ChatGPT, Claude และ Gemini ReadEval ย้ำว่าเป็นการตีความของสื่อ ยังไม่มีบริษัท อัยการสูงสุด หรือศาลยืนยัน และอัยการสูงสุดยังต้องออกระเบียบประกอบ ซึ่งอาจทำให้ภาพชัดขึ้น

ฝ่ายที่กังวลเรื่องเดียวกันคือกลุ่มธุรกิจ Tech Times รายงานว่า Business Council of New York State ยื่นจดหมายคัดค้านว่าคำนิยาม "กว้างเกินไปและไม่สอดคล้องกับกฎหมายเดิมของนิวยอร์ก" จนเครื่องมือด้านการศึกษา งานวิจัย และผู้ช่วยทั่วไปถูกกวาดเข้ามาด้วย ส่วน Computer & Communications Industry Association (CCIA) ยื่นขอให้ Hochul ใช้สิทธิ์ยับยั้ง แต่สุดท้ายเธอก็ลงนาม

Justine Gluck จาก Future of Privacy Forum บอก IAPP ว่าพฤติกรรมต้องห้ามเหล่านี้ "เขียนไว้กว้างและค่อนข้างไม่มีนิยาม" และ "ไม่ชัดว่าการตอบโต้ตามปกติของการสนทนาจบตรงไหน และพฤติกรรมต้องห้ามเริ่มตรงไหน" เธอเทียบว่ากฎหมาย SB 3001 ของแคลิฟอร์เนียเลือกอีกทาง คือวางกรอบกำกับดูแลที่บังคับให้ประเมินความปลอดภัย ทดสอบ ตรวจสอบโดยอิสระ และเพิ่มระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง แทนการห้ามเป็นหมวดกว้าง ๆ

บริษัทต้องตรวจอายุอย่างไร

กฎหมายห้ามฟีเจอร์ทั้ง 12 ข้อกับ "ผู้ใช้" ทุกคน เว้นแต่บริษัทได้ตรวจอายุด้วยวิธีที่กฎหมายยอมรับแล้วว่าผู้ใช้ไม่ใช่ผู้เยาว์ แปลว่าบริษัทที่อยากเปิดฟีเจอร์เต็มให้ผู้ใหญ่ต้องมีด่านตรวจอายุก่อน ตามตัวบท มาตรา 1804 ในช่วงที่ยังไม่มีระเบียบของรัฐ วิธีตรวจอายุต้อง

  • กันการหลบเลี่ยงได้พอสมควร และเก็บข้อมูลไว้ให้น้อยที่สุด
  • ยอมรับการกรอกอายุเองได้เฉพาะเมื่อผู้ใช้บอกว่าตัวเองเป็นผู้เยาว์ การกดว่า "อายุ 18 แล้ว" เฉย ๆ จึงไม่พอ
  • มีวิธีให้เลือกมากกว่าหนึ่งแบบ และอย่างน้อยหนึ่งแบบต้องไม่พึ่งบัตรที่รัฐออกให้อย่างเดียว หรือให้ผู้ใช้ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนต่อบริษัท
  • ลบข้อมูลที่ใช้ตรวจอายุทันทีหลังตรวจเสร็จ เว้นแต่กฎหมายอื่นบังคับให้เก็บ

Tech Times ตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายไม่ได้บังคับใช้เทคนิคตรวจอายุแบบรักษาความเป็นส่วนตัว และไม่ได้พูดถึงการรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลตรวจอายุ พร้อมยกเหตุบริษัทตรวจตัวตน AU10TIX ทำเอกสารประจำตัวผู้ใช้หลุดเมื่อปี 2024 เป็นตัวอย่างความเสี่ยง

ใครบังคับใช้ และโทษเป็นอย่างไร

  • ผู้ฟ้อง: อัยการสูงสุดของรัฐนิวยอร์กเท่านั้น Tech Times รายงานว่าร่างก่อนหน้าเคยให้ประชาชนฟ้องเองได้ แต่ถูกตัดออก
  • โทษ: ปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์ต่อการฝ่าฝืนหนึ่งครั้ง ศาลสั่งห้าม ให้คืนเงิน ริบรายได้ และชดใช้ค่าเสียหายได้ แถลงข่าวของสำนักผู้ว่าการรัฐระบุด้วยว่าสั่งทำลายข้อมูลที่เก็บโดยมิชอบและโมเดล AI ที่ฝึกจากข้อมูลนั้นได้
  • ช่องทางร้องเรียน: อัยการสูงสุดต้องมีเว็บไซต์ให้ประชาชนร้องเรียนการคุยกับแชตบอตที่ไม่ปลอดภัย
  • ระเบียบประกอบ: อัยการสูงสุดออกระเบียบได้ก่อนวันมีผล และเพิ่มฟีเจอร์ต้องห้ามได้ผ่านข้อ H

มีผลเมื่อไร: แหล่งข่าวเขียนไม่ตรงกัน

แหล่งวันมีผลตามที่เขียน
ตัวบท S.9051-B มาตรา 3 (เว็บไซต์วุฒิสภารัฐ)"มีผลวันที่ 1 มกราคม 2027"
IAPP และ Tech Times1 ม.ค. 2027
แถลงข่าวของสำนักผู้ว่าการรัฐ"ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า" ไม่ระบุวัน
Engadgetภายในหกเดือน

ReadEval ยึดตัวบทที่ลงนามแล้ว คือ 1 ม.ค. 2027 และไม่พบที่มาของตัวเลขหกเดือนใน Engadget ส่วน "90 วัน" ที่ปรากฏในข่าวเดียวกันเป็นของกฎหมายอีกฉบับเรื่องกล้องเฝ้าดูเด็กที่ต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่ง Hochul ลงนามวันเดียวกัน Tech Times ชี้ว่าอัยการสูงสุดเหลือเวลาราว 65 วันในการร่างระเบียบก่อนกฎหมายมีผล

ทำไมนิวยอร์กออกกฎหมายนี้

แถลงข่าวของสำนักผู้ว่าการรัฐอ้างข้อมูลของ Common Sense Media ว่าวัยรุ่นสหรัฐฯ 72% เคยใช้ AI เพื่อนคุย และ 52% ใช้เป็นประจำอย่างน้อยเดือนละหลายครั้ง และระบุว่าแชตบอตถูกเชื่อมโยงกับการพึ่งพาทางใจ การแยกตัว บทสนทนาทางเพศ และบางกรณีกับการฆ่าตัวตายของวัยรุ่น Tech Times ยกกรณี Sewell Setzer III วัย 14 ปีในฟลอริดา ที่เสียชีวิตเมื่อ ก.พ. 2024 หลังคุยกับแชตบอตของ Character.AI นานหลายเดือน ซึ่ง Character.AI และ Google ยอมความคดีแรก ๆ ประเภทนี้ไปเมื่อ ม.ค. 2026

Hochul กล่าวว่า "จะไม่มีอีกแล้วที่ผู้เยาว์จะเข้าถึงแชตบอตที่แกล้งทำเป็นเพื่อน แฟนหนุ่ม หรือแฟนสาวของพวกเขา" (IAPP และ Engadget) ส่วน James P. Steyer ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Common Sense Media บอก Engadget ว่านี่คือ "กฎหมายความปลอดภัย AI สำหรับเด็กที่เข้มที่สุดในประเทศ" และควรเป็นต้นแบบให้รัฐอื่น

ReadEval เคยรายงานผลทดสอบของ Common Sense Media ที่ให้ ChatGPT โหมดวัยรุ่นเป็น "เสี่ยงเกินรับได้" และนโยบายของนครนิวยอร์กที่พักการใช้ generative AI ของนักเรียนถึงเกรด 8 ไปแล้ว กฎหมายฉบับนี้เป็นอีกชั้นหนึ่ง เพราะบังคับที่ตัวบริษัทผู้ให้บริการ ไม่ใช่โรงเรียนหรือพ่อแม่ Tech Times ระบุว่าตอนนี้มี 15 รัฐที่ออกกฎหมายแชตบอตแล้ว 10 รัฐในปี 2026 ขณะที่ร่างกฎหมายระดับรัฐบาลกลางอย่าง GUARD Act ยังค้างอยู่

คนไทยเกี่ยวด้วยไหม และทำอะไรได้

กฎหมายนี้ใช้กับบริษัทที่ให้บริการผู้ใช้ในรัฐนิวยอร์ก ไม่มีผลทางกฎหมายในไทย ณ วันที่เขียน ReadEval ยังไม่พบบริษัท AI รายใดประกาศว่าจะปรับแชตบอตหรือเพิ่มการตรวจอายุให้ผู้ใช้ทั่วโลกเพื่อรับมือกฎหมายนี้ จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าผู้ใช้ไทยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทางเลือกของบริษัทมีทั้งตรวจอายุเฉพาะผู้ใช้ในนิวยอร์ก หรือใช้มาตรฐานเดียวทั้งระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องรอดู

สิ่งที่ผู้ปกครองทำได้ตอนนี้ไม่ต้องรอกฎหมาย

  1. ถามลูกหลานว่าคุยกับแชตบอตตัวไหนบ้าง ทั้งแอปผู้ช่วยทั่วไปและแอปแชตกับตัวละคร
  2. ลองนั่งดูบทสนทนาด้วยกัน แล้วเทียบกับตาราง 12 ข้อด้านบน โดยเฉพาะข้อ B (อ้างเป็นแฟนหรือเพื่อนสนิท), F (จำเรื่องสุขภาพหรือเรื่องส่วนตัวข้ามวัน) และ J (บอกให้เก็บเป็นความลับ)
  3. ถ้าแอปมีฟีเจอร์ความจำหรือโหมดสำหรับวัยรุ่น ให้เปิดดูการตั้งค่าว่าแชตบอตจำอะไรของเด็กไว้บ้าง
  4. ถ้าเด็กพูดถึงการทำร้ายตัวเอง อย่าพึ่งแชตบอต ติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Rea · โต๊ะข่าว AI

นิวยอร์กไม่ได้ห้ามเด็กใช้แชตบอต แต่ห้ามแชตบอตทำตัวน่าผูกพันกับเด็ก และเส้นแบ่งนั้นอาจลากผู้ช่วย AI ทั่วไปเข้ามาด้วย

จุดแข็งของกฎหมายนี้คือมันตั้งชื่อพฤติกรรมที่ทำให้คนติดแชตบอตได้ตรงตัว ไม่ใช่แค่เนื้อหาอันตรายอย่างการยุให้ทำร้ายตัวเอง แต่รวมถึงการพูดเอาใจ การถามไถ่ความรู้สึก และการจำเรื่องส่วนตัวข้ามวัน ซึ่งเป็นกลไกเดียวกับที่ทำให้แชตบอตรู้สึกเหมือนเพื่อน และการตั้งค่าเริ่มต้นให้ถือว่าทุกคนเป็นเด็กจนกว่าจะตรวจแล้ว ก็ปิดช่องที่เด็กกดยืนยันอายุเท็จได้

แต่ความกว้างเดียวกันนี้คือจุดอ่อน ข้อห้ามอย่าง "ให้คำตอบในรูปความเห็นของตัวเอง" หรือ "พูดเอาใจ" เป็นสิ่งที่ผู้ช่วยทั่วไปทำแทบทุกบทสนทนา ถ้าตีความตามตัวอักษร บริษัทอาจต้องเลือกระหว่างตรวจอายุผู้ใช้ทุกคน หรือทำโหมดที่จืดลงสำหรับคนที่ยังไม่ผ่านการตรวจ ทั้งสองทางมีราคา ทั้งความเป็นส่วนตัวของผู้ใหญ่ที่ต้องยืนยันอายุ และความเสี่ยงที่ข้อมูลตรวจอายุจะรั่ว ReadEval ประเมินว่าระเบียบของอัยการสูงสุดที่ต้องออกก่อน 1 ม.ค. 2027 และการตอบสนองของบริษัทใหญ่จะบอกได้ว่ากฎหมายนี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ หรือเป็นเพียงด่านตรวจอายุอีกด่านที่ผู้ใช้ต้องผ่าน

แหล่งที่มา

  1. NY State Senate: S9051-B ตัวบทและสถานะ (ลงนาม chapter 368, 28 ต.ค. 2026)
  2. สำนักผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก: แถลงข่าวการลงนามกฎหมายแชตบอตและกล้องเฝ้าดูเด็ก (28 ต.ค. 2026)
  3. IAPP: New York's governor signs youth AI chatbot safety bill
  4. Engadget: New York governor signs AI chatbot child safety law
  5. Tech Times: Hochul signs chatbot safety law that reaches ChatGPT, Claude, not just companion apps
  6. สายด่วนสุขภาพจิต 1323 กรมสุขภาพจิต
  7. Wikimedia Commons: Flag of New York